คุยกับ รศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ เมื่อเพศสภาพไม่ได้มีแค่หญิงชาย เมืองจึงสะท้อนและตอกย้ำความไม่เท่าเทียมในสังคม

17/08/2020

เรื่อง : สหธร เพชรวิโรจน์ชัย ‘เมือง’ เป็นศูนย์กลางของความหลากหลาย ผู้คนต่างฐานะ เชื้อชาติ ศาสนา และรวมถึงเพศสภาพต่างเข้ามาสังสรรค์และสัมพันธ์ภายในเมือง และความหลากหลายเหล่านี้เองที่ทำให้โลกมองเห็นความ ‘ไม่เท่าเทียม’ ระหว่างกลุ่มคนได้แจ่มชัดขึ้น แต่ในด้านกลับ สมรภูมิของการต่อสู้เพื่อความหลากหลายจึงเกิดในพื้นที่เมืองเป็นสำคัญ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเด็นความไม่เท่าเทียมเป็นสิ่งที่ถูกยกมาพูดอย่างจริงจังในทุกมิติของสังคม หนึ่งในนั้นคือมิติเรื่องเพศที่มีการเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียมมาทุกยุคทุกสมัย ซึ่งไม่ใช่เพียงเฉพาะความเท่าเทียมระหว่างหญิงชายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มคนเพศหลากหลายด้วยเช่นกัน เพราะแท้จริงแล้วเพศสภาพมีความลื่นไหลได้หลากหลาย ทว่ามนุษย์เรากลับมองเห็นเพียงแค่สองเพศหญิงชายเท่านั้น ช่วงเวลาที่ผ่านมาประเด็นเหล่านี้จึงกลายเป็นที่ถกเถียงมากขึ้น การเรียกร้องต่างๆ ในปัจจุบันจึงมีรายละเอียดซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม เราจึงชวนคุยกับ รศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ สาขาวิชาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ที่ศึกษาด้านเพศสภาพมาอย่างยาวนาน ประเด็นพูดคุยในวันนี้ว่าด้วยความไม่เท่าเทียมทางเพศที่เกิดในเมือง เพศสภาพกับบทบาทต่อการสร้างเมือง ไปจนถึงปัญหาพื้นที่สาธารณะที่เกิดจากการมองแค่สองเพศ เพื่อหาคำตอบว่าเมืองที่เท่าเทียมควรมีหน้าตาอย่างไร  ไม่นานมานี้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต แต่ก็มีการถกเถียงว่ามันไม่ใช่การสมรสเท่าเทียม ทำให้มีคนกลุ่มหนึ่งออกมาแสดงความคิดเห็นว่า “ขนาดหญิงชายยังไม่เท่าเทียมเลย แล้วเพศหลากหลายจะเท่าเทียมได้ยังไง” อาจารย์มีความคิดเห็นกับเรื่องนี้อย่างไร ต้องเริ่มมองจากวิธีที่รัฐไทยจัดการเรื่อง “ครอบครัว” ในความหมายของเพศก่อน เพราะกลุ่มกฎหมายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่พูดถึงการหมั้นและการสมรสยังมีปัญหาอยู่ แปลว่าคนที่ไม่ใช่รักต่างเพศ (non-heterosexual) ที่จะมาสมรสกัน คุณก็จะเจอปัญหาแบบเดียวกับที่รักต่างเพศ (heterosexual) เจออยู่ตอนนี้ ถ้าคุณดูวิธีที่รัฐนิยามครอบครัว ทั้งในเชิงกฎหมายและนโยบายต่างๆ ครอบครัวจะหมายถึงหญิงชายที่แต่งงานกัน รวมไปถึงลูกของหญิงชายนั้น พูดง่ายๆ คือสามี […]

โอกาส ‘Smart City’ และความท้าทายของเมืองข้างหน้า

04/08/2020

คำว่า ‘Smart City’ กลายเป็นเทรนด์ยักษ์ (Mega-Trends) ที่หลายเมืองทั่วโลกกำลังเดินหน้าพัฒนาอย่างเต็มตัว ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้อย่างชาญฉลาด พร้อมการบริหารจัดการเมืองอย่างเหมาะสม โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการยกระดับคุณภาพชีวิตพลเมืองให้ดีขึ้น เพียงแต่ปัจจุบันเวลาพูดถึงการ ‘พัฒนาเมือง’ หลายคนกลับสนใจแค่การพัฒนาเชิงกายภาพอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเมือง หรือเทคโนโลยีล้ำสมัย  ทว่าแท้จริงแล้ว มิติของการพัฒนาเมืองมีความซับซ้อนมากกว่านั้น  ในงานเสวนา City Talk: Thammasat City Futures and TDS Exhibition 2020 ณ ลาน EDEN ชั้น 3 ศูนย์การค้า Central World มีการพูดคุยเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองสู่การเป็น Smart City กับ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และ นิพิฐ อรุณวงษ์ ณ อยุธยา สองวิทยากรที่มีบทบาทในการพัฒนาเมืองมาอย่างเข้มข้น ดำเนินรายการโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อาสาฬห์ สุวรรณฤทธิ์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในหัวข้อโอกาสและความท้าทายของเมืองอนาคต Satellite Town อาจเป็นคำตอบของเมืองอนาคต งานเสวนาเริ่มต้นด้วยการแนะนำวิทยากรทั้งสองท่าน ที่สามารถเป็นตัวแทนเมืองในประเทศได้สองแบบสองสไตล์  กล่าวคือ นิพิฐ อรุณวงษ์ ณ […]

หมองกลิ่นเมืองเหงา

14/07/2020

ภาพข่าวที่ชวนให้สะเทือนใจเมื่อไม่นานมานี้คือ ภาพแม่ค้าที่ตลาดนั่งลงกับพื้นถนนไหว้อ้อนวอนผอ.เขต กับเจ้าหน้าที่เทศกิจที่ออกมาไล่รื้อแผงลอยค้าขายที่ตลาดลาวย่านคลองเตยในช่วงเวลาประมาณสามทุ่ม ในขณะที่เวลาสี่ทุ่มคือเวลาเคอร์ฟิว ถ้อยคำร้องทุกข์ของพ่อค้าแม่ค้าคือ ตอนนี้ก็ทำมาหากินยากอยู่แล้ว ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา และถูกซ้ำเติมจากมาตรการปิดเมืองเพื่อรับมือกับโควิด 19 ทำไมกทม. ถึงจะมาบีบให้คนทำมาหากินที่ลำบากอยู่แล้วต้องเผชิญกับสภาวะจนตรอกมากขึ้น ส่วนทางกทม. นั้นก็มีคำอธิบายว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “ทวงคืนทางเท้า” ของกทม. โดยอธิบายว่า ทางเท้านี้ถูกยึดไปเป็นตลาดมานานกว่า 30 ปี มีความพยายามไล่รื้อมาตั้งแต่เดือนเมษายนแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่สำเร็จ เดือนพฤษภาคมพยายามอีกครั้งก็ทำให้เราเห็นภาพชวนสะเทือนใจ นั่นคือ ภาพแม่ค้านั่งกลางถนนยกมือไหว้อ้อนวอนขอพื้นที่สำหรับทำมาหากิน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดการปะทะกัน ระหว่างคนค้าขายบนพื้นที่ที่ฉันอยากจะเรียกมันว่าพื้นที่อันกำกวม นั่นคือ พื้นที่ริมถนน และทางเท้า กับเทศกิจและกทม. (และจังหวัดอื่นๆ ด้วย) นอกจากจะไม่ใช่ครั้งแรกแล้ว ภาพแม่ค้าวิ่งหนีเทศกิจยังกลายเป็นภาพคลาสสิค สถาปนาพล็อตในหนัง ในการ์ตูน ในเรื่องสั้น ในละคร มีชีวิตอยู่ใน pop culture ของไทย จนเรารู้สึกไปโดยปริยายว่า มีทางเท้าก็ต้องมีรถเข็นขายของ มีรถเข็นขายของก็ต้องมีเทศกิจ เป็นเนื้อคู่กระดูกคู่กัน คำถามของฉันคือ ทำไมเราปล่อยให้มันกำกวม? และรถเข็น หาบเร่ แผงลอย ทั้งหมดในประเทศไทยมีอยู่ ดำเนินการอยู่โดยปราศจาก “การจัดการ” จริงๆ […]

เลี้ยงข้าวเพื่อน

22/06/2020

ฉันเสียใจตรงที่เก็งผิดว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินน่าจะประกาศเลิกใช้ตอนสิ้นเดือนพฤษภาคม ใครจะไปคิดว่าพ.ร.ก.ที่ดูทั้งเกินความจำเป็น และซ้อนทับกับกติกาที่มีอยู่แล้วอย่างพ.ร.บ.โรคติดต่อ จะถูกใช้อย่างยืดเยื้อแบบไม่ได้ดูมิติอื่นๆ ของสังคมขนาดนี้ และวันที่เขียนอยู่นี่ก็กระชากออกไปจนถึงเดือนหก แถมกำหนดเวลาประหลาดพิลึก เว้นช่องแบบพอให้ได้รู้ว่ากูควบคุมอยู่นะ อย่าได้คิดเหิมเกริมใดๆ ไอ้พวกคนบาปผู้ทำมาหากินยามราตรี เป็นภาระสังคมเสียเหลือเกิน แต่พูดไปทำไม มาขนาดนี้แล้วคงต้องโทษตัวเองว่ายังกล้าจะหวังว่าผู้มีอำนาจเขาจะตัดสินใจโดยรวมเอาองค์ประกอบสำคัญอย่างประชาชนพลเมืองเข้าไปในสมการ ห้ามแล้วยังหวดฟาดด้วยคำศัพท์หรูหราสารพัด ที่ฟังแล้วให้รู้สึกว่าเรานี้มันช่างต้อยต่ำและไร้สุนทรียะ ที่ดันต้องการแค่คำแถลงการณ์แจ้งสถานการณ์ล่าสุดในภาพรวมแบบทันเวลา แต่กลายเป็นว่าแถลงการณ์นั้น เหมือนถูกเขียนโดยครูประถมที่สาดใส่ทั้งคำเปรียบคำเปรยคำสอนมาอย่างเต็มที่ ชวนให้คิดถึงสมัยพ่อขุนฯ ที่ให้ไพร่ทาสไปเขย่ากระดิ่งร้องทุกข์กันได้ เพราะทางหนึ่งก็มองไปว่าเป็นห่วงเป็นใย ละเอียดละออเหลือเกินในทุกรายละเอียดของชีวิตคนฟัง จนร่ำๆ จะพนมมือเปล่งสาธุออกมาโดยพร้อมเพรียง แต่ที่มองเห็นวูบแรกคือ เขาไม่ได้เห็นเราเป็นพลเมืองเสมอกัน แต่เป็นอ้ายอีที่จักต้องดูแลไว้ใช้งานส่งส่วย หาข้าวหาน้ำป้อนแก่ส่วนกลางต่อไป เป็นแรงงานที่ไม่มีอะไรต้องให้รู้ให้เข้าใจเยอะ สั่งอะไรก็ไปทำแล้วกัน ทำไม่ได้จะด้วยเหตุใดก็อย่ามาอ้าง ให้ถือว่าทั้งหมดเป็นความผิดส่วนตัว ที่ทั้งขี้เกียจแลงอมืองอตีน เป็นตัวถ่วงภาระสังคม บ่นมาครึ่งทางนี่ก็เพื่อจะบอกว่าโครงการ (เรียกเสียยิ่งใหญ่เกินจริงไปมาก แต่ก็ไม่รู้เรียกอะไรจะเข้าท่า จะทับศัพท์ว่าโปรเจกต์ก็เขินตัวเอง เพราะมันไม่ได้เก๋ไก๋อะไรขนาดนั้น) ‘เลี้ยงข้าวเพื่อน’ ของฉันนั้น ตัดจบไปตั้งแต่ปลายเดือนห้า เพราะทุนนั้นก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่ต้องให้พักกันไป เพราะเกรงใจทุกๆ ส่วนที่ร่วมกันในโครงการ ด้วยว่าพ.ร.ก.นั้น อาจจะยืดยาวต่อไปก็จริง แต่มาตรการลักปิดลักเปิดที่เรียกว่าความปกติใหม่นั้นเริ่มขึ้นแล้ว ซึ่งก็เพิ่มกติกาชีวิตให้คนอีกมาก ทั้งผู้ประกอบการ และฝ่ายผู้บริโภค (ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็สามารถเป็นได้ทั้งสองอย่าง หรือกลับกันได้เสมอ) […]

‘สวนลอยฟ้าเจ้าพระยา’ : ความหวังและความเป็นไปได้ใหม่ ในการเติมสีเขียวให้เมือง เชื่อมเมือง เชื่อมชุมชน ให้ผู้คนเดินได้

09/06/2020

กรุงเทพมหานคร เมืองที่แออัด รถติด ขนส่งสาธารณะไม่ทั่วถึง ฝุ่นควัน ความไม่เท่าเทียมไม่เสมอภาค และอื่นๆ อีกมากเรื่อง พูดกันได้ไม่รู้จบ แม้เราจะบ่นถึงปัญหาสารพัดของเมืองได้ทุกวัน แต่การค้นหาความเป็นไปได้ในการปรับปรุงฟื้นฟูเมืองให้ดียิ่งขึ้นก็กำลังเดินหน้าทำงานขนานกันไป ล่าสุดหนึ่งในโครงการปรับเปลี่ยนสะพานด้วนให้เป็นสวนสาธารณะลอยฟ้าก็สำเร็จลุล่วง เปิดให้ผู้คนได้ใช้บริการแล้ว  โครงการ สวนลอยฟ้าเจ้าพระยา (Chao Phraya Sky Park) เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงจากโครงการผังแม่บทการฟื้นฟูเมืองชั้นใน ที่มีชื่อเล่นว่า ‘โครงการกรุงเทพฯ 250’ ด้วยความร่วมมือจากภาคีพัฒนาสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ในฐานะหน่วยงานท้องถิ่น หัวเรี่ยวหัวแรงประสานความร่วมมือ สนับสนุนงบประมาณในการศึกษา ออกแบบวางผัง และดำเนินการก่อสร้าง ร่วมกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กระทรวงคมนาคม ในฐานะเจ้าของโครงสร้างสะพานและผู้ดูแลพื้นที่ ที่เปิดไฟเขียวสนับสนุนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะส่งเสริมการสัญจรของเมือง พร้อมด้วย ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (UddC) ในฐานะหัวหน้าทีมศึกษาออกแบบวางผังและเสนอความเป็นไปได้ใหม่ในการพัฒนาฟื้นฟูเมือง สร้างพื้นที่สาธารณะ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ที่ผู้คนในเมืองสามารถเดินได้เดินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น  วันนี้อยากชวนทุกคนมาเดินทอดน่องชมวิวพระอาทิตย์ตกบนสวนลอยฟ้าเจ้าพระยาแห่งนี้ พร้อมกับฟังแนวคิดและการวางแผนดำเนินการ อุปสรรค รวมถึงข้อจำกัดที่ท้าทาย กับ ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการ […]

มองเมืองจากมุมสูง ธเนศ วงศ์ยานนาวา + ปรารถนา จันทรุพันธุ์

21/04/2020

เรานัดกันบนชั้นที่ 21 ของโรงแรมนิกโก้ ย่านทองหล่อ ความตั้งใจของการพบปะกันครั้งนี้ นอกเหนือจากการรวมตัวของเพื่อนต่างวัยในแวดวงวิชาการแล้ว ยังเป็นการนัดกันสังสรร ดื่มไวน์ และชมเมืองกรุงเทพฯ จากมุมสูง  ธเนศ วงศ์ยานนาวา หรือาจารย์ตู่ อดีตอาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบัน เขียนคอลัมน์ ทำงานวิชาการอยู่บ้าง สอนหนังสือ เที่ยวเสาะหาของกินและเลี้ยงลูกเล็กๆ สองคน  ส่วนปรารถนา จันทรุพันธุ์ หรืออาจารย์กวาง ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์อยู่ที่ภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มาวิทยาลัยศิลปากร เป็นแม่ลูกหนึ่ง ที่ทั้งต้องเรียนหนังสือ(เธอกำลังศึกษาต่อปริญญาเอกด้านมานุษยบวิทยา) ต้องเลี้ยงลูก สอนหนังสือและทำงานวิจัย ทั้งอาจารย์ตู่และอาจารย์กวางเป็นเพื่อนต่างวัยทั้งในวงวิชาการวงเวียนชีวิตและวงการเลี้ยงลูก  เราชวนทั้งคู่มาคุยเรื่องของเมือง เรื่องกรุงเทพฯ และอีกหลายๆ เรื่องที่ทำให้กรุงเทพฯ ทั้งน่าอยู่ น่าตั้งคำถามและน่าสนใจขึ้นมากเลยทีเดียว  มองจากมุมนี้เราเห็นทั้งเมืองที่มีตึกสูงๆ กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีตึกสูงเกิน 23 ชั้นติดอันดับ 6 ของเอเชีย มีตึกสูงอยู่เกือบสองพันแห่งแต่ถัดไปไม่กี่บล็อกเราก็เห็นสลัม เห็นตลาดสดแบบเก่าๆ ที่ยังไม่ค่อยมีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เห็นชีวิตคนที่แตกต่างกันราวกับไม่ได้อยู่ในเมืองเดียวกัน แถมมีข่าวอีกว่าอีกไม่เกิน 30 ปีนี้กรุงเทพฯ อาจจะจมน้ำ คุณคิดอย่างไรกับกรุงเทพฯ  ธเนศ: […]

บ้านเกิด เมืองใด เรือนใจ เมืองงาม ถามและตอบ ปลอบประโลมเรื่องชีวิตกับสมบูรณ์ หอมเทียนทอง

15/04/2020

“คุณค่าและหน้าที่ของงานศิลปะ มันอยู่ตรงที่มันได้สร้างความหมาย  สร้างอารมณ์ให้กับพื้นที่นั้นๆ” เรานัดเจอกันที่ JWD Art Space แกลอรี่ใหม่เอี่ยมหลังจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ปลายเดือนมีนาคมที่ดูเหมือนว่าจะร้อนกว่าทุกปี และยิ่งกว่านั้นปีนี้เป็นปีที่เรามีวิกฤตของการแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า อะไรๆ ก็ดุจะร้อนระอุขึ้นกว่าเดิม  เราพบกันก่อนการเปิดนิทรรศการเดี่ยวในรอบหลายปี “Die Schöne Heimat” หรือในชื่อภาษาไทยว่า “บ้านเกิด เมืองใด เรือนใจ เมืองงาม” จะเริ่มขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม คุณสมบูรณ์มารออยู่ก่อนแล้ว  เมื่อเทียบกับคนอายุเจ็ดสิบก็ถือว่ายังดูกระฉับกระเฉงแต่ก็สุขุม เหมือนน้ำเย็นๆ ใส่น้ำแข็ง ที่ช่วยดับบรรยากาศยามร้อนแบบนี้ได้ดีนัก “แกลอรี่ที่นี่ดีนะ ผมว่าเสปซเขาดีเลย จัดงานแล้วสวย” ตามประสาของศิลปินที่สนใจเรื่องงานจัดวางและผ่านการแสดงงานในแกลอรี่มามาก ดูเขาพอใจกับการจัดวางและชื่นชมกับจังหวะจะโคนของห้องแสดงที่นี่ไม่น้อย  หากใครยังไม่รู้จักสมบูรณ์ หอมเทียนทอง เรื่องย่อๆ ของเขาก็คือ เขาเป็นศิลปินไทยที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในยุโรป หลังจบการศึกษาที่ The Academy of Fine Arts ที่มิวนิค ประเทศเยอรมนี เขาทำงานศิลปะในยุโรปอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายทศวรรษที่ 1980-2000 เขามีโอกาสได้แสดงงานเดี่ยวหลายต่อหลายครั้งทั้งในเยอรมนีและอีกหลายประเทศในยุโรป เรียกว่าตั้งแต่สมัยยังเรียนไม่จบก็มีภัณฑารักษ์และเจ้าของแกลอรี่ชวนเขาไปแสดงงาน   สมบูรณ์ใช้ชีวิตในมิวนิคตั้งแต่อายุ 24 ปี กระทั่งตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่ที่ […]

ความเท่าเทียมที่ไม่เท่าเทียม: ความเสี่ยงและอนาคตของคนไร้บ้านในยุคโควิด-19

09/04/2020

คนไร้บ้านเป็นกลุ่มเปราะชากรที่เปราะบางที่สุดกลุ่มหนึ่งของเมือง การแพร่ระบาดของโควิด 19 แม้หลายคนจะบอกว่าโรคระบาดเป็นสิ่งที่ไม่เลือกหน้าไม่ว่าจะเป็นยากดีมีจน แต่ดูเหมือนว่าคนจนและคนเปราะบางจะได้รับผลกระทบจากการสถานการณ์ในระดับมากกว่าคนทั่วไป ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 คนไร้บ้านคือกลุ่มที่ต้องเผชิญความเสี่ยงจากไวรัสเช่นเดียวกัน ทว่าพวกเขากลับไม่สามารถรับมือกับมันได้มากเทียบเท่ากับคนทั่วไป …เราเผชิญไวรัสเท่ากัน แต่ป้องกันได้ไม่เท่ากัน คนไร้บ้านอยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงต่อการโรคระบาด ทั้งในพื้นที่สาธารณะและศูนย์พักคนไร้บ้าน เข้าไม่ถึงสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน และความรู้ที่เท่าทันในการป้องกันตัวเองจากความเจ็บป่วย ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ส่งผลต่อคุณภาพชึวิตและสุขภาพของคนไร้บ้านแทบทั้งสิ้น คนไร้บ้านคือประชากรกลุ่มเปราะบาง ด้วยตัวของพวกเขาเองแล้วนอกจากจะจัดเป็นกลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากที่สุดกลุ่มหนึ่งแล้ว ยังเป็นกลุ่มที่สามารถรับมือกับโรคดังกล่าวได้น้อยที่สุดเช่นเดียวกัน พวกเขาขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและมาตรการป้องกัน หรือแม้จะตื่นตัวแล้ว แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกันโรคได้ วันนี้เราจะลองมาดูกันว่าพวกเขามีความเสี่ยงมากไปกว่าคนทั่วไปอย่างไรบ้าง? เพื่อที่เป็นข้อมูลในการจัดการช่วยเหลือและป้องกันทั้งในเชิงสุขภาพและเศรษฐกิจ ในยุคโควิด 19 และยุคหลังโควิด 19 ซึ่งเราอาจสามารถแบ่งความเสี่ยงที่จะเกิดกับคนไร้บ้านเป็น 2 ส่วนหลักด้วยกัน คือ ความเสี่ยงทางสุขภาพ และความเสี่ยงทางสังคมเศรษฐกิจ ความเสี่ยงด้านสุขภาพ (Health Risk) ในประด็นความเสี่ยงด้านสุขภาพของคนไร้บ้านในภาวะการระบาดของโควิด-19 จากการประเมินสถานการณ์ของทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาจจำแนกเป็นประเด็นได้ดังต่อไปนี้ มาตราการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และอยู่กับบ้าน (Stay Home) แม้จะเป็นมาตรการที่ดีเพื่อลดอัตรการแพร่ระบาดของไวรัส แต่สำหรับคนไร้บ้านและกลุ่มเปราะบางในเมืองหลายกลุ่มดูเหมือนจะเป็นไปได้ยาก ประการแรก ต้องไม่ลืมว่าคนไร้บ้าน ‘ไม่มีบ้าน’ ให้กักเก็บตัวแต่อย่างใด คนไร้บ้านส่วนใหญ่ออกมาใช้ชีวิตบนพื้นที่สาธารณะ หรือบางส่วนอาศัยอยู่ร่วมกัน รวมตัวในที่ๆ […]

Work From Home: เมื่อพื้นที่เมืองและพื้นที่ทำงานถูกผลักเข้าพื้นที่บ้าน

31/03/2020

เมื่อคอนโดเป็นที่อยู่อาศัยของคนเมือง พื้นที่เมืองจึงกลายเป็นห้องนั่งเล่น อาจถือได้ว่าเป็นเรื่องของปกติของชาวกรุงเทพวัยทำงานไปแล้ว สำหรับการย้ายที่พักจากบ้านเดี่ยวมาพักอาศัยที่คอนโดตามแนวรถไฟฟ้า BTS และ MRT เพื่อให้สะดวกต่อการเดินทางจากที่พักไปยังที่ทำงาน ด้วยเหตุผลที่สุดจะทนกับระยะเวลาเดินทางไป – กลับที่แสนจะยาวนาน หรือจะเป็นความสะดวกสบายในการเดินทาง การเข้าถึงสถานที่ และบริการต่างๆ ที่ทำให้การพักอาศัยที่คอนโดในเมืองเป็นทางเลือกของชาวกรุงเทพ หลังจากการพัฒนาด้านต่างๆ ขยายตัวไปตามพื้นที่แนวรถไฟฟ้า ราคาคอนโดโดยรอบสถานีต่อตารางเมตรดีดตัวสูงขึ้น ในขณะที่ขนาดห้องเล็กลงเกินครึ่ง ภายในช่วงระยะเวลาเพียง 10 ปี จากเดิมขนาดเฉลี่ยคอนโด 1 ห้องนอน คือ 65 ตร.ม. ในปัจจุบันกลับเฉลี่ยเหลือเพียง 28 ตร.ม.  ขนาดห้องสี่เหลี่ยมที่จำกัด ส่งผลให้เกิดการผลักความต้องการการใช้พื้นที่บางส่วนที่หายไป ไปสู่พื้นที่เมือง ผู้อยู่อาศัยในคอนโดจำนวนมากใช้พื้นที่ส่วนกลางคอนโดหรือพื้นที่ของเมืองทดแทนพื้นที่ที่หายไป พื้นที่ส่วนกลางของคอนโดหลายแห่งมักมีบริการฟิตเนส สวนหย่อม ห้องสมุด หรือห้องนั่งเล่น เพื่อตอบรับความต้องการ  รวมถึงการเติบโตและพัฒนาของพื้นที่ส่วนต่างๆของเมืองเอง ก็พยายามผลิตและพัฒนาพื้นที่ที่สามารถตอบรับการใช้ชีวิตของคนเมือง เช่น พื้นที่ร้านกาแฟ พื้นที่ co-working space หรือสวนสาธารณะ ก็กลายเป็นพื้นที่ทางเลือกให้กับการเปลี่ยนบรรยากาศในการทำงาน อ่านหนังสือ หรือการพักผ่อนหย่อนใจ เสมือนเป็นห้องนั่งเล่นและห้องทำงานของคนเมือง เมื่อห้องนั่งเล่นและห้องทำงานหายไปเพราะ COVID-19 หลังจากที่องค์การอนามัยโลก […]

ไขปัญหามลภาวะเมืองยุค 4.0 พลเมืองต้องตื่นรู้และมีส่วนร่วม

30/03/2020

ชีวิตคนเมืองทุกวันนี้ต้องปะทะกับมลภาวะทุกรูปแบบ ตั้งแต่อากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่น PM2.5 เสียงแตรกลางสี่แยกจราจร ไปจนถึงแสง LED จากป้ายโฆษณาที่จ้าเกินมองเห็น เราใช้ชีวิตร่วมกับมลภาวะเหล่านี้ทุกวัน แต่เราจำเป็นต้องยอมรับมันจริงหรือ? “ทำอย่างไร พลเมืองถึงจะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเมืองได้?” นี่คือคำถามสำคัญที่ถูกยกขึ้นมาเป็นประเด็นในเวทีเสวนาสาธารณะ Citizen’s Sense of The City ชีวิตคนเมืองในมลภาวะ “อากาศ แสง เสียง” เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 โดยมีนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ชวนคนมาจัดเก็บข้อมูล สร้างความสำคัญของพลเมือง ผศ.ดร. นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC-CEUS) เริ่มต้นพูดถึงโครงการสังเกตการณ์ชีวิตคนเมือง 4.0 (Urban Observatory & Engagement) ว่าปัญหาของข้อมูลเมืองในปัจจุบันยังขาดความถูกต้องและเป็นประโยชน์ หากภาคส่วนต่างๆ ชักชวนประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม จัดเก็บข้อมูลเมืองที่ซับซ้อน เพื่อประมวลใช้ในการออกแบบนโยบายสาธารณะที่ดีต่อไปก็น่าจะเป็นการแสดงพลังสำคัญได้ สอดคลองกับคีย์เวิร์ด ‘ใครกุมข้อมูล คนนั้นกุมอำนาจ’ ที่ รศ.ดร.อภิวัฒน์ รัตนวราหะ รองศาสตราจารย์ประจำภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหัวหน้าโครงการวิจัยคนเมือง 4.0 […]

1 2 3 4 5 7