Life



‘ขจรศักดิ์ กิตติเมธาวีนันท์’ กับเสียงในเมือง : คนไทยคุ้นเคยกับเสียงดังที่เป็นอันตรายมากเกินไปหรือเปล่า

15/01/2020

เสียงโฆษณาบนรถไฟฟ้าเป็นหัวข้อยอดฮิตที่มีเสียงบ่นจากผู้ใช้งานอยู่เสมอ อาจจะเพราะไม่เคยได้รับการแก้ไขเสียที หรือเพราะมีเสียงที่แตกออกเป็นหลายความคิดเห็นจนหาข้อสรุปไม่ได้  เสียงโฆษณาจะอย่างไรก็แล้วแต่ แต่เสียงหนึ่งที่เรามักมองข้ามไปอย่างสิ้นเชิงก็คือ ‘เสียงเตือนปิดประตูบนรถไฟฟ้า’  หลายคนไม่รู้เลยว่าเสียงเตือนปิดประตูบนรถไฟฟ้านั้น มีระดับความดังที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยิน หากสัมผัสเป็นเวลานานตามข้อกำหนดระดับเสียงที่ปลอดภัยขององค์การอนามัยโลก และกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งเรื่องนี้เป็นหัวข้อวิจัยที่นักศึกษาของวิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังเคยศึกษาเอาไว้  ด้วยเหตุนี้ เราจึงชวน ‘ขจรศักดิ์ กิตติเมธาวีนันท์’ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา ที่ดูแลโปรเจกต์ดังกล่าว มาร่วมสนทนากัน ขจรศักดิ์เรียนจบด้านการอำนวยเพลงขับร้องประสานเสียงจาก California State University, Los Angeles สหรัฐอเมริกา ก่อนจะกลับมาเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งตอนนี้เขาเป็นหนึ่งในทีมผู้ร่วมก่อตั้ง ‘สมาคมเสียงและการสั่นสะเทือนแห่งประเทศไทย’ ร่วมกับอาจารย์ นักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญจากทั้งภาครัฐและเอกชนหลายท่าน เพื่อผลักดันปัญหาเรื่องเสียงต่างๆ ที่คนเมืองต้องเจอ  หัวข้อการสนทนาในครั้งนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องเสียงรบกวนบนรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังพูดคุยถึงปัญหาของเสียงรบกวนต่างๆ จากที่อยู่อาศัย จากยานพาหนะ และเสียงที่ไม่ได้ยินจากกังหันลม (Wind Turbine Infra Sound) รวมถึงอันตรายที่ใกล้ตัวเรากว่าที่คิดอย่างการใส่หูฟัง   เสียงดัง เเค่ไหนเรียกว่า ‘มลพิษทางเสียง’ ในเมื่อบางครั้งความดังนั้นน่ารำคาญหรับเรา แต่กลับเป็นสิ่งปกติสำหรับคนอื่น  ข้อกําหนดขององค์การอนามัยโลกสําหรับระดับเสียงที่ปลอดภัยคือ ไม่เกิน 80 เดซิเบลเอ เมื่อสัมผัสวันละ […]

ART SPACE กระจกสะท้อนความสำคัญของศิลปะในมุม อุทิศ เหมะมูล

06/01/2020

ปกติ ‘อุทิศ เหมะมูล’ เป็นที่รู้จักในฐานะนักเขียนมือดีเจ้าของผลงานวรรณกรรมเปี่ยมคุณภาพหลายเล่มโดยเฉพาะนวนิยายเรื่อง ‘ลับแล, แก่งคอย’ ที่ส่งให้เขาได้รับรางวัลซีไรต์ประจำปี พ.ศ. 2552 และในปี พ.ศ. 2561 เขาก็ได้รับรางวัลศิลปาธร สาขาวรรณศิลป์ จากความเพียรพยายามในการสร้างสรรค์ผลงานมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 15  ปี แต่หลังจากอุทิศลุกขึ้นมาจัดแสดงนิทรรศการ ‘ภาพร่างของปรารถนา’ ที่รวมผลงานจิตรกรรมของ ‘เข้าสิง’ ตัวละครเอกในนวนิยายเรื่อง ‘ร่างของปรารถนา’ มาจัดแสดง พร้อมกับเปลี่ยนเรื่องราวบนหน้ากระดาษไปสู่ละครเวที ‘ปรารถนา : ภาพเหมือนการเข้าสิง’ ซึ่งเป็นการร่วมงานกับ ‘โทชิกิ โอคาดะ’ (Toshiki Okada) ผู้กำกับละครเวทีชื่อดังชาวญี่ปุ่น และออกตะเวนแสดงไปทั่วโลก ทั้งกรุงเทพฯ โตเกียว และปารีส ชื่อของ ‘อุทิศ เหมะมูล’ ก็ถูกพูดถึงในฐานะ ‘ศิลปิน’ ที่ทำงานศิลปะขนานกันไปกับงานวรรณกรรม  ผลงานครั้งนั้นไม่เพียงแค่พิสูจน์ว่าอุทิศยังคงมีฝีไม้ลายมือด้านศิลปะ แต่เป็นใบเบิกที่บอกว่าเขาหวนกลับมาทำงานศาสตร์นี้เต็มตัวหลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากรหรือเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว   หลังจากนั้นเราก็ได้เห็นผลงานของเขาอีกครั้งในนิทรรศการ ‘ความสุขของแสง The Light of […]

Wonderfruit Festival ดนตรี ศิลปะ ความยั่งยืน และเมืองในอุดมคติของพีท-ประณิธาน และ เจ-มณฑล

30/12/2019

‘วันเดอร์ฟรุตไม่ใช่แค่เทศกาลดนตรี แต่เป็นเทศกาลศิลปะ’ พีท-ประณิธาน พรประภา และ เจ-มณฑล จิรา ผู้ก่อตั้งทั้งสองของงานวันเดอร์ฟรุตได้กล่าวไว้ เมื่อเราค้นหาคำว่า “Wonderfruit Festival” ภาพผู้คนแต่งตัวจัดๆ สีสันฉูดฉาด หลากหลายสไตล์โผล่ขึ้นมาในหน้าอินเทอร์เน็ตมากมาย แต่ไม่ใช่แค่ดนตรี ศิลปะ การแต่งตัวเท่านั้น จากที่ผ่านๆ มา Wonderfruit Festival เป็นงานที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมาตลอด และปีนี้มาในคอนเซ็ปต์ pop-up city ซึ่งจะใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากกว่าเดิม ใช้เวลาขับรถประมาณครึ่งชั่วโมงจากพัทยากลาง ถนนคดเคี้ยวก็พาเรามาถึงสถานที่จัดงานวันเดอร์ฟรุต พื้นดินลูกรังฝุ่นตลบจนต้องมีรถคอยฉีดน้ำลงพื้น เป็นสัญญาณบอกว่าเราอยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควร ยิ่งเข้าไปใกล้กับบริเวณงาน ยิ่งเหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ใน ‘อีกเมืองหนึ่ง’ เมื่อเดินผ่านโครงสร้างไม้ไผ่ขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยผ้าหลากหลายสีสัน มีตัวอักษรเขียนว่า ‘WONDERFRUIT’ ซึ่งเป็นประตูทางเข้าหลักของงาน บรรยากาศโดยรอบก็ครึกครื้นไปด้วยผู้คน เคล้าคลอเสียงเพลงหลากหลายแนวจากหลายเวที ซุ้มอาหารที่มีอยู่รายรอบ ไม่ต้องกลัวว่าจะท้องร้อง มีซุ้มเวิร์คช็อปศิลปะที่น่าสนใจมากมาย มีจุดให้นั่งพักผ่อน มีโต๊ะ เก้าอี้ ไปจนถึงเปลที่ผูกอยู่กับต้นไม้ใหญ่ หรือกระทั่งศาลาพักผ่อนกลางน้ำ นอกจากส่วนหลักๆ เหล่านั้นแล้ว เราแอบสังเกตถึงเรื่อง Sustainability ที่เป็นอีกหนึ่งหัวใจหลักของงาน รอบงานมีถังขยะที่แยกเป็นส่วนๆ ทั้งขยะรีไซเคิล […]

รศ.ดร.พนิต ภู่จินดา City Lab สีลม กับเส้นทางไปสู่เมืองที่มีพื้นที่ส่วนรวมมากกว่าพื้นที่ส่วนตัว

19/12/2019

ใครที่สัญจรไปมาบริเวณถนนสีลมในช่วงเดือนธันวาคม จะเห็นว่าถนนเส้นนี้ดูแปลกตาออกไปในพื้นที่หลายๆ จุด ไม่ว่าจะเป็นป้ายรถเมล์ที่มีอุปกรณ์ออกกำลังกาย ที่นั่งพักริมถนน ทางม้าลายสีฟ้าสด ทางเท้าที่ออกแบบตีตารางให้สามารถกระโดดเล่นได้ กระดานหมากฮอสยักษ์ ไฟส่องสว่างรูปทรงหวือหวา สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นนี้อยู่ภายใต้โครง City Lab สีลม โดยความร่วมมือและการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน ทั้งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), ศูนย์ส่งเสริมสุขภาวะเมือง (Healthy Space Forum), กลุ่มคนรักสีลม, กรุงเทพมหานคร (อนุญาตให้ใช้พื้นที่โดยไม่ได้ใช้งบประมาณของกทม.) City Lab หรือ ‘ห้องทดลองเมือง’ คือกระบวนการนำเมืองที่เราอาศัยอยู่มาเป็นห้องทดลอง ศึกษาความต้องการและพฤติกรรมของคนเมือง เพื่อนำไปเป็นแนวทางการพัฒนางานออกแบบพื้นที่สาธารณะ ที่จะส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้แก่คนเมือง รวมไปถึงเพื่อพัฒนาอัตลักษณ์ของเมือง เมื่อโครงการทดลองนี้ถูกเผยแพร่ออกไปในสื่อต่างๆ โดยเฉพาะโลกออนไลน์ แน่นอนว่ามีเสียงตอบรับทั้งในทางลบและบวก เรามีโอกาสได้สนทนากับ รศ.ดร. พนิต ภู่จินดา ผู้อำนวยการศูนย์สร้างเสริมสุขภาวะเมืองและหัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนนี้ เพื่อที่จะได้เข้้าใจภาพใหญ่และเจตนารมณ์ของสิ่งที่เรียกว่า City Lab ให้มากขึ้น  หลักการของสิ่งที่เรียกว่า City Lab คืออะไร หลักการของ City Lab […]

The Better City ของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ “เราคือเมือง เมืองคือประชาชน”

29/11/2019

แม้การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ยังมาไม่ถึง แต่คนที่เรารู้อย่างแน่ชัดแล้วว่าจะลงแข่งขันในศึกชิงตำแหน่งครั้งนี้แน่นอนก็คือ ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ อดีตรองศาสตราจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมผู้ได้รับสมญานามว่า ‘รัฐมนตรีผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี’  บ่อยครั้งที่ใครๆ ก็พบเห็นชายผู้แข็งแกร่งที่สดในปฐพีคนนี้ไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนลุมฯ และถ้าเข้าไปทักทายของถ่ายรูปด้วย ก็จะได้รับปฏิกิริยาตอบกลับแบบยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นมิตรเสมอ ไลฟ์สไตล์ติดดิน เข้าถึงง่าย ชัชชาติเป็นหนึ่งในนักการเมืองไม่กี่คนที่ประชาชนรู้สึกคุ้นเคย รวมไปถึงพื้นที่โซเชียลมีเดียด้วย ดังนั้น ชัชชาติจึงเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับผู้ท้าชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. โดยเฉพาะเมื่อเขาตัดสินใจลงในนามอิสระ ด้วยเหตุผลที่ว่า ‘สามารถทำงานกับทุกภาคส่วนได้มากกว่าลงสมัครในนามพรรคการเมือง’  ว่าแต่ว่า วิสัยทัศน์ในเรื่อง ‘เมือง’ ของผู้ชายคนนี้จะเป็นอย่างไร The Urbanis อยากชวนคุณไปพูดคุยกับเขาหลังการบรรยายครั้งสำคัญในหัวข้อ “Better City จะทำเมืองให้ดีขึ้นได้อย่างไร”  การบรรยายนี้จัดขึ้นโดย ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง (CUURP) คณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) ซึ่งนอกจากจะเปิดมุมมองใหม่ในการพัฒนาเมืองให้แก่นิสิต นักศึกษาและบุคคลทั่วไปที่เข้าร่วมกิจกรรมแล้ว ยังทำให้เรา ‘เห็น’ ชัดเจนอีกด้วย ว่าชัชชาติมีวิสัยทัศน์ต่อกรุงเทพฯ อย่างไร รวมทั้งเขาอยากทำอะไรบ้าง – เพื่อให้กรุงเทพฯ ดีขึ้น ชัชชาติเริ่มการบรรยายด้วยการตั้งคำถามว่า ‘เมืองที่ดีคืออะไร’ เพราะการจะวัดผลว่าดีหรือไม่ดีนั้น […]

Why so democracy on public space ประชาธิปไตยบนที่สาธารณะของ ไอติม – พริษฐ์ วัชรสินธุ

13/11/2019

ชื่อของ ‘ไอติม’ – พริษฐ์ วัชรสินธุ ถูกจับตามองว่าเป็นนักการเมืองเลือดใหม่ไฟแรงมาตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้ง ’62  แม้ว่าผลการเลือกตั้ง ส.ส. ของเขาจะไม่เป็นไปอย่างใจหวัง แต่อดีตนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์คนนี้ยังคงเดินหน้าเรียกร้องประชาธิปไตยต่อไปภายใต้การเป็นนักการเมืองอิสระ, แกนนำกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า และบทบาทใหม่ล่าสุดของเขากับการเขียนหนังสือ ‘Why So Democracy ประชาธิปไตยมีดีอะไร’ หนังสือที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับประชาธิปไตย บนพื้นฐานความเคลือบแคลงใจทางการเมืองที่หลายคนอาจเคยตั้งคำถามกับตัวเอง เมื่อคำถามเป็นบ่อเกิดของหนังสือเล่มนี้ เราจึงอยากตั้งคำถามไอติมกลับว่า “Why so democracy on public space ” เพื่อเป็นบ่อเกิดของความเข้าใจว่าพื้นที่สาธารณะนั้นสัมพันธ์อย่างไรกับประชาธิปไตย  และเมื่อเราขาดแคลนพื้นที่สาธารณะ เราจึงขาดความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงหรือเปล่า  พื้นที่สาธารณะมีความเกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยอย่างไร ไอติม : มันมีความเชื่อมโยงกันพอสมควรนะครับ  อย่างแรกคือเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงพื้นที่ทำมาหากิน เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วประชาธิปไตย คือการที่ประชาชนทุกคนมีสิทธิมีเสียงเท่าเทียมกัน แน่นอนถ้าแปลโดยตรง มันคือการมีสิทธิที่เท่าเทียมกันทางการเมืองในการกำหนดประเทศ แต่ว่าในภาษาอังกฤษเนี่ยเขาจะใช้คำว่า Democratize Education Democratize Healthcare คือทำให้การศึกษาและสาธารณสุขเป็นประชาธิปไตย หมายความว่าการทำให้คนมีสิทธิเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพมากขึ้น เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพมากขึ้นบนพื้นฐานของความเท่าเทียมกัน  เพราะฉะนั้นเรื่องที่ดิน เรื่องพื้นที่สาธารณะก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ปัจจุบันถ้าเราไปดูความเหลื่อมล้ำของประเทศไทยเนี่ย อันที่สูงสุดน่าจะเป็นความเลื่อมล้ำของที่ดิน คือคนแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์คุมที่ดินหลายเปอร์เซ็นของประเทศ เพราะงั้นถ้าเกิดมันไม่มีพื้นที่สาธารณะเลย หรือถ้าไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยและมีที่ดินมันก็ลำบาก   […]

โลกสีเขียวใบจิ๋ว (แต่แจ๋ว) กลางกรุงฯ ของคำ ผกา

01/11/2019

เมื่อพูดถึงชื่อ คำ ผกา หรือ แขก – ลักขณา ปันวิชัย เราอาจจะมองเห็นเธอสวมบทบาทของนักเขียนหรือจับไมค์วาดฝีปากเป็นพิธีกรอยู่เสมอ คงมีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าเธอยังมีอีกหนึ่งบทบาทที่หากเราไม่ไปหาเธอถึงที่บ้าน ก็คงไม่มีทางรู้เช่นกัน ‘Urban farmer’ คือคำที่เรานิยามให้คำ ผกา หลังจากได้เห็นสวนเล็ก ๆ บริเวณหน้าบ้านของเธอ ใครจะไปคิดว่าภายในพื้นที่หน้าทาวน์โฮมแค่ประมาณ 7 – 10 ตารางเมตร กลางกรุงเทพฯ เช่นนี้จะสามารถปลูกต้นอะไรต่อมิอะไรได้มากมายตั้งแต่ไม้ประดับยันผักสวนครัว! 01 ปลูกต้นไม้คือการหา survivor “เราไม่จำเป็นต้องปลูกแยก ในพื้นที่กระจุกหนึ่งเราสามารถปลูกต้นไม้ได้ 5-6 พันธุ์” คำ ผกาบอกกับเราก่อนจะแนะนำพืชพรรณแต่ละชนิดให้รู้จักคร่าว ๆ  ตั้งแต่ ใบอ่อมแซ่บ (เธอบอกว่ารสชาติเหมือนตำลึง) ใบย่านาง ผักไชยา วอเทอร์เครส ตำลึง ตะไคร้ เสาวรส ใบเตย อัญชัน ไทม์ ต้นกล้วย ไปจนถึงไม้ประดับอีกบางส่วน เช่น กุหลาบ พิกุล พะยับหมอก ฯลฯ  “กระถางหนึ่งอันพี่ก็ปลูกมันรวมไว้ทุกอย่าง มีกระเจี๊ยบ มีพิกุล มีพริก” สำหรับคำ ผกา เธอไม่ได้มองว่าการปลูกต้นไม้ให้เบียด ๆ กัน ในพื้นที่เล็ก ๆ เช่นนี้จะเป็นปัญหา แต่กลับกลายเป็นการเรียนรู้  “พี่ว่ามันเหมือนเราเรียนรู้ไปพร้อมกัน เราลองผิดลองถูก แล้วเราก็ปล่อยให้เขา survive ด้วยตัวเอง” “แล้วอย่างนี้มันจะแย่งกันโตไหมคะ” เราถาม […]

แหม่ม-วีรพร นิติประภา การเดินทางครึ่งชีวิตบนเมืองฝันสลาย

31/10/2019

บางคนนิยามกรุงเทพฯว่า เป็นเมืองคนเหงา บ้างก็ว่าเป็นเมืองแห่งโอกาส ส่วนบางคนก็เรียกเมืองแห่งสีสัน แต่สำหรับ ‘แหม่ม-วีรพร นิติประภา’ นักเขียนดับเบิ้ลซีไรต์ผู้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้เกือบทั้งชีวิต เธอให้นิยามกรุงเทพฯ ไว้ว่า‘เมืองฝันสลาย’ “ถามว่าพี่รักเมืองนี้ไหม..พี่เรียกมันว่าเมืองฝันสลายเวลาพี่เขียนนิยาย เพราะพี่รู้ว่ามันเป็นเมืองที่ไม่มีอะไรให้ใครฝันถึง มันเป็นเมืองที่ผู้คนวิ่งเข้ามาหาโอกาสแล้วก็อกหักกลับไป”  น้ำเสียงแผ่วเบาที่อ่อนลงเรื่อยๆ จากความเหนื่อยใจ คือคำตอบที่ว่าทำไมกรุงเทพฯ ไม่ใช่เมืองในฝันสำหรับวีรพร แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็มองว่านี่อาจเป็นเสน่ห์ของมัน เมืองที่มีทั้งความรวย ความจน ความสวยงาม และความน่าเกลียดผสมรวมกันอยู่ในพื้นที่เดียว ตลอดระยะเวลากว่า 57 ปีในชีวิตของวีรพรบนเมืองฝันสลาย  เธอเห็นการเปลี่ยนผ่านของกรุงเทพฯ อย่างไรบ้าง และอะไรคือเหตุผลที่ทำให้กรุงเทพฯ ยังคงเป็นบ้านสำหรับเธอ หรือเพราะอีกฝากความวุ่นวายยังมีความอบอุ่นของย่านเมืองเก่าที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของกรุงเทพฯ รวมทั้งจิตวิญญาณของวีรพรใช่หรือเปล่า เมื่อได้ยินคำว่ากรุงเทพฯ ภาพความทรงจำแรกที่ขึ้นมาคืออะไร แหม่ม : รถติด จริงๆ มันก็เป็นเมืองที่มีทุกอย่างนะ เวลาที่พี่ไปเมืองอื่นๆ ไม่ใช่แค่เมืองนอกนะ แต่ในเมืองไทยเองพี่ก็มักจะมองหาเมืองที่มีด้านสองด้าน และพี่ก็พบว่ากรุงเทพฯ มันอาจจะมีด้านอย่างนั้นอะนะ ก็อาจจะเป็นอย่างนี้ก็ได้ที่พี่ทนอยู่กรุงเทพฯ ได้มาอย่างยาวนาน เพราะมันมีทั้งส่วนที่ดีที่สุดเท่าที่เมืองๆ หนึ่งควรจะมีกับส่วนที่แย่ที่สุดเท่าที่เมืองๆหนึ่งควรจะมีได้เช่นกัน มีความรวย มีความจน มีความสวยงามกับน่าเกลียดพอๆ กัน ในฐานะที่อยู่กรุงเทพฯ มานาน เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างไรของกรุงเทพฯ […]

1 3 4 5