แนวโน้มในการเรียนรู้ในรั้วมหาวิทยาลัย

04/11/2020

ในอดีตการศึกษาเป็นการยกระดับชีวิต เลื่อนสถานะทางสังคม ใบปริญญาหลังจบการศึกษาจึงล้ำค่าเพราะแปลว่าโอกาสที่จะก้าวเท้าสู่การทำงานสว่างไสวในพริบตา แต่ปัจจุบันด้วยจำนวนบัณฑิตที่จบการศึกษามากขึ้น และการจบการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยไม่ได้การันตีการมีงานทำอีกต่อไป แถมกรอบการเรียนรู้แบบเดิมก็มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์จนหลายคนไม่ได้ค้นหาความถนัดของตนเอง เมื่อวันเวลาผ่านไป เทคโนโลยีพัฒนามากขึ้น คุณค่าการศึกษาและการเรียนรู้จึงมีการขยับปรับเปลี่ยน ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980 เป็นต้นมา ทิศทางการเรียนรู้ได้เปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ด้วยอิทธิพลของโลกาภิวัตน์ที่ทวีความเข้มข้นขึ้นจากการปฏิวัติเทคโนโลยีและการสื่อสาร โลกได้เคลื่อนออกจาก “ยุคอุตสาหกรรม” เป็น “ยุคหลังอุตสาหกรรม” ที่เศรษฐกิจสังคมตั้งอยู่บน “ฐานของความรู้” ข้อมูลข่าวสาร ความรู้และนวัตกรรมเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งหมายถึงความต้องการทักษะของทรัพยากรมนุษย์อันพึงประสงค์ที่แตกต่างไปจากเดิม จากการศึกษาเนื้อหาเรื่องการศึกษาและการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สามารถอธิบายสัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในองค์กรมหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นสถาบันหลักระดับอุดมศึกษา โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ ด้านสาระการเรียนรู้ (substance) ด้านวิธีการและเครื่องมือ (methods and tools) และด้านองค์กร (organization) หมายเหตุ เนื้อหาเรียบเรียงจากโครงการจัดทำผังแม่บทฯ ศตวรรษที่ 2 : เขตการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 1. หมวดสาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบันใน 5 ทิศทาง ได้แก่ 1.1 การเรียนรู้ตลอดชีวิตและการเรียนรู้เชิงกว้างในอนาคต ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย และประสบปัญหาเด็กเกิดน้อยลง […]

เมืองแห่งการเรียนรู้คืออะไรเมื่อ การเรียนรู้ > การศึกษา

03/11/2020

เรียบเรียงจากการบรรยายวิชาการ โดย ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC-CEUS) เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2563 ณ อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และข้อเสนอโครงการศึกษาบทบาท ศักยภาพ และพัฒนาดัชนีชี้วัดการขับเคลื่อนเมืองการเรียนรู้แห่งอนาคต (The Future of Learning City) โดย ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล / อดิศักดิ์ กันทะเมืองลี้ / ธนพร โอวาทวรวรัญญู  กิจกรรม การเรียนรู้ > การศึกษา โดย ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC-CEUS) ถือเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ “เมืองการเรียนรู้แห่งอนาคต” (The Future of Learning City) ที่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแวดวงการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้/พื้นที่เรียนรู้ (Learning Provider) กับผู้เรียนรู้ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนนิยามและกำหนดความหมายของคำว่า “เมืองแห่งการเรียนรู้” (Learning City) ผ่านกระบวนการสนทนากลุ่ม […]

ได้ยินบรรยากาศ ที่มองเห็นในลิสบอนไหม? Can You Hear the Atmosphere Your Eyes See in Lisbon?

06/10/2020

เรื่องและภาพ : กรกฎ พัลลภรักษา เสียงแหบพร่าของหญิงสาว ที่เปล่งลมเป็นเสียงออกมา ราวจะละเลงความเจ็บปวดของอารมณ์โศกให้ออกจากอก ละลายหายไปในความมืด แล้วละล่องท่องไปตามลมของฤดูหนาว ผ่าความสงัดเงียบของราตรีไปตามทางเดินที่เป็นตรอกเล็กซอยน้อย สะท้อนจากกำแพงหนึ่งไปยังกำแพงหนึ่ง คลานคืบแทรกวลี ประโยค และเรื่องครั้งหลัง ไปตามก้อนหินแต่ละก้อนของย่านเมืองเก่าในลิสบอน ฉันยืนเกาะเหล็กดัดที่ริมระเบียง เหมือนกำความเย็น และยอมถูกสะกดให้จมดิ่งลงไปในคลื่นยักษ์ของกาลเวลาด้วยเสียง ที่เต็มไปด้วยความโหยหาในเนื้อร้องของฟาโด เพลงระบายอารมณ์ที่ปล่อยความรู้สึกในกักให้ออกมาโลดแล่นจากบาร์เก่าที่สุดของเมือง ซึ่งไม่ห่างจากที่พักในย่านเมืองเก่า อัลฟามา (Alfama)  ย่านนี้คือ ย่านเดียวของลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกสที่ไม่ถูกทำลายจากมหันตภัยแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิ หลังจากที่รอดพ้นมานับสิบครั้ง และเช่นกันในปี ค.ศ. 1755 ขณะที่มีแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่สิ่งก่อสร้างและสถาปัตยกรรมกว่า 85% ของเมืองถูกทำลาย ย่านอัลฟามากลับได้รับผลกระทบเล็กน้อย และยังคงเป็นชุมชนและย่านโบราณของลิสบอนจนถึงวันนี้ เสียงครวญเพลงฟาโดคืนนั้น กำลังกำจัดความหลอนร้าย แล้วปลอบประโลมให้ตระหนักถึงเวลาที่มี ในปัจจุบัน  ในวันนี้ลิสบอนคืออัญมณีน้ำงามที่เหมือนเพิ่งมีคนค้นพบอีกทีในยุโรป ทั้งที่ตั้งของเมือง บรรยากาศที่แวดล้อม ความสวยของสถาปัตยกรรม ศิลปะ อากาศ ขนมนมเนยอย่าง pastéis de nata และอาหาร โดยเฉพาะอาหารทะเล ยิ่ง Anthony Bourdain ได้ไปค้นพบความลับของรสชาติอาหารจากหลายร้านถึงก้นครัว ลิสบอนจึงเป็นเมืองปลายทางยอดนิยมข้ามคืน ยิ่งเป็นย่านเมืองเก่า ที่ผ่านเรื่องราวมามากมาย […]

กรุงเทพฯ เมืองเวนิสแห่งตะวันออก กับการสัญจรทางน้ำที่กำลังจะหายไป

06/10/2020

หลายคนคงเคยได้ยินว่า ในอดีตกรุงเทพฯ เคยมีชื่อเล่นเก๋ๆ เป็น ‘เวนิสแห่งตะวันออก’ เนื่องจากมีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านกลางเมือง ทั้งยังมีลำน้ำคูคลองแตกแขนงจำนวนมากที่เชื่อมถึงกันทั้งหมด นำมาซึ่งการสัญจรทางน้ำที่เป็นเส้นทางคมนาคมหลัก คนกรุงเทพฯ จึงผูกพันกับสายน้ำมาอย่างยาวนาน ทว่าปัจจุบันเหล่าคูคลองเหล่านั้นกลับถูกลดบทบาทลง โดยมีตัวละครใหม่อย่าง ‘ถนน’ เข้ามาช่วงชิงความสำคัญแทน คลองจึงค่อยๆ ลดความสำคัญ และค่อยๆ หายไปจากชีวิตประจำวันของเรา ย้อนกลับไปดูในเชิงประวัติศาสตร์ตั้งแต่ก่อนจะมีกรุงเทพมหานคร บริเวณนี้เป็นเพียงสถานีการค้าขนาดเล็กที่อยู่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา โดยแม่น้ำลำคลองเป็นตัวเลือกหลักในการใช้ และขยายเครือข่ายการขนส่ง เราพบว่า ช่วงปีพ.ศ. 2065 – 2179 มีการขุดคลองลัดจากบางกอกน้อย – บางกอกใหญ่ บางกรวยจากวัดชะลอถึงวัดขี้เหล็กบางกอกน้อย และปากคลองแม่น้ำอ้อมถึงวัดเขมา เป็นการเปิดเส้นทางสัญจรใหม่ๆ เพื่อย่นระยะเวลาการเดินทางสู่อยุธยาโดยตรง แม่น้ำลำคลองจึงเป็นแหล่งที่มาของอุปโภค และบริโภค และเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม และประเพณีริมน้ำภาคกลางต่างๆ เช่น ตักบาตร, ลอยกระทง หรือทอดกฐินทางน้ำ ฯลฯ เรียกได้ว่า เป็นเนื้อเดียวกับชีวิตประจำวันของคนกรุง และมีบทบาทสนับสนุนเจริญงอกงามของสังคมเป็นอย่างยิ่ง มีหลายสมมติฐานว่าชื่อ ‘บางกอก’(Bangkok) มีที่มาหลายอย่าง เช่น ‘กอก’ ที่มาจากต้นมะกอกที่ปลูกมากในบริเวณนี้ หรือ ‘เกาะ’ อันหมายถึงพื้นที่ที่ล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำ และลำคลองจนเป็นเกาะ เพราะแต่เดิมกรุงเทพในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 โครงข่ายคลองมีลักษณะเป็นใยแมงมุม และมีจำนวนมากกว่า 1,200 คลอง แสดงให้เห็นว่ากรุงเทพฯ มีคลองอยู่จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะช่วงการขยายตัวของชุมชนทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา(ธนบุรีและพระนคร) จำนวนคลองที่เชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำต่างๆ ก็เพิ่มขึ้น หากมองเฉพาะบริเวณฝั่งธนบุรีไม่เพียงแต่คลองธรรมชาติจำนวนมาก แต่ยังนิยมขุดคลองเพื่อใช้ประโยชน์ทางเกษตรกรรม สังเกตได้ว่าบ้านสวนฝั่งธนจะมีท้องร่อง คลองหลัก และคลองซอยบริเวณรอบบ้านเสมอ ซึ่งคลองขุดหลายๆ สายยังเชื่อมต่อไปยังต่างจังหวัดอีกด้วย สามารถประยุกต์ใช้เป็นการขนส่งแบบพื้นบ้าน (Traditional Logistic) ได้อีกต่อหนึ่ง เป็นเส้นทางขนส่งสำคัญช่วงที่น้ำตาลและข้าวเป็นสินค้าส่งออกหลัก ปัจจุบันฝั่งธนบุรีจึงเป็นฝั่งที่มีคลองมากที่สุดในกรุงเทพฯ โดยบางส่วนยังเป็นเส้นทางสัญจรแบบดั้งเดิม หรือทำการอนุรักษ์ไว้เป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภทตลาดน้ำและชุมชนริมคลอง […]

คุณอรรถพร คบคงสันติ ภูมิสถาปนิก: มดงานที่เติบพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองคอนกรีต

24/09/2020

ต้นไม้ใบหญ้า พื้นที่สาธารณะดีๆ ที่คนเมืองสามารถใกล้ชิดกับธรรมชาติ เป็นความปรารถนาของคนหลายคน แต่ในเมืองอย่างกรุงเทพมหานครที่คล้ายจะกลายเป็นเมืองคอนกรีตเข้าไปทุกที่ คนเล็กๆ คนหนึ่งจะสามารถเปลี่ยนแปลง เติมสีเขียวได้อย่างไร ชวนหาคำตอบผ่านชีวิตคุณอรรถพร คบคงสันติไปพร้อมกัน! เริ่มต้นร่ำเรียนวิชาสถาปัตย์ฯ คุณอรรถพร คบคงสันติ ภูมิสถาปนิกและผู้บริหารบริษัท T.R.O.P ผู้มีผลงานโดดเด่นคนหนึ่งของประเทศไทย บอกเล่าประสบการณ์และเส้นทางการทำงานทั้งในประเทศ และต่างประเทศที่ได้ใช้ทักษะความรู้ความสามารถในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมือง โดยจุดเริ่มต้นของการร่ำเรียนสู่การเป็นสถาปนิกของเขาเกิดขึ้นที่ภาควิชาภูมิสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนบินลัดฟ้าไปเรียนต่อปริญญาโทที่ Harvard Graduate School of Design ในประเทศสหรัฐอเมริกา การใช้ชีวิตร่ำเรียนในช่วงปริญญาโท และการทำงานที่สหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปตลอดกาล โดยเขาได้เรียนรู้ผ่านภูมิสถาปนิก ผู้เชี่ยวชาญ 2 ท่าน ได้แก่ George Hargreaves ภูมิสถาปนิกที่เป็นที่รู้จักตั้งแต่อายุเพียง 29 ปี โดดเด่นในการทำงานพื้นที่สาธารณะ และ Bill Bensley สถาปนิกผู้เก่งกาจในการออกแบบโรงแรมที่พักสุดหรู การได้สังเกตการณ์ทำงานจากคนระดับโลกและได้ทำงานที่มีความท้าทายมากมายทำให้ไม่กี่ปีต่อมา เขาเลือกที่จะกลับเมืองไทยและเปิดบริษัทเป็นของตัวเองในชื่อ T.R.O.P อันเป็นการผสมผสานของสองอย่างในการสร้างพื้นที่สีเขียว ได้แก่ ดิน (Terrains) และพื้นที่ว่าง (Open space) […]

“นิเวศแห่งการเรียนรู้” : บนเส้นทางการเติบโตของฮับ – เหมวิช เด็กชายอายุ 13 เจ้าของ นวัตกรรมเพื่อช่วยคนหูหนวก

20/09/2020

เรื่อง : เมธิรา เกษมสันต์ ภาพ/สัมภาษณ์ : ชยากรณ์ กำโชค 11 ปี คืออายุของเด็กชายคนหนึ่ง ที่เดินไปบอกพ่อแม่ว่า “ผมอยากทำเครื่องช่วยฟังเพื่อคนหูหนวก”   12 ปี คืออายุของเด็กชายคนนั้น ที่กำลังนั่งหาข้อมูลวิทยาศาสตร์ ต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และเขียนบทคัดย่อโครงการ เพื่อเตรียมส่งสิ่งประดิษฐ์ที่เขาคิดค้นเข้าประกวดในโครงการ Google Science Fair 13 ปี คืออายุเมื่อเขาได้เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย ซึ่งถือเป็นเด็กไทยคนแรกที่ได้เข้ามาถึงรอบนี้ และเป็นผู้มีอายุน้อยที่สุดของผู้เข้าร่วมโครงการ เด็กชายคนนั้นมีชื่อว่า เหมวิช วาฤทธิ์ หรือ ฮับ สิ่งประดิษฐ์ของเขา คือเครื่องช่วยฟัง EarZ สำหรับผู้พิการทางการได้ยิน ที่ใช้หลักการการนำเสียงผ่านกระดูก (Bone Conduction) และโปรแกรมฝึกการเปล่งเสียง EZ Speak เพื่อช่วยให้พวกเขาออกเสียงได้ชัดถ้อยชัดคำมากขึ้น   สิ่งที่น่าสนใจของเด็กชายคนนี้ ไม่ได้อยู่ที่ความอัจฉริยะเหนือเด็กทั่วไป แต่อยู่ที่วิธีการคิด วิธีการเรียนรู้ และสภาพแวดล้อมที่เด็กชายคนนี้เติบโตมา อะไรคือสิ่งที่ทำให้เด็กอายุ […]

เมือง เปลี่ยน ย่าน ? ย่านจะอยู่อย่างไร เมื่อคนรอบข้างเปลี่ยนไป : ชวนพูดคุยกับ ธีรนันท์ ช่วงพิชิต

01/09/2020

ในยุคสมัยที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับมนุษย์มากขึ้น เป็นเหมือนหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดการขยายตัวของเมือง ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเดินทาง การติดต่อสื่อสารและการอยู่อาศัย แต่ในขณะเดียวกันตัวแปรสำคัญนี้ก็ได้เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนให้เปลี่ยนไปจากเดิม จากชุมชนเล็กๆ กลายมาเป็นชุมชนเมืองขนาดใหญ่ ลองตั้งคำถามดูว่าย่านชุมชนเก่าแก่ จะสามารถรักษามรดกวัฒนธรรมไปพร้อมๆ กับการยกระดับย่านได้หรือไม่ และจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไรเพื่อไม่ให้ถูกกลืนกิน วันนี้จะชวนพูดคุยกับ คุณธีรนันท์ ช่วงพิชิต ผู้ก่อตั้งศูนย์ข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนธนบุรีและประธานมูลนิธิประชาคมย่านกะดีจีน-คลองสาน หนึ่งในผู้ผลักดันเพื่อการพัฒนาย่านควบคู่ไปกับรักษามรดกวัฒนธรรมของชุมชนเก่าแก่ใน กรุงเทพมหานคร คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับความแตกต่างระหว่างกรุงเทพฝั่งพระนครกับกรุงเทพฝั่งธนฯ ในแง่ของ วิถีชีวิต เศรษฐกิจ ตึกรามบ้านช่อง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ “เบื้องต้นต้องทำความเข้าใจบริบททางสังคมศาสตร์ให้ได้ก่อนว่าไม่ใช่ฝั่งธนฯ คือฝั่งตะวันตก พระนครคือฝั่งตะวันออก อันนี้เราเข้าใจผิดทันที ประวัติศาสตร์จริงๆ คือ สังคมกับวัฒนธรรมทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นวัฒนธรรมชุดเดียวกัน แต่ช่วงระยะเวลามันจะเหลื่อมกันประมาณ 15 ปี ในช่วงของ พ.ศ.2310-2325 เป็นเวลาของกรุงธนบุรี แต่ในขณะเดียวกันเวลาของกรุงรัตนโกสินทร์ หรือที่เราเรียกกันว่าบางกอกก็คือ ปี 2325 จนถึงแง่ใดแง่หนึ่งมันจะเป็นการใช้พื้นที่ที่ทับซ้อนกันอยู่ “ธนบุรีเป็นเมืองทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เราเรียกว่าเมืองอกแตก จึงไม่ใช่เมืองฝั่งตะวันตก ถ้าเรียกว่าเมืองอกแตกแล้วเรียกฝั่งธนฯ เป็นฝั่งตะวันตกแสดงว่าผิด เพราะมันคือทั้งสองฝั่ง กรุงเทพฯ คือเมืองที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกภายหลัง ฉะนั้นการใช้ประวัติศาสตร์ลักษณะนี้จะทำให้เราเข้าใจถึงเรื่องของมิติทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้เราเข้าใจตัวตนเรามากขึ้นว่าเป็นเมืองที่มีทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา” ในแง่ของวิถีชีวิต การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเกิดจากการชะลอประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ที่เกิดจากความเจริญทางกายภาพที่เข้ามาไม่ถึงในช่วง […]

18 พฤษภา วันพิพิธภัณฑ์สากล ย้อนรอยความสำคัญย่านกะดีจีน-คลองสาน

01/09/2020

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าวันที่ 18 พฤษภาคม ถูกจัดให้เป็นวันพิพิธภัณฑ์สากล หรือ International Museum Day เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ นับว่าเป็นสถานที่สำหรับการเรียนรู้และจัดเก็บเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไว้มากมาย และเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์สากลเราจะขอพูดถึงเรื่องราวความงดงามเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ย่านกะดีจีน-คลองสาน วันพิพิธภัณฑ์สากลเกิดขึ้นได้อย่างไร ? วันพิพิธภัณฑ์สากลถูกสถาปนาครั้งแรกในปี 1977 โดยสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างประเทศ หรือ International Council of Museum : ICOM เพื่อให้ประชาชนได้กลับมาสนใจเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และให้ความสำคัญกับสถานที่แห่งนี้ ซึ่งชาวพิพิธภัณฑ์ในหลายๆ ประเทศมีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในวันนี้ด้วย พิพิธภัณฑ์ในย่านกะดีจีน – คลองสาน อยู่ตรงไหนบ้าง ? พื้นที่ย่านกะดีจีน – คลองสานถือเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ ซึ่งแน่นอนว่าที่แห่งนี้มีเรื่องราวมากมายที่สามารถเข้าไปเรียนรู้ โดยในบทความนี้จะขอพูดถึงความงดงามของพิพิธภัณฑ์ในย่าน 4 แห่งด้วยกันดังนี้ พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน ที่แรกคือพิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน ซึ่งด้านล่างของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกจัดเป็นร้านกาแฟเล็กๆ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ส่วนชั้นบนจะเป็นพื้นที่เก็บรวบรวมประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน ข้อมูลส่วนหนึ่งจะเกี่ยวกับชุมชนชาวสยาม – โปรตุเกส รวมไปถึงประวัติแม่นางมารี กีมาร์หรือท้าวทองกีบม้า นอกจากนี้ยังมีห้องจัดแสดงประวัติข้าวของเครื่องใช้ของชาวโปรตุเกสที่เข้ามาในสยามอดีต เช่น โมเดลจำลองเรือสินค้าที่เข้ามาค้าขายในสยาม ข้าวของเครื่องใช้ในสมัยอยุธยา และยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่รอให้เราได้เข้าไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีนตั้งอยู่ที่ […]

ชวนดูเทรนด์การพัฒนาเมืองด้วยข้อมูลเปิด แก้ปัญหาสาธารณะจากเทคโนโลยีและความร่วมมือของทุกคน

01/09/2020

ปกติเวลาคุณเห็นปัญหาสาธารณะอย่างทางเดินเท้า ไม่ว่าจะเป็นบล็อกแตก ทางเดินขาด ขยะล้น มอเตอร์ไซค์วิ่งข้างบน หรือคนตั้งของขวางทาง ฯลฯ แล้วคุณทำอย่างไร? ปัญหาทางเดินเท้าเรียกได้ว่าเป็นปัญหาคลาสสิกของมนุษย์กรุงเทพฯ ที่ต้องพบเจอในชีวิตประจำวัน ซึ่งเชื่อได้ว่าหลายคนคงทำได้แค่บ่นกับคนรู้จักหรือทางโซเชียลมีเดียไปวันๆ แต่คุณเคยสังเกตไหมว่าสุดท้ายแล้วปัญหาเหล่านี้ก็ยังอยู่เราและไม่ได้รับการแก้ไขใดๆ นานวันเข้าก็กลายเป็นความ ‘เคยชิน’ ในการอยู่ร่วมกับปัญหาเหล่านั้นเสียแล้ว แต่เดิมการแก้ปัญหาเมืองคือการที่หน่วยงานของรัฐลงพื้นที่ในชุมชนด้วยตนเอง สิ่งนี้เป็นกระบวนการที่ล่าช้าใช้งบประมาณจำนวนมากและไม่ทั่วถึงทุกพื้นที่ ฉะนั้นปัญหาต่างๆ ก็จะถูกแก้ไขเพียงบางส่วนเท่าที่ผู้ดูแลสำรวจเห็น ครั้นเกิดการปฏิวัติเทคโนโลยีและข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะอินเตอร์เน็ตที่ทำให้เราเชื่อมต่อกับข้อมูลสรรพสิ่งจำนวนมาก Big data จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในแวดวงต่างๆ หนึ่งในนั้นคือบริบทการฟื้นฟูและการบริหารจัดการเมือง ทำให้เกิดแนวคิดการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ หรือ Open Data ที่นำความรวดเร็วของเทคโนโลยีบวกกับความร่วมมือของประชาชนมาสร้างช่องทางในการแจ้งปัญหา เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างคุณภาพชีวิตในเมืองให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งปัญหาสาธารณะเป็นปัญหาที่ทั่วโลกประสบเหมือนกัน แต่หลายประเทศเริ่มนำแนวคิด Open Data มาใช้พัฒนาเมืองกันบ้างแล้ว เราไปดูตัวอย่างจากต่างประเทศกันหน่อยว่าเขาประยุกต์ใช้แนวคิดการจัดการข้อมูลมาสร้างช่องทางหรือแพลตฟอร์ม Open Data ในการปรับปรุงและพัฒนาเมืองอย่างไรกันบ้าง? Fix My Street เป็นแพลตฟอร์มของประเทศอังกฤษที่จัดทำโดยวิสาหกิจเพื่อสังคม mySociety โดยมีจุดประสงค์เป็นช่องทางกลางให้ประชาชนสามารถเข้าไปปักหมุดแจ้งปัญหา รายงาน หรือพูดคุยเกี่ยวกับถนนและทางเดินเท้าทั่วทั้งประเทศ ซึ่งปัญหาต่างๆ จะส่งไปยังผู้รับผิดชอบโดยตรง (เข้าไปดูตัวอย่างการแจ้งปัญหาได้ที่ >>> Fix My Street) Qlue แพลตฟอร์มเพื่อนบ้านอาเซียนจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นแพลตฟอร์มที่ให้ประชาชนกลายเป็นหนึ่งในผู้ตรวจสอบการทำงานของส่วนบริหารท้องถิ่น สามารถร้องเรียนเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในเมือง เช่น ปัญหาทางเดินเท้า พื้นถนน ขยะ ไฟจราจร กระทั่งถึงอาชญากรรม โดยปัญหาต่างๆ จะส่งตรงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นกัน (เข้าไปดูตัวอย่างการแจ้งปัญหาได้ที่ >>> Qlue) The Clean Streets L.A. แพลตฟอร์มในสหรัฐ […]

เพราะเป็นคนกรุงเทพฯ จึงเจ็บปวด : เมืองไร้แสง ภัยจึงมี

01/09/2020

เคยไหม? เวลาเดินกลับบ้านคนเดียวในซอยเปลี่ยวตอนกลางคืน จู่ๆ คุณก็รู้สึกขนลุก ใจหวิว เสียวสันหลัง เหมือนมีใครเดินตามตลอดเวลา พอหันกลับไปก็ไม่มีอะไร นานเข้าคล้ายว่าเราเป็นโรคหวาดระแวงไปเสียแล้ว มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณจะรู้สึกเช่นนั้น เพราะจากสถิติการรับแจ้งกลุ่มคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ ภายในพื้นที่กรุงเทพฯ ช่วง พ.ศ. 2554 – 2558 พบว่า คดีวิ่งราวทรัพย์, กรรโชกทรัพย์, ชิงทรัพย์ และปล้นทรัพย์ ไม่ได้มีแนวโน้มลดลงแต่อย่างใด หนำซ้ำบางคดียังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอีกด้วย เช่น คดีปล้นทรัพย์ที่มีจำนวนรับแจ้ง 56, 106, 105 , 113 และ 114 คดีตามลำดับ สอดคล้องกับผลสำรวจจากหน่วยวิจัยระดับโลก Economist Intelligence Unit ที่จัดอันดับกรุงเทพฯ ติดกลุ่มเมืองไม่ปลอดภัยที่สุดในโลก 12 ลำดับสุดท้าย และติดอันดับ 4 เมืองที่เกิดก่อการร้ายบ่อยและรุนแรงสูง เมื่อเทียบกับผลสำรวจสภาพปัญหาการเดินเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ปี 2558 ของศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) ก็พบว่า ปัญหาสำคัญต่อการเดินเท้าในกรุงเทพฯ คือ ปัญหาด้านความปลอดภัย ประกอบด้วยปัญหาอันตรายจากอาชญากรรม […]

1 2 3 7