“นิเวศแห่งการเรียนรู้” : บนเส้นทางการเติบโตของฮับ – เหมวิช เด็กชายอายุ 13 เจ้าของ นวัตกรรมเพื่อช่วยคนหูหนวก

20/09/2020

เรื่อง : เมธิรา เกษมสันต์ ภาพ/สัมภาษณ์ : ชยากรณ์ กำโชค 11 ปี คืออายุของเด็กชายคนหนึ่ง ที่เดินไปบอกพ่อแม่ว่า “ผมอยากทำเครื่องช่วยฟังเพื่อคนหูหนวก”   12 ปี คืออายุของเด็กชายคนนั้น ที่กำลังนั่งหาข้อมูลวิทยาศาสตร์ ต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และเขียนบทคัดย่อโครงการ เพื่อเตรียมส่งสิ่งประดิษฐ์ที่เขาคิดค้นเข้าประกวดในโครงการ Google Science Fair 13 ปี คืออายุเมื่อเขาได้เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย ซึ่งถือเป็นเด็กไทยคนแรกที่ได้เข้ามาถึงรอบนี้ และเป็นผู้มีอายุน้อยที่สุดของผู้เข้าร่วมโครงการ เด็กชายคนนั้นมีชื่อว่า เหมวิช วาฤทธิ์ หรือ ฮับ สิ่งประดิษฐ์ของเขา คือเครื่องช่วยฟัง EarZ สำหรับผู้พิการทางการได้ยิน ที่ใช้หลักการการนำเสียงผ่านกระดูก (Bone Conduction) และโปรแกรมฝึกการเปล่งเสียง EZ Speak เพื่อช่วยให้พวกเขาออกเสียงได้ชัดถ้อยชัดคำมากขึ้น   สิ่งที่น่าสนใจของเด็กชายคนนี้ ไม่ได้อยู่ที่ความอัจฉริยะเหนือเด็กทั่วไป แต่อยู่ที่วิธีการคิด วิธีการเรียนรู้ และสภาพแวดล้อมที่เด็กชายคนนี้เติบโตมา อะไรคือสิ่งที่ทำให้เด็กอายุ […]

ชวนดูเทรนด์การพัฒนาเมืองด้วยข้อมูลเปิด แก้ปัญหาสาธารณะจากเทคโนโลยีและความร่วมมือของทุกคน

01/09/2020

ปกติเวลาคุณเห็นปัญหาสาธารณะอย่างทางเดินเท้า ไม่ว่าจะเป็นบล็อกแตก ทางเดินขาด ขยะล้น มอเตอร์ไซค์วิ่งข้างบน หรือคนตั้งของขวางทาง ฯลฯ แล้วคุณทำอย่างไร? ปัญหาทางเดินเท้าเรียกได้ว่าเป็นปัญหาคลาสสิกของมนุษย์กรุงเทพฯ ที่ต้องพบเจอในชีวิตประจำวัน ซึ่งเชื่อได้ว่าหลายคนคงทำได้แค่บ่นกับคนรู้จักหรือทางโซเชียลมีเดียไปวันๆ แต่คุณเคยสังเกตไหมว่าสุดท้ายแล้วปัญหาเหล่านี้ก็ยังอยู่เราและไม่ได้รับการแก้ไขใดๆ นานวันเข้าก็กลายเป็นความ ‘เคยชิน’ ในการอยู่ร่วมกับปัญหาเหล่านั้นเสียแล้ว แต่เดิมการแก้ปัญหาเมืองคือการที่หน่วยงานของรัฐลงพื้นที่ในชุมชนด้วยตนเอง สิ่งนี้เป็นกระบวนการที่ล่าช้าใช้งบประมาณจำนวนมากและไม่ทั่วถึงทุกพื้นที่ ฉะนั้นปัญหาต่างๆ ก็จะถูกแก้ไขเพียงบางส่วนเท่าที่ผู้ดูแลสำรวจเห็น ครั้นเกิดการปฏิวัติเทคโนโลยีและข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะอินเตอร์เน็ตที่ทำให้เราเชื่อมต่อกับข้อมูลสรรพสิ่งจำนวนมาก Big data จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในแวดวงต่างๆ หนึ่งในนั้นคือบริบทการฟื้นฟูและการบริหารจัดการเมือง ทำให้เกิดแนวคิดการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ หรือ Open Data ที่นำความรวดเร็วของเทคโนโลยีบวกกับความร่วมมือของประชาชนมาสร้างช่องทางในการแจ้งปัญหา เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างคุณภาพชีวิตในเมืองให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งปัญหาสาธารณะเป็นปัญหาที่ทั่วโลกประสบเหมือนกัน แต่หลายประเทศเริ่มนำแนวคิด Open Data มาใช้พัฒนาเมืองกันบ้างแล้ว เราไปดูตัวอย่างจากต่างประเทศกันหน่อยว่าเขาประยุกต์ใช้แนวคิดการจัดการข้อมูลมาสร้างช่องทางหรือแพลตฟอร์ม Open Data ในการปรับปรุงและพัฒนาเมืองอย่างไรกันบ้าง? Fix My Street เป็นแพลตฟอร์มของประเทศอังกฤษที่จัดทำโดยวิสาหกิจเพื่อสังคม mySociety โดยมีจุดประสงค์เป็นช่องทางกลางให้ประชาชนสามารถเข้าไปปักหมุดแจ้งปัญหา รายงาน หรือพูดคุยเกี่ยวกับถนนและทางเดินเท้าทั่วทั้งประเทศ ซึ่งปัญหาต่างๆ จะส่งไปยังผู้รับผิดชอบโดยตรง (เข้าไปดูตัวอย่างการแจ้งปัญหาได้ที่ >>> Fix My Street) Qlue แพลตฟอร์มเพื่อนบ้านอาเซียนจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นแพลตฟอร์มที่ให้ประชาชนกลายเป็นหนึ่งในผู้ตรวจสอบการทำงานของส่วนบริหารท้องถิ่น สามารถร้องเรียนเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในเมือง เช่น ปัญหาทางเดินเท้า พื้นถนน ขยะ ไฟจราจร กระทั่งถึงอาชญากรรม โดยปัญหาต่างๆ จะส่งตรงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นกัน (เข้าไปดูตัวอย่างการแจ้งปัญหาได้ที่ >>> Qlue) The Clean Streets L.A. แพลตฟอร์มในสหรัฐ […]

เมือง Łódź : ปรับโรงงานร้าง สร้างการเรียนรู้

29/08/2020

เมื่อ “คน” คือโจทย์สำคัญของเมือง คุณอาจจะไม่ค่อยคุ้นชื่อกับเมือง Łódź (ออกเสียงว่า “วูช”) ประเทศโปแลนด์เท่าไหร่นัก อาจเพราะไม่ใช่เมืองหลวงของประเทศ แต่ด้วยแผนพัฒนาเมืองในปี 2020 ที่เริ่มวางแผนและดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2012 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง ดึงดูดนักลงทุนและพัฒนาด้านเศรษฐกิจของเมือง ด้วยการทุ่มพละกำลังในการฟื้นฟูเมืองซึ่งมิได้มุ่งเน้นแต่การปรับโครงสร้างและส่วนประกอบของเมือง แต่ยังให้ความสำคัญกับการเริ่มจาก “พลเมือง” ที่จะเป็นทั้งฟันเฟือนในการขับเคลื่อนและผู้ที่จะใช้งานพื้นที่เมือง จึงทำให้เมืองนี้มีความน่าสนใจและอาจนำมาเป็นบทเรียนสำคัญให้กับเราได้เป็นอย่างดี เมือง Łódź เป็นเมืองอุตสาหกรรมสิ่งทอเก่าที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศโปแลนด์ มีประชากรประมาณ 700,000 คน ห่างจากเมือง Warsaw เมืองหลวงของโปแลนด์ประมาณ 119 กิโลเมตร มีสิ่งปลูกสร้าง และส่วนประกอบที่หลากหลาย อาทิ ที่พักอาศัยแบบตึกแถว พระราชวังกว่า 27 แห่ง พื้นที่สีเขียวทั้งในรูปแบบของสวนสาธารณะ สวนขนาดหย่อม พื้นที่ระหว่างอาคารที่ถูกปรับปรุงให้บรรยากาศโดยรอบของเมืองน่ามองยิ่งขึ้น และโรงงานเก่ากว่า 200 แห่งที่บางส่วนกลายมาเป็นไฮไลต์สำคัญของเรื่องราวในครั้งนี้ สังคมได้เรียนรู้ คือ ผลตอบแทนทางสังคมที่คุ้มค่าที่สุด จากงานวิจัยในหลายส่วนในเมืองนี้ชี้ให้เห็นว่า คนมีความเข้าใจในเมือง Łódź และองค์ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเมืองค่อนข้างน้อย ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปทั้งความรู้สึกรับผิดชอบต่อเมือง และการใช้งานเมืองในลักษณะต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าไปใช้พื้นที่สาธารณะของเมือง ยกตัวอย่างว่า […]

3 ย่าน: เยาวราช/เพลินจิต/พระประแดง ในความนึกคิดของนิสิตผังเมือง

20/08/2020

ย่านแต่ละย่านต่างมีรสชาติเป็นของตัวเอง มีทั้งเรื่องราว เรื่องเล่า การออกแบบที่สะท้อนบุคลิกของผู้คนที่อาศัยอยู่ The Urbanis ชวนสำรวจ 3 ย่านที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเยาวราช ย่านเก่าแก่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก, เพลินจิต ย่านธุรกิจใจกลางเมือง และพระประแดง ย่านที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมผ่านมุมมองของนิสิตภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ 4 ทั้ง 3 คน เตรียมผูกเชือกรองเท้าให้พร้อมแล้วเดินสำรวจพร้อมกันในบทความนี้ได้เลย… A neighborhood/ศุภิฌา สุวรรณลักษณ์ ว่าด้วยความเป็นย่าน ย่านเปรียบเสมือนหน่วยย่อยของพื้นที่ทางสังคมของเมือง การเกิดย่านของมนุษย์นั้นเกิดจากกระบวนการที่ประกอบสร้างขึ้นตามความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมของผู้คนในย่าน ทั้งในระดับปัจเจกบุคคลและสาธารณะ แต่ทั้งนี้การจะพัฒนาเมืองไปสู่สิ่งที่สร้างความสุขในการใช้ชีวิตได้จริงนั้น ไม่อาจเกิดขึ้นได้ง่าย หากในกระบวนการวางผังเมืองหรือการก่อสร้างตึกอาคารละเลยที่จะคำนึงถึงหนึ่งในหัวใจสำคัญที่สุดของเมือง นั่นคือ การกระตุ้นให้เกิดปฏิสัมพันธ์กันระหว่างผู้คนในเมือง ซึ่งสิ่งนี้จะนำไปสู่สำนึกของชุมชนจนถึงระดับย่านที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น ย่านที่ดีประกอบไปด้วยผู้คน กิจกรรม และเวลาอันเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างในแต่ละพื้นที๋สภาพแวดล้อมทางกายภาพของย่าน ซึ่งเกิดจากองค์ประกอบหลายส่วน เช่น สถาปัตยกรรมที่ครอบคลุมพื้นที่ส่วนตัว หรือพื้นที่สาธารณะ รวมไปถึงคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้และไม่สามารถจับต้องได้ เช่น ระบบเศรฐกิจ-สังคม วิถีชีวิต ภูมิปัญญา อาหาร เป็นต้น โดยย่านเยาวราชนั้น มีองค์ประกอบดังที่กล่าวข้างต้นที่ทำให้ผู้คนทั้งภายในและภายนอกย่านนี้สามารถที่จะรับรู้ได้ถึงการเข้าย่าน-ออกย่านหรือความเป็นย่านได้เป็นอย่างดี แสดงให้เห็นถึงการทำให้ผู้คนมีความรู้สึกและรับรู้ได้ถึงการ ‘เป็นส่วนหนึ่ง’ ของย่านเยาวราชได้อย่างชัดเจน […]

คุยกับ รศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ เมื่อเพศสภาพไม่ได้มีแค่หญิงชาย เมืองจึงสะท้อนและตอกย้ำความไม่เท่าเทียมในสังคม

17/08/2020

เรื่อง : สหธร เพชรวิโรจน์ชัย ‘เมือง’ เป็นศูนย์กลางของความหลากหลาย ผู้คนต่างฐานะ เชื้อชาติ ศาสนา และรวมถึงเพศสภาพต่างเข้ามาสังสรรค์และสัมพันธ์ภายในเมือง และความหลากหลายเหล่านี้เองที่ทำให้โลกมองเห็นความ ‘ไม่เท่าเทียม’ ระหว่างกลุ่มคนได้แจ่มชัดขึ้น แต่ในด้านกลับ สมรภูมิของการต่อสู้เพื่อความหลากหลายจึงเกิดในพื้นที่เมืองเป็นสำคัญ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเด็นความไม่เท่าเทียมเป็นสิ่งที่ถูกยกมาพูดอย่างจริงจังในทุกมิติของสังคม หนึ่งในนั้นคือมิติเรื่องเพศที่มีการเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียมมาทุกยุคทุกสมัย ซึ่งไม่ใช่เพียงเฉพาะความเท่าเทียมระหว่างหญิงชายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มคนเพศหลากหลายด้วยเช่นกัน เพราะแท้จริงแล้วเพศสภาพมีความลื่นไหลได้หลากหลาย ทว่ามนุษย์เรากลับมองเห็นเพียงแค่สองเพศหญิงชายเท่านั้น ช่วงเวลาที่ผ่านมาประเด็นเหล่านี้จึงกลายเป็นที่ถกเถียงมากขึ้น การเรียกร้องต่างๆ ในปัจจุบันจึงมีรายละเอียดซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม เราจึงชวนคุยกับ รศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ สาขาวิชาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ที่ศึกษาด้านเพศสภาพมาอย่างยาวนาน ประเด็นพูดคุยในวันนี้ว่าด้วยความไม่เท่าเทียมทางเพศที่เกิดในเมือง เพศสภาพกับบทบาทต่อการสร้างเมือง ไปจนถึงปัญหาพื้นที่สาธารณะที่เกิดจากการมองแค่สองเพศ เพื่อหาคำตอบว่าเมืองที่เท่าเทียมควรมีหน้าตาอย่างไร  ไม่นานมานี้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต แต่ก็มีการถกเถียงว่ามันไม่ใช่การสมรสเท่าเทียม ทำให้มีคนกลุ่มหนึ่งออกมาแสดงความคิดเห็นว่า “ขนาดหญิงชายยังไม่เท่าเทียมเลย แล้วเพศหลากหลายจะเท่าเทียมได้ยังไง” อาจารย์มีความคิดเห็นกับเรื่องนี้อย่างไร ต้องเริ่มมองจากวิธีที่รัฐไทยจัดการเรื่อง “ครอบครัว” ในความหมายของเพศก่อน เพราะกลุ่มกฎหมายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่พูดถึงการหมั้นและการสมรสยังมีปัญหาอยู่ แปลว่าคนที่ไม่ใช่รักต่างเพศ (non-heterosexual) ที่จะมาสมรสกัน คุณก็จะเจอปัญหาแบบเดียวกับที่รักต่างเพศ (heterosexual) เจออยู่ตอนนี้ ถ้าคุณดูวิธีที่รัฐนิยามครอบครัว ทั้งในเชิงกฎหมายและนโยบายต่างๆ ครอบครัวจะหมายถึงหญิงชายที่แต่งงานกัน รวมไปถึงลูกของหญิงชายนั้น พูดง่ายๆ คือสามี […]

โอกาส ‘Smart City’ และความท้าทายของเมืองข้างหน้า

04/08/2020

คำว่า ‘Smart City’ กลายเป็นเทรนด์ยักษ์ (Mega-Trends) ที่หลายเมืองทั่วโลกกำลังเดินหน้าพัฒนาอย่างเต็มตัว ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้อย่างชาญฉลาด พร้อมการบริหารจัดการเมืองอย่างเหมาะสม โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการยกระดับคุณภาพชีวิตพลเมืองให้ดีขึ้น เพียงแต่ปัจจุบันเวลาพูดถึงการ ‘พัฒนาเมือง’ หลายคนกลับสนใจแค่การพัฒนาเชิงกายภาพอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเมือง หรือเทคโนโลยีล้ำสมัย  ทว่าแท้จริงแล้ว มิติของการพัฒนาเมืองมีความซับซ้อนมากกว่านั้น  ในงานเสวนา City Talk: Thammasat City Futures and TDS Exhibition 2020 ณ ลาน EDEN ชั้น 3 ศูนย์การค้า Central World มีการพูดคุยเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองสู่การเป็น Smart City กับ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และ นิพิฐ อรุณวงษ์ ณ อยุธยา สองวิทยากรที่มีบทบาทในการพัฒนาเมืองมาอย่างเข้มข้น ดำเนินรายการโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อาสาฬห์ สุวรรณฤทธิ์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในหัวข้อโอกาสและความท้าทายของเมืองอนาคต Satellite Town อาจเป็นคำตอบของเมืองอนาคต งานเสวนาเริ่มต้นด้วยการแนะนำวิทยากรทั้งสองท่าน ที่สามารถเป็นตัวแทนเมืองในประเทศได้สองแบบสองสไตล์  กล่าวคือ นิพิฐ อรุณวงษ์ ณ […]

หมองกลิ่นเมืองเหงา

14/07/2020

ภาพข่าวที่ชวนให้สะเทือนใจเมื่อไม่นานมานี้คือ ภาพแม่ค้าที่ตลาดนั่งลงกับพื้นถนนไหว้อ้อนวอนผอ.เขต กับเจ้าหน้าที่เทศกิจที่ออกมาไล่รื้อแผงลอยค้าขายที่ตลาดลาวย่านคลองเตยในช่วงเวลาประมาณสามทุ่ม ในขณะที่เวลาสี่ทุ่มคือเวลาเคอร์ฟิว ถ้อยคำร้องทุกข์ของพ่อค้าแม่ค้าคือ ตอนนี้ก็ทำมาหากินยากอยู่แล้ว ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา และถูกซ้ำเติมจากมาตรการปิดเมืองเพื่อรับมือกับโควิด 19 ทำไมกทม. ถึงจะมาบีบให้คนทำมาหากินที่ลำบากอยู่แล้วต้องเผชิญกับสภาวะจนตรอกมากขึ้น ส่วนทางกทม. นั้นก็มีคำอธิบายว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “ทวงคืนทางเท้า” ของกทม. โดยอธิบายว่า ทางเท้านี้ถูกยึดไปเป็นตลาดมานานกว่า 30 ปี มีความพยายามไล่รื้อมาตั้งแต่เดือนเมษายนแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่สำเร็จ เดือนพฤษภาคมพยายามอีกครั้งก็ทำให้เราเห็นภาพชวนสะเทือนใจ นั่นคือ ภาพแม่ค้านั่งกลางถนนยกมือไหว้อ้อนวอนขอพื้นที่สำหรับทำมาหากิน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดการปะทะกัน ระหว่างคนค้าขายบนพื้นที่ที่ฉันอยากจะเรียกมันว่าพื้นที่อันกำกวม นั่นคือ พื้นที่ริมถนน และทางเท้า กับเทศกิจและกทม. (และจังหวัดอื่นๆ ด้วย) นอกจากจะไม่ใช่ครั้งแรกแล้ว ภาพแม่ค้าวิ่งหนีเทศกิจยังกลายเป็นภาพคลาสสิค สถาปนาพล็อตในหนัง ในการ์ตูน ในเรื่องสั้น ในละคร มีชีวิตอยู่ใน pop culture ของไทย จนเรารู้สึกไปโดยปริยายว่า มีทางเท้าก็ต้องมีรถเข็นขายของ มีรถเข็นขายของก็ต้องมีเทศกิจ เป็นเนื้อคู่กระดูกคู่กัน คำถามของฉันคือ ทำไมเราปล่อยให้มันกำกวม? และรถเข็น หาบเร่ แผงลอย ทั้งหมดในประเทศไทยมีอยู่ ดำเนินการอยู่โดยปราศจาก “การจัดการ” จริงๆ […]

เลี้ยงข้าวเพื่อน

22/06/2020

ฉันเสียใจตรงที่เก็งผิดว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินน่าจะประกาศเลิกใช้ตอนสิ้นเดือนพฤษภาคม ใครจะไปคิดว่าพ.ร.ก.ที่ดูทั้งเกินความจำเป็น และซ้อนทับกับกติกาที่มีอยู่แล้วอย่างพ.ร.บ.โรคติดต่อ จะถูกใช้อย่างยืดเยื้อแบบไม่ได้ดูมิติอื่นๆ ของสังคมขนาดนี้ และวันที่เขียนอยู่นี่ก็กระชากออกไปจนถึงเดือนหก แถมกำหนดเวลาประหลาดพิลึก เว้นช่องแบบพอให้ได้รู้ว่ากูควบคุมอยู่นะ อย่าได้คิดเหิมเกริมใดๆ ไอ้พวกคนบาปผู้ทำมาหากินยามราตรี เป็นภาระสังคมเสียเหลือเกิน แต่พูดไปทำไม มาขนาดนี้แล้วคงต้องโทษตัวเองว่ายังกล้าจะหวังว่าผู้มีอำนาจเขาจะตัดสินใจโดยรวมเอาองค์ประกอบสำคัญอย่างประชาชนพลเมืองเข้าไปในสมการ ห้ามแล้วยังหวดฟาดด้วยคำศัพท์หรูหราสารพัด ที่ฟังแล้วให้รู้สึกว่าเรานี้มันช่างต้อยต่ำและไร้สุนทรียะ ที่ดันต้องการแค่คำแถลงการณ์แจ้งสถานการณ์ล่าสุดในภาพรวมแบบทันเวลา แต่กลายเป็นว่าแถลงการณ์นั้น เหมือนถูกเขียนโดยครูประถมที่สาดใส่ทั้งคำเปรียบคำเปรยคำสอนมาอย่างเต็มที่ ชวนให้คิดถึงสมัยพ่อขุนฯ ที่ให้ไพร่ทาสไปเขย่ากระดิ่งร้องทุกข์กันได้ เพราะทางหนึ่งก็มองไปว่าเป็นห่วงเป็นใย ละเอียดละออเหลือเกินในทุกรายละเอียดของชีวิตคนฟัง จนร่ำๆ จะพนมมือเปล่งสาธุออกมาโดยพร้อมเพรียง แต่ที่มองเห็นวูบแรกคือ เขาไม่ได้เห็นเราเป็นพลเมืองเสมอกัน แต่เป็นอ้ายอีที่จักต้องดูแลไว้ใช้งานส่งส่วย หาข้าวหาน้ำป้อนแก่ส่วนกลางต่อไป เป็นแรงงานที่ไม่มีอะไรต้องให้รู้ให้เข้าใจเยอะ สั่งอะไรก็ไปทำแล้วกัน ทำไม่ได้จะด้วยเหตุใดก็อย่ามาอ้าง ให้ถือว่าทั้งหมดเป็นความผิดส่วนตัว ที่ทั้งขี้เกียจแลงอมืองอตีน เป็นตัวถ่วงภาระสังคม บ่นมาครึ่งทางนี่ก็เพื่อจะบอกว่าโครงการ (เรียกเสียยิ่งใหญ่เกินจริงไปมาก แต่ก็ไม่รู้เรียกอะไรจะเข้าท่า จะทับศัพท์ว่าโปรเจกต์ก็เขินตัวเอง เพราะมันไม่ได้เก๋ไก๋อะไรขนาดนั้น) ‘เลี้ยงข้าวเพื่อน’ ของฉันนั้น ตัดจบไปตั้งแต่ปลายเดือนห้า เพราะทุนนั้นก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่ต้องให้พักกันไป เพราะเกรงใจทุกๆ ส่วนที่ร่วมกันในโครงการ ด้วยว่าพ.ร.ก.นั้น อาจจะยืดยาวต่อไปก็จริง แต่มาตรการลักปิดลักเปิดที่เรียกว่าความปกติใหม่นั้นเริ่มขึ้นแล้ว ซึ่งก็เพิ่มกติกาชีวิตให้คนอีกมาก ทั้งผู้ประกอบการ และฝ่ายผู้บริโภค (ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็สามารถเป็นได้ทั้งสองอย่าง หรือกลับกันได้เสมอ) […]

‘สวนลอยฟ้าเจ้าพระยา’ : ความหวังและความเป็นไปได้ใหม่ ในการเติมสีเขียวให้เมือง เชื่อมเมือง เชื่อมชุมชน ให้ผู้คนเดินได้

09/06/2020

กรุงเทพมหานคร เมืองที่แออัด รถติด ขนส่งสาธารณะไม่ทั่วถึง ฝุ่นควัน ความไม่เท่าเทียมไม่เสมอภาค และอื่นๆ อีกมากเรื่อง พูดกันได้ไม่รู้จบ แม้เราจะบ่นถึงปัญหาสารพัดของเมืองได้ทุกวัน แต่การค้นหาความเป็นไปได้ในการปรับปรุงฟื้นฟูเมืองให้ดียิ่งขึ้นก็กำลังเดินหน้าทำงานขนานกันไป ล่าสุดหนึ่งในโครงการปรับเปลี่ยนสะพานด้วนให้เป็นสวนสาธารณะลอยฟ้าก็สำเร็จลุล่วง เปิดให้ผู้คนได้ใช้บริการแล้ว  โครงการ สวนลอยฟ้าเจ้าพระยา (Chao Phraya Sky Park) เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงจากโครงการผังแม่บทการฟื้นฟูเมืองชั้นใน ที่มีชื่อเล่นว่า ‘โครงการกรุงเทพฯ 250’ ด้วยความร่วมมือจากภาคีพัฒนาสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ในฐานะหน่วยงานท้องถิ่น หัวเรี่ยวหัวแรงประสานความร่วมมือ สนับสนุนงบประมาณในการศึกษา ออกแบบวางผัง และดำเนินการก่อสร้าง ร่วมกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กระทรวงคมนาคม ในฐานะเจ้าของโครงสร้างสะพานและผู้ดูแลพื้นที่ ที่เปิดไฟเขียวสนับสนุนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะส่งเสริมการสัญจรของเมือง พร้อมด้วย ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (UddC) ในฐานะหัวหน้าทีมศึกษาออกแบบวางผังและเสนอความเป็นไปได้ใหม่ในการพัฒนาฟื้นฟูเมือง สร้างพื้นที่สาธารณะ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ที่ผู้คนในเมืองสามารถเดินได้เดินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น  วันนี้อยากชวนทุกคนมาเดินทอดน่องชมวิวพระอาทิตย์ตกบนสวนลอยฟ้าเจ้าพระยาแห่งนี้ พร้อมกับฟังแนวคิดและการวางแผนดำเนินการ อุปสรรค รวมถึงข้อจำกัดที่ท้าทาย กับ ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการ […]

มองเมืองจากมุมสูง ธเนศ วงศ์ยานนาวา + ปรารถนา จันทรุพันธุ์

21/04/2020

เรานัดกันบนชั้นที่ 21 ของโรงแรมนิกโก้ ย่านทองหล่อ ความตั้งใจของการพบปะกันครั้งนี้ นอกเหนือจากการรวมตัวของเพื่อนต่างวัยในแวดวงวิชาการแล้ว ยังเป็นการนัดกันสังสรร ดื่มไวน์ และชมเมืองกรุงเทพฯ จากมุมสูง  ธเนศ วงศ์ยานนาวา หรือาจารย์ตู่ อดีตอาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบัน เขียนคอลัมน์ ทำงานวิชาการอยู่บ้าง สอนหนังสือ เที่ยวเสาะหาของกินและเลี้ยงลูกเล็กๆ สองคน  ส่วนปรารถนา จันทรุพันธุ์ หรืออาจารย์กวาง ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์อยู่ที่ภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มาวิทยาลัยศิลปากร เป็นแม่ลูกหนึ่ง ที่ทั้งต้องเรียนหนังสือ(เธอกำลังศึกษาต่อปริญญาเอกด้านมานุษยบวิทยา) ต้องเลี้ยงลูก สอนหนังสือและทำงานวิจัย ทั้งอาจารย์ตู่และอาจารย์กวางเป็นเพื่อนต่างวัยทั้งในวงวิชาการวงเวียนชีวิตและวงการเลี้ยงลูก  เราชวนทั้งคู่มาคุยเรื่องของเมือง เรื่องกรุงเทพฯ และอีกหลายๆ เรื่องที่ทำให้กรุงเทพฯ ทั้งน่าอยู่ น่าตั้งคำถามและน่าสนใจขึ้นมากเลยทีเดียว  มองจากมุมนี้เราเห็นทั้งเมืองที่มีตึกสูงๆ กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีตึกสูงเกิน 23 ชั้นติดอันดับ 6 ของเอเชีย มีตึกสูงอยู่เกือบสองพันแห่งแต่ถัดไปไม่กี่บล็อกเราก็เห็นสลัม เห็นตลาดสดแบบเก่าๆ ที่ยังไม่ค่อยมีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เห็นชีวิตคนที่แตกต่างกันราวกับไม่ได้อยู่ในเมืองเดียวกัน แถมมีข่าวอีกว่าอีกไม่เกิน 30 ปีนี้กรุงเทพฯ อาจจะจมน้ำ คุณคิดอย่างไรกับกรุงเทพฯ  ธเนศ: […]

1 2 3 5