Insight



Jobs-Housing Unbalance เมื่อกรุงเทพฯ มีจำนวนบ้านและแหล่งงานไม่สมดุล

01/09/2020

ปัญหาการจราจรส่งผลให้รถติด มลพิษเยอะ คนป่วย คงไม่ต้องบอกว่า กรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในเมืองที่รถติดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ศูนย์วิจัยกสิกรไทยพึ่งเผยผลสำรวจว่าคนกรุงเทพฯ เสียโอกาสทางเศรษฐกิจจากการที่ต้องติดอยู่ในท้องถนนคิดเป็นมูลค่าประมาณ 60 ล้านบาทต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณ 11,000 ล้านบาทต่อปี (เทียบเท่ากับมูลค่าลงทุนของรถไฟฟ้า 1 สายเลยทีเดียว) และล่าสุด Uber พึ่งเผยผลสำรวจว่าคนกรุงเทพฯ จะต้องเสียเวลาโดยเฉลี่ยไป 72 นาที หรือคิดเป็น 24 วันต่อปีกับสภาพรถติดและการหาที่จอดรถ นอกเหนือไปจากมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้ว รถติดยังทำให้คนกรุงเทพฯ มีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจเพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลสถิติการเจ็บป่วยของกองวิชาการสำนักการแพทย์กรุงเทพมหานครยังระบุว่าคนกรุงเทพฯ ยังมีแนมโน้มที่จะเป็นโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มสูงมากขึ้นทุกๆ ปี เฉลี่ยปีละ 20,000-30,000 ราย ไม่ว่าจะเป็นโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณมลพิษในบรรยากาศที่เพิ่มสูงขึ้น เช่น ฝุ่นละอองจากควันรถยนต์ เป็นต้น คำถามสำคัญคือ ทำไมกรุงเทพฯ ถึงรถติดกว่าเมืองอื่นๆ ทำไมคนกรุงเทพฯ ต้องมีต้นทุนด้านเวลา และเศรษฐกิจที่มากกว่าคนเมืองอื่นๆ หากพิจารณาในเชิงผังเมืองแล้ว คำตอบคงมีอยู่อย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น ระบบโครงสร้างพื้นฐานไม่ครอบคลุม ไม่มีประสิทธิภาพ เช่น รถไฟฟ้าไม่ครอบคลุม พื้นที่ถนนน้อย หรืออาจจะเป็นเรื่องความไม่ต่อเนื่องของระบบการเดินทาง นโยบายไม่ส่งเสริมให้เดินทางอย่างอื่นแต่เน้นส่งเสริมให้ใช้รถยนต์เป็นต้น ความไม่สมดุลของจำนวนบ้านและจำนวนแหล่งงานที่กระจายตัวอยู่ภายในเมือง  ความไม่สมดุลนี้ส่งผลอย่างไรกับรถติด ลองคิดง่ายๆ ดูว่าถ้าคนกรุงเทพฯ หลายล้านคนที่อาศัยอยู่นอกเมือง ทุกคนต้องขับรถเข้ามาทำงานในพื้นที่แถวปทุมวัน สีลม สาทร […]

ย่านอร่อยระดับ “มิชลิน” (เดิน) ไปกินสะดวก

01/09/2020

เมื่อต้นเดือนธันวาคมนี้ หน้าสื่อสังคมออนไลน์ต่างกล่าวถึงร้านอาหารไทยที่ติดอันดับร้านอาหาร “มิชลิน” ทำเอาวงการร้านอาหารและความน้ำลายสอของคนกรุงเพิ่มกระเฉาะมากยิ่งขึ้น วันนี้ UddC และโครงการ GoodWalk จะพาทุกท่านท่องไปในโลกของร้านอาหารอร่อยระดับมิชลินในย่านที่เดินได้เดินดีในพื้นที่กรุงเทพมหานครกัน อร่อยระดับ “มิชลิน” คืออะไร MICHELIN Star คือ จากการจัดอันดับร้านอาหารโดยการให้ดาวจากการคัดเลือกร้านอาหารที่มีการนำเสนออาหารคุณภาพดีที่สุด โดยพิจารณาจากคุณภาพวัตถุดิบ,เทคนิคการปรุงอาหาร,รสชาติอาหาร,ความคิดสร้างสรรค์และความเสมอต้นเสมอปลาย ที่ถูกทดสอบจากการชิมของบรรดานักชิมของมิชลินไกด์ ที่ค่อนข้างละเอียดลออ ซึ่งนักชิมเหล่านั้นจะมาจากผู้มีความรู้ความชำนาญทางด้านอาหารและรสนิยมเป็นเลิศ จากหลายหลายอาชีพทั้งนายธนาคาร ทนาย หมอ หรือนักธุรกิจ โดยการพิจารณาติดดาวให้แก่ร้านอาหารหนึ่งร้าน อาจต้องใช้เวลาชิม 3-4 ครั้งใน 1 ปี เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างนั้นเสมอต้นเสมอปลาย ทั้งรสชาติ การบริการและทุกๆ อย่าง ซึ่งเกณฑ์การจัดลำดับ MICHELIN Star มีดังนี้ ร้านอาหารที่ได้ 3 ดาว ถือเป็น สุดยอดร้านอาหาร ที่ควรค่าแก่การเดินทางไกลเพื่อไปชิมสักครั้ง (ซึ่งไทยไม่มี) ร้านอาหารที่ได้ 2 ดาว คือ ร้านอาหารยอดเยี่ยม ที่ควรค่าแก่การขับรถออกนอกเส้นทางเพื่อแวะชิม ร้านอาหารที่ได้ 1 ดาว คือ […]

ทำงานบริการเมือง : แล้วเมืองบริการคนทำงาน?

01/09/2020

หากเราลองนั่งทบทวนดู คุณคิดว่าคุณใช้เวลา 24 ชั่วโมงใน 1 วันไปกับอะไรบ้าง? แล้วถ้าคุณต้องเรียงลำดับการใช้เวลาระหว่างการนอน การดูแลสุขอนามัยตนเอง การกิน การทำงาน การเดินทาง และการพักผ่อน จากมากไปน้อย คุณคิดว่ากิจกรรมอะไรจะอยู่ลำดับบนสุด? การสำรวจการใช้เวลาของประชากร ที่สำนักงานสิถิติแห่งชาติจัดทำทุก 5 ปี ครั้งล่าสุดเมื่อปีพ.ศ. 2558 พบว่า คนไทยที่ทำงานในองค์กรในระบบ ได้แก่ หน่วยงานเอกชน รัฐวิสาหกิจ รัฐบาล และองค์การที่ไม่แสวงหากำไร ใช้เวลาในการทำงานโดยเฉลี่ย 8.6 ชั่วโมงต่อวัน หรือราวๆ 1/3 ของวัน อีกราวๆ 1/3 สำหรับการนอน และส่วนที่เหลือสุดท้าย มักจะถูกแบ่งย่อยไปเพื่อกิจกรรมอื่นๆ เช่น การเดินทาง การกิน การพักผ่อน และการดูแลตนเอง ทั้งนี้ หากเรารวมคนทำงานในรูปแบบอื่นๆ เช่น งานก่อสร้าง งานบริการ และงานการผลิตในครัวเรือน (นอกระบบ) จำนวนชั่วโมงการทำงานของคนไทยโดยรวมก็จะอยู่ที่ราวๆ 7.1 ชั่วโมงต่อวัน อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของงานต่อชีวิตของพวกเราทุกคน […]

มองย่านผ่านตลาด : ศูนย์รวมของเมืองและบทบาทที่เปลี่ยนไป

01/09/2020

จากบทความครั้งที่แล้วเรื่อง ตลาด แหล่งอาหารและพื้นที่ชีวิตของเมือง เราเริ่มเห็นว่าในหลายๆ พื้นที่ของกรุงเทพฯ ตลาดและชุมชนเป็นของคู่กันในภาคต่อของเรื่องตลาดนี้ ทางทีม UddC Urban Insights ร่วมกับโครงการวิจัยคนเมือง 4.0 จึงอยากมองความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับตลาดให้ลึกมากขึ้นกว่าเดิมว่าปัจจุบันความสัมพันธ์นี้มันเปลี่ยนไปมากน้อยขนาดไหน และความเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ดังกล่าวได้เปลี่ยนเมืองอย่างไรบ้าง ฉันจำได้ว่าตอนเด็กๆ ครอบครัวของฉันจะไปซื้อของที่ตลาดนัดทุกเช้าวันอาทิตย์หลังจากไปตักบาตรที่วัดใกล้บ้าน แม่จะปลุกฉันตั้งแต่ตอน 6 โมงเช้า แล้วฉันก็จะสลึมสลือนั่งรถเพื่อไปตักบาตร ทุกเช้าวันอาทิตย์พวกเราจึงจะได้กินโจ๊กหมูกับปาท่องโก๋เจ้าประจำจากตลาด บางครั้งเราก็จะเจอเพื่อนบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านที่มาตักบาตรที่วัดเดียวกัน สถานที่ซื้อของสดและกับข้าวในสมัยนั้นเป็นจุดหมายปลายทาง (destination) ของครอบครัวเรา เมื่อฉันเริ่มโตขึ้นหน่อย การซื้อกับข้าวเริ่มสลับไปมาระหว่างการไปซื้อไข่จากร้านเจ้าประจำจากตลาดสดแถวบ้าน การซื้อผลไม้และปลากับแม่ค้าที่สนิทกันในตลาดนัด และการเข้าร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อนมและเนื้อสัตว์ที่เราผ่านเป็นประจำระหว่างทางกลับบ้านจากโรงเรียน ในมุมหนึ่ง เราจึงเริ่มเห็นว่าบทบาทของสถานที่ซื้อของสดและกับข้าวเริ่มผันตัวจากการเป็นจุดหมายปลายทางมาเป็นส่วนหนึ่งของทางที่เราเลือกผ่าน จนในปัจจุบันที่ฉันต้องซื้อกับข้าวให้ตัวเอง แม้ฉันจะเริ่มเห็นความสำคัญและสนใจตลาดแค่ไหน แต่ด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบและเหนื่อยล้า ความสะดวกมักกลายเป็นปัจจัยแรกๆ ที่ฉันคำนึงถึง แล้วหลายครั้งฉันก็ต้องเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าระหว่างเดินทางกลับบ้านแทน บทบาทของสถานที่ซื้อของสดและกับข้าวจึงกลายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของทางผ่านเท่านั้น ความเปลี่ยนแปลงของบทบาทและรูปแบบตลาดที่ผ่านมาทำให้ทางทีมงานสนใจการเปรียบเทียบความหนาแน่นระหว่างพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ซื้อของสดและกับข้าวให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นจากบทความเดิม กราฟด้านล่างแสดงคู่เปรียบเทียบระหว่างชุมชนและตลาดสดในพื้นที่ต่างๆ โดยนำเสนอผ่านการมองกรุงเทพฯ จากระดับพื้นราบ โดยพื้นที่ที่มีชุมชนอยู่มากจะมีกราฟแท่งที่ยืดขึ้นด้านบนมากกว่าพื้นที่อื่นๆ และในลักษณะเดียวกัน พื้นที่ที่มีตลาดสดอยู่มากจะมีกราฟแท่งที่ยืดลงด้านล่างมากกว่าพื้นที่อื่นๆ การนำเสนอข้อมูลด้วยวิธีนี้ทำให้เราสามารถเข้าใจข้อมูลด้วยตาเปล่าว่าการกระจายตัวของย่านชุมชนและตลาดสดมีความสัมพันธ์ไปในทิศทางคู่ขนานกัน โดยพื้นที่ไหนมีชุมชนอยู่มากก็จะมีตลาดอยู่มาก พื้นที่ไหนมีชุมชนอยู่น้อยก็จะมีตลาดอยู่น้อย เป็นของคู่กันไปโดยปริยาย ทั้งนี้ในรายละเอียดพื้นที่ย่านสวนหลวงร.9 เป็นพื้นที่ที่มีชุมชนและตลาดกระจุกตัวกันสูงที่สุดในกรุงเทพฯ แต่หากไม่มองที่พื้นที่สวนหลวงร.9 ที่มีลักษณะพิเศษนั้นแล้ว พื้นที่ย่านเมืองเก่า (ริมแม่น้ำฝั่งพระนครและฝั่งธนฯ) […]

ย่านไหน อยู่เย็นจัง แถมตังค์อยู่ครบ

01/09/2020

ตลอดเดือนที่ผ่านมา แทบทุกครั้งที่เราเจอคนอื่น คำว่าร้อนมักขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาอยู่เสมอ ในขณะที่ประเทศไทยมีภูมิอากาศร้อนชื้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่อุณหภูมิเฉลี่ยก็ยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น นอกไปจากนี้ มหาสมุทรแปซิฟิกในปีนี้มีภาวะเอลนีโญ่ ซึ่งทำให้ประเทศไทยรวมถึงประเทศต่างๆ ทางฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแห้งและร้อนกว่าปกติ หลายต่อหลายหนความร้อนในประเทศไทยมีพลังสูงส่งทำให้ความคิดอยากเดิน อยากวิ่ง หรืออยากปั่นจักรยานต้องพ่ายแพ้ไปโดยปริยาย บางครั้งเมื่อเราอยากจะอาบน้ำก็ยังต้องรอให้น้ำที่ตากแดดอยู่ในแทงค์น้ำบนหลังคาบ้านหายร้อนก่อนจึงจะอาบได้ มิหนำซ้ำ อาบน้ำเสร็จแล้วก็กลับมาเหงื่อชุ่มอีกเหมือนเดิม โฆษณาการท่องเที่ยวต่างๆ ก็มักจะไม่พ้นคำโปรยว่า “หนีร้อน” เพื่อที่จะชักจูงคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศที่มีอากาศเย็นกว่าบ้านเรา และถึงแม้คำว่า ”แช่แอร์” จะฝืนธรรมชาติแค่ไหนก็ตาม มันก็เริ่มกลายเป็นความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในวิถีชีวิตคนไทย จะว่าไป ฤดูกาลที่แพงที่สุดก็คงหนีไม่พ้นฤดูร้อน ไหนจะค่าหนีร้อนไปเที่ยวทะเลหรือเที่ยวต่างประเทศ ค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้นจากการใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือแท็กซี่สำหรับคนที่ปกติไม่ได้ใช้ หรือค่าน้ำที่สูงขึ้นจากการเล่นน้ำสงกรานต์และการอาบน้ำที่ถี่ขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดที่สุดในช่วงฤดูร้อนก็คงหนีไม่พ้นค่าไฟฟ้า กราฟโทนสีแดงด้านล่างแสดงปริมาณการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนต่อเดือนของพื้นที่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ซึ่งรวมถึงพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และนนทบุรี และกราฟโทนสีเขียวแสดงปริมาณการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งรวมถึงจังหวัดที่เหลือในประเทศไทย โดยเส้นสีอ่อนเป็นปริมาณการใช้ไฟฟ้าของปีพ.ศ. 2555 และเข้มขึ้นเรื่อยมาจนถึงปีพ.ศ. 2560 เราจะเห็นได้ว่า ปริมาณการใช้ไฟฟ้ามีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากเส้นสีเข้มของแต่ละปีที่จะกว้างออกเรื่อยๆ นอกจากนี้ ปริมาณการใช้ไฟฟ้าจะลดต่ำที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม และจะสูงที่สุดในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ซึ่งแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าความร้อนกับปริมาณการใช้ไฟฟ้ามีความสัมพันธ์กันโดยตรง เมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว การติดเครื่องปรับอากาศ หรือที่เรามักเรียกกันว่าแอร์ ในบ้านเป็นเรื่องที่หาได้ยาก […]

สวนลอยฟ้าเจ้าพระยา: จิ๊กซอว์เชื่อมเมืองด้วยการเดินเท้า

26/06/2020

สวนลอยฟ้าเจ้าพระยา (Chao Phaya Sky Park) สวนสาธารณะลอยฟ้าข้ามแม่น้ำแห่งแรกของโลก เปิดให้สาธารณะใช้งานอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา หลังกรุงเทพมหานครดำเนินการจนประสบความสำเร็จ ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน ด้วยกระบวนการออกแบบวางผังอย่างมีส่วนร่วมผ่านโครงการ “กรุงเทพฯ250” เมื่อ 5 ปีก่อน นอกจากจะเป็นสวนลอยฟ้าสำหรับคนเดินเท้าข้ามแม่น้ำแห่งแรกของไทยและของโลกแล้ว สวนแห่งนี้ยังทำหน้าที่เชื่อมโครงข่ายเส้นทางการเดินเท้าสองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของ 2 พระนคร คือ กรุงเทพ-กรุงธน สามารถเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ เรื่องราว และผู้คนจากทั้ง 2 ราชธานีของไทย และอยู่ในพื้นที่เขตเมืองเก่าในปัจจุบัน จากโครงสร้าง “สะพาน” ที่เชื่อมระหว่างอะไรบางอย่างโดยความหมายแฝงของมันแล้ว ในบริบทเมือง เราใช้สะพานสำหรับเชื่อมการสัญจร ขยายพื้นที่สำหรับการพัฒนาเมือง เชื่อมเนื้อเมืองสองฝั่งแม่น้ำ สะพานในความหมายใหม่นี้ ยังเป็นองค์ประกอบเมืองที่เติมเต็มวิถีชีวิตเมืองและเเม่น้ำ เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นจุดหมายตา และเป็นแลนด์มาร์กของเมืองอีกด้วย ทีมงาน UddC-Urban Insight จะพาทุกท่านทำความรู้จัก สวนลอยฟ้าเจ้าพระยา ในฐานะ “จิ๊กซอว์” ตัวสำคัญของเมืองที่เชื่อมโครงข่ายการเดินเท้า ทั้งในระดับย่านและระดับเมือง ด้วยโอกาสที่หลากหลายของเมือง จากการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน และแผนแม่บทในการพลิกฟื้นความมีชีวิตชีวาในแผนแม่บทกรุงรัตนโกสินทร์ […]

จากบาซูก้าการคลัง สู่บาซูก้าผังเมือง ข้อเสนอฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

05/06/2020

บอล 3 ลูกในเมืองหลัง COVID-19 บทความชิ้นนี้เป็นข้อเสนอเชิงออกแบบและบริหารจัดการพื้นที่เมือง โดยศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) เพื่อเน้นย้ำว่า ในเมืองกรุงเทพฯนี้ยังเป็นพื้นที่แห่งโอกาสและโอกาสนั้นมีอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมให้ทุกคน โดยเฉพาะโอกาสในการทำกินและการประกอบสัมมาอาชีพ ทั้งนี้ สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งคงปฎิเสธไม่ได้ว่าเราทุกคนล้วนได้รับผลกระทบทั้งทางตรงในความเสี่ยงสุขภาพ ความหวาดระแวงว่าจะติดโรคระบาดหรือไม่ นี่คือผลกระทบด้านด้านสาธารณสุข ตลอดจนการปรับเปลี่ยนรูปแบบวิถีชีวิต และผลกระทบสืบเนื่องสำคัญที่ตามมาคือ ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจในระดับปากท้องซึ่งกำลังปรากฎชัดและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากช่วงเวลาที่แน่นิ่งของเศรษฐกิจที่มาพร้อมกับการการกักตัวที่ยาวนานกว่าครึ่งปี ดังนั้น จากสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นที่แน่ชัดว่าเรากำลังจะต้องเผชิญรวมถึงตระเตรียมวิธีการจัดการกับลูกบอล 3 ลูกที่จะตามมาหลังการผ่านพ้นไปของการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ในครั้งนี้ ประกอบด้วย หนึ่ง-สาธารณสุข สอง-การเงินการคลัง และสาม-ปากท้อง อาชีพ และรายได้ แม้ว่าสถานการณ์ในการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในบ้านเราจะดีขึ้นตามลำดับ และอยู่ในอันดับต้นๆ ที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้เป็นที่น่าพอใจ ทำให้มีอัตราผู้ติดเชื้อต่อแสนประชากรที่ค่อนข้างน้อย แม้ว่าเราจะเป็นประเทศแรกที่พบผู้ติดเชื้อนอกพื้นที่จีนแผ่นดินใหญ่ และนี่คือความสำเร็จขั้นที่ 1 ในมาตรการด้านสาธารณสุข หากแต่สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงหลังจากนี้ นอกเหนือไปจากการเยียวยาจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายระดับมหาภาคในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการเยียวยาในระดับครัวเรือน ในมาตรการเงินเยียวยา 5,000 บาท และเงินเยียวยาเกษตรกร ซึ่งรวมเรียกได้ว่าเป็นมาตรการด้านการเงินการคลัง เราจะเรียกกว่าเป็น […]

สุขาอยู่หนใด : ความเป็นสาธารณะของสุขา

16/04/2020

อดิศักดิ์ กันทะเมืองลี้ สุขาควรเป็นบริการสาธารณะของเมือง ? แน่นอนว่าสุขาหรือห้องน้ำในพื้นที่สาธารณะ ย่อมถือเป็นหนึ่งในบริการสาธาณณะของเมือง แม้จะไม่ได้เป็นข้อบังคับชัดเจนว่าเมืองต้องมีบริหารห้องน้ำสาธาณณะในทุกระยะทางเท่าไหร่หรือกระจายตัวแค่ไหนก็ตาม จริงๆ แล้ว มีการกำหนดมาตรฐานห้องน้ำสาธารณะเอาไว้ โดยกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ไม่ได้ระบุไว้ว่าเมืองควรต้องมีห้องน้ำสาธาณณะมากน้อยแค่ไหนก็ตาม  นอกจากนี้ ในมาตรฐานด้านผังเมืองของกรุงเทพมหานคร ก็ไม่ปรากฎประเด็นเรื่องห้องน้ำสาธาณณะ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดมาตรฐานหรือการออกแบบด้านสาธารณูปการของเมือง จึงดูเหมือนว่า ห้องน้ำสาธารณะเป็นเพียงองค์ประกอบย่อย ของสถานที่หรือสาธารณูปการสาธารณะอื่นๆ เช่น สวนสาธารณะ ศาสนสถาน สถานที่ราชการ เป็นต้น ดังนั้น ในเมืองอย่างกรุงเทพฯ เราจึงเห็นห้องน้ำสาธารณะที่อยู่โดดๆ ในเมืองกรุงเทพฯ น้อยมาก สุขา อยู่หนใด แม้ว่าสุขาสาธาณณะในเมืองจะมีน้อยมาก แต่ดูเหมือนว่าเราแทบไม่เคยหยิบยกประเด็นสุขาสาธารณะมาพิจารณากันเท่าไหร่ ว่ามันขาดเเคลนหรือมีน้อยเกินไปเพราะอะไร หากมีเพื่อนต่างชาติถามว่าเขาควรไปเข้าห้องน้ำที่ไหนเวลาอยู่บนรถไฟฟ้า หรือเวลาอยู่ในเมืองกรุงเทพฯ คำตอบที่อาจจะให้ได้ก็น่าจะมี ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า/ร้านอาหาร วัด ปั้มน้ำมัน หรือสถานที่ราชการอื่นๆ  จากผลการสำรวจของกรมอนามัย ในปี 2558 พบว่า สุขาสาธารณะที่คนทั่วไปเลือกใช้มากที่สุด 3 อันดับเเรก คือ ห้างสรรพสินค้า 86.64% ปั๊มน้ำมัน 73.09% และแหล่งท่องเที่ยว […]

ตลาด แหล่งอาหารและพื้นที่ชีวิตของเมือง

13/12/2019

ในวัยเด็ก เวลาเล่นกับเพื่อนๆ หลายคนคงเคยเล่นบทบาทสมมติต่างๆ  ที่ฮิตที่สุด คงหนีไม่พ้นการเล่นเป็นคนซื้อ-ขายของในตลาด คนขายต้องเอาของอะไรก็ไม่รู้มาวางเรียงๆ กัน สมมติขึ้นมาว่าคือผักผลไม้หรือเครื่องใช้ประจำวันที่ตัวเองคิดจะขาย คนซื้อก็อาจจะไปหาตะกร้ามาถือ ทำเป็นเดินผ่าน แล้วให้พ่อค้าแม่ค้าตะโกนชักชวนให้ซื้อของ หลังจากนั้นการต่อราคาก็จะเกิดขึ้น การเล่นบทบาทสมมติยังมีเรื่อยมาถึงปัจจุบัน แต่เด็กๆ ในวันนี้เปลี่ยนไป ถ้าสังเกตดู จะเห็นเด็กๆ เล่นเป็นคนขับมอเตอร์ไซค์ส่งอาหารที่สั่งออนไลน์ คนซื้อก็ทำแค่เปิดประตูบ้านมารับของ คนส่งของทำทีเป็นกดมือถือยืนยันการส่ง เรื่องของการซื้อขายฝังอยู่ในการละเล่นของเด็กๆ ก็เพราะ ‘ความเป็นเมือง’ ของเราเริ่มต้นมาแบบนั้น เมืองทั่วโลกมีจุดเริ่มต้นมาจากการเป็นที่กระจุกตัวของพานิชยกรรม ทำให้พื้นที่เหล่านั้นกลายเป็นศูนย์รวมการแลกเปลี่ยนสินค้า และเป็นแหล่งรวมวัตถุดิบและอาหารที่หลากหลายไปในตัว การรวมตัวของคนและชุมชนยังทำให้เกิดย่านและตลาดขนาดย่อมตามมา พลวัตเหล่านี้ทำให้ตลาดและชุมชนในเมืองกลายเป็นพื้นที่ที่คู่กันไปโดยปริยาย โดยที่ตลาดสดไม่ได้มีเพียงบทบาทเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญต่อชีวิตคนเมืองเพียงอย่างเดียว แต่ตลาดสดยังเป็นพื้นที่ที่ทำให้คนเมืองในชุมชนโดยรอบได้มาพบปะและสร้างสัมพันธ์กันระหว่างการจับจ่ายใช้สอย ใน 30 ปีที่ผ่านมา รูปแบบวิถีชีวิต สังคม และเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงอย่างมาก วัฒนธรรมตลาดสดที่มีแผงขายผัก ผลไม้ ปลา และเขียงหมู เริ่มมีคู่แข่งเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตที่มีพื้นที่โล่งกว้างภายในอาคาร เปิดไฟสว่างสไว เปิดแอร์เย็นฉ่ำ เต็มไปด้วยชั้นวางสินค้า เหล่าผัก ผลไม้ และอาหารสดก็ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ตลาดสดที่เราเคยเข้าอยู่เป็นประจำก็เริ่มที่จะถูกแย่งลูกค้าไป มากไปกว่านั้น ภายใน 5 ปีที่ผ่านมา วิถีชีวิตคนเมืองเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น […]

ทำวินมอเตอร์ไซค์ให้ Win : เหตุผลที่ พี่วิน ครองใจคนกรุงเทพฯ

02/12/2019

ว่าน ฉันทวิลาสวงศ์ วินมอเตอร์ไซค์คือระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพสูงมาก โดยเฉพาะหากมองว่า  “พี่วิน” คือทางออกของปัญหาซอยลึกและการเดินทางระยะสั้นสำหรับเมืองกรุงเทพฯ (ราว 1-5 กิโลเมตร)  ที่จริงแล้ว ระบบนี้เป็นนวัตกรรมทางสังคมรูปแบบหนึ่งที่มาตอบโจทย์ปัญหาของสังคมได้อย่างตรงไปตรงมา และกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกในการเดินทางของคนเมืองหลายต่อหลายคน นอกจากนี้ ระบบมอเตอร์ไซค์รับจ้างยังเหมาะสมต่อสภาพอากาศในเมืองร้อนด้วย  การให้บริการเช่นนี้มีปรากฏอยู่ในหลากหลายประเทศและทวีปทั่วโลก ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีกฎหมายรองรับการบริการประเภทนี้ จนกลายเป็นอาชีพในระบบตามกฎหมายขึ้นมา ที่มาภาพ (ไทยโพสต์) การใช้บริการพี่วินจากบ้านเพื่อมาต่อบริการขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่ แล้วต้องใช้บริการพี่วินอีกครั้งเพื่อไปยังจุดหมายปลายทาง ถูกเรียกว่า First/Last-Mile Connectivity หรือการเชื่อมต่อที่กิโลเมตรแรกหรือกิโลเมตรสุดท้าย  บทบาทของพี่วินจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเดินทางที่ผสมผสานระหว่างหลายระบบเพื่อนำเราไปสู่จุดหมาย ทำให้ระบบขนส่งมวลชนในภาพรวมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยวินมักจะทำหน้าที่ในกิโลเมตรแรกหรือสุดท้ายของการเดินทางนั้นๆ เชื่อมต่อกับขนส่งมวลชนระบบราง เช่น รถไฟฟ้า รถใต้ดิน เรือโดยสาร หรือ รถ BRT  ในขณะเดียวกัน ในพื้นที่ที่ระบบขนส่งมวลชนยังเข้าไม่ถึงหรือยังทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ วินก็จะทำหน้าที่หลักในการให้บริการการเดินทางในระยะสั้น ขับพาเราจากต้นทางสู่สถานที่ปลายทางโดยตรง หรือที่เรียกว่า door-to-door service ด้วยการพัฒนาระบบรางที่แผ่กระจายไปทั่วกรุงเทพฯ การเชื่อมต่อในทุกๆ กิโลเมตรสุดท้ายจึงกลายเป็นบทบาทที่วินรับหน้าที่มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ติดกับสถานีการเดินทางต่างๆ จากมุมมองนี้ วินจึงกลายเป็นหนึ่งในกลไกธรรมชาติของเมืองที่ทำให้การขนส่งมวลชนรางสามารถรองรับคนได้อย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพมากขึ้น  จากข้อมูลสะสมจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ของ […]

1 2 3 4