June 17, 2026
Healthy Cities

ออกแบบย่านอยู่ดี สุขุมวิทใต้: เสียงจากชาวย่านสู่ผังยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่

The Urbanis
 


จากบทความครั้งก่อน “ไขโจทย์สุขภาวะเมืองสุขุมวิทใต้: เมื่อสุขภาวะที่ดีเริ่มได้ที่ย่านอยู่ดี” The Urbanis ได้พาผู้อ่านทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ความเป็นย่านอยู่ดีของสุขุมวิทใต้ ที่มีศักยภาพสูง แต่ยังไม่น่าอยู่ จากการขยายตัวของเมือง พร้อมกับโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ รวมถึงโครงข่ายธุรกิจใหม่ ๆ ในทางกายภาพ และพฤติกรรมที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในบ้านและที่ทำงาน สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ย่านจะเต็มไปด้วยพื้นที่และกิจกรรม แต่เวลาคุณภาพสำหรับตัวเองมีอยู่อย่างจำกัด

บทความนี้ The Urbanis จึงขอชวนผู้อ่านก้าวไปอีกขั้น สู่การสำรวจความต้องการที่แท้จริงของชาวสุขุมวิท ผ่านกระบวนการออกแบบอย่างมีส่วนร่วมที่เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้สะท้อนทั้งศักยภาพ ปัญหา และความคาดหวังต่อย่านของตนเอง เสียงเหล่านี้ถูกนำมาต่อยอดเป็นข้อเสนอเชิงรูปธรรม และพัฒนาเป็นผังยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อน “ย่านอยู่ดี เมืองสุขุมวิทใต้” ไม่เพียงในมิติของการปรับปรุงพื้นที่ทางกายภาพเท่านั้น หากยังครอบคลุมถึงการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาวะ เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทั้งในระดับพื้นที่และวิถีชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืน

จากความต้องการของชาวเมือง สู่ผังยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่

แนวคิดการพัฒนาพื้นที่ในผังยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่นี้มุ่งเน้นการสร้างย่านที่เชื่อมต่อได้ดีและน่าอยู่ ผ่านการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพชีวิต และกิจกรรมทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน

ในด้านการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทาง ได้ออกแบบแกนการเชื่อมต่อการเดินทางเพื่อให้การสัญจรภายในย่านเป็นไปอย่างลื่นไหลและทั่วถึง แกนหลักของพื้นที่คือแนวรถไฟฟ้าและถนนสายสำคัญ เช่น ถนนสุขุมวิทและถนนศรีนครินทร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นกระดูกสันหลังของย่าน เชื่อมต่อกิจกรรมระดับเมืองเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกันยังมีการวางแนวเส้นทางรองที่เชื่อมต่อแกนสีเขียวหรือสวนสาธารณะ เช่น สวนหลวง ร.9 เพื่อสนับสนุนการเดินเท้าและการใช้ชีวิตกลางแจ้ง นอกจากนี้ยังเสนอจุดเชื่อมต่อใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาจุดบอดด้านการเดินทาง โดยเฉพาะในซอยและชุมชนที่เข้าถึงถนนสายหลักได้ยาก ทำให้โครงข่ายการเดินทางมีความต่อเนื่องและเป็นธรรมมากขึ้น

ด้านคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ผังให้ความสำคัญกับการนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เดิมกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเมือง โดยเฉพาะพื้นที่ริมน้ำตามแนวคลองพระโขนงและคลองบางนา ซึ่งถูกมองว่าเป็นโอกาสในการพัฒนาเป็นพื้นที่สุขภาวะ เช่น ทางเดินริมน้ำ พื้นที่นันทนาการ หรือพื้นที่พักผ่อนของชุมชน ควบคู่ไปกับการกระจายพื้นที่โล่งและพื้นที่สีเขียวขนาดย่อมแทรกอยู่ในพื้นที่เมือง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างอาคารหนาแน่นกับพื้นที่เปิดโล่ง 

ขณะเดียวกัน ในด้านเศรษฐกิจและพาณิชยกรรม ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับระดับการใช้งานของผู้คน โดยแบ่งการพัฒนาออกเป็นสองระดับ พื้นที่พาณิชยกรรมระดับเมืองหรือระดับย่านจะกระจุกตัวตามแนวถนนสายหลักและสถานีรถไฟฟ้าสำคัญ เหมาะสำหรับกิจกรรมเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ อาคารสำนักงาน หรือศูนย์การค้า ส่วนกิจกรรมทางเศรษฐกิจระดับชุมชนจะกระจายตัวเข้าไปในพื้นที่อยู่อาศัย เพื่อรองรับร้านค้าและบริการขนาดเล็ก สนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น และช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเข้าถึงสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล

สู่ 4 แผนงาน 22 โครงการ

จากศักยภาพของพื้นที่ต่าง ๆ ภายในย่านพระโขนง-บางนา นำมาซึ่งการพัฒนาเป็นผังยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ ย่านอยู่ดีพระโขนง-บางนา ที่ผนวกรวมประเด็นต่าง ๆ จากศักยภาพของพื้นที่ โครงการพัฒนาของสำนักงานเขตพระโขนง-บางนา (พ.ศ. 2566-2568) มากกว่า 80 โครงการ ทั้งการพัฒนาทางกายภาพและสังคม และเสียงจากชาวพระโขนง-บางนา นำไปสู่ 4 แผนงาน 22 โครงการ เพื่อพัฒนาย่านพระโขนง-บางนาให้อยู่ดี ดังนี้

ยกระดับการเดินทาง: ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่คือ “คน” และ “ทางเลือก”

แนวคิดการพัฒนาด้านคมนาคมของย่านนี้มุ่งยกระดับคุณภาพการเดินทางให้คล่องตัวและหลากหลายมากขึ้น โดยไม่ยึดติดกับการใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นศูนย์กลาง หากแต่ให้ความสำคัญกับ “คน” และ “ทางเลือกในการเดินทาง” เป็นหัวใจหลัก ผ่านโครงการพัฒนารวม 6 โครงการที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของคนในย่านอย่างแท้จริง

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะขนาดเล็ก ให้สามารถเชื่อมต่อจากตรอกซอกซอยภายในชุมชนไปยังสถานีรถไฟฟ้าได้อย่างไร้รอยต่อ ลดภาระการใช้รถส่วนตัว และเพิ่มความสะดวกในการเดินทางของคนทุกกลุ่ม ขณะเดียวกัน ยังมีการพลิกบทบาทคลองพระโขนงและคลองบางนา จากโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำ ไปสู่การเป็นเส้นทางสัญจรทางเลือกและพื้นที่พักผ่อนริมคลอง ที่เอื้อต่อการเดิน การออกกำลังกาย และกิจกรรมสาธารณะของชุมชน

นอกจากนี้ การพัฒนาทางเท้าให้ “เดินได้ เดินดี” ก็เป็นอีกประเด็นสำคัญ ทั้งการปรับปรุงคุณภาพทางเดิน เพิ่มความปลอดภัย จัดจุดจอดจักรยาน และสนับสนุนการสัญจรที่ใช้พลังงานต่ำ แนวคิดเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดการใช้รถยนต์ แต่ยังส่งเสริมวิถีชีวิตเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของคนในย่านในระยะยาว

พลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐาน: เชื่อมต่ออดีตสู่ความทันสมัย

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของย่านนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดการ “ต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่” มากกว่าการรื้อสร้างใหม่ทั้งหมด โดยแผนงานจำนวน 4 โครงการมุ่งปรับปรุงโครงสร้างเดิมให้ตอบโจทย์การใช้งานในบริบทเมืองปัจจุบัน และรองรับการเติบโตในอนาคตอย่างยั่งยืน

โครงการสำคัญคือการพัฒนาศูนย์กลางชุมชน ผ่านการสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากอาคารพาณิชย์เก่ารอบสถานีรถไฟฟ้า BTS ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจและสังคม โดยปรับบทบาทพื้นที่เหล่านี้ให้เป็นแหล่งทำกิจกรรม พบปะ และใช้เวลาร่วมกันของคนทุกช่วงวัย อันจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเมือง

ควบคู่กันนั้น การยกระดับสะพานลอยบริเวณแยกบางนาให้กลายเป็นทางเดินลอยฟ้า (Skywalk) ที่เชื่อมต่อการสัญจรจากทุกทิศทาง แยกบางนาในฐานะจุดตัดหลักของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก จะไม่ใช่เพียงพื้นที่ผ่านทางของรถยนต์อีกต่อไป แต่กลายเป็นโครงสร้างที่เอื้อต่อการเดินเท้า เชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะและพื้นที่เมืองเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มักถูกมองข้าม แต่มีผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของคนในย่าน การพัฒนาระบบให้สามารถรองรับฝนตกหนักและลดปัญหาน้ำท่วม

เพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างเมืองที่หายใจได้

ด้านสิ่งแวดล้อมจำนวน 7 โครงการ มุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่ให้เกิดคุณค่าสูงสุด โดยเริ่มจากแนวคิด Green Link Gateway ที่เชื่อมโยงโครงข่ายพื้นที่สีเขียวให้ต่อเนื่องกันทั้งในระดับย่านและระดับเมือง ช่วยสร้างระบบนิเวศเมืองที่สมบูรณ์และเข้าถึงได้ง่าย

พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแนวคลองต่าง ๆ จะถูกพัฒนาให้เป็นพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะสำหรับการพักผ่อน การเดิน และกิจกรรมกลางแจ้ง ขณะเดียวกัน พื้นที่ว่างหรือที่ดินรกร้างในย่านจะได้รับการขอความร่วมมือจากภาคเอกชน เพื่อปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่สาธารณะหรือสวนชุมชน ลดพื้นที่ร้างและเพิ่มคุณภาพภูมิทัศน์เมือง

แนวคิด สวนกินได้ (สวน 15 นาที) ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มพื้นที่เกษตรในชุมชน ให้คนสามารถเข้าถึงแหล่งอาหารและพื้นที่สีเขียวได้ภายในระยะเดิน 15 นาที เสริมด้วย Pocket Park สวนขนาดเล็กตามแนวคลอง และ Pet Park สำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งช่วยตอบโจทย์วิถีชีวิตเมืองยุคใหม่อย่างรอบด้าน นอกจากนี้ ยังมีการจัดเตรียม พื้นที่อพยพ หรือ ลานโล่ง เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและภัยพิบัติ เพิ่มความปลอดภัยและความยืดหยุ่นให้กับเมืองในระยะยาว

กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างตัวตนของย่าน

ในด้านของการท่องเที่ยว แผนงานจำนวน 5 โครงการมุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่กับการสร้างอัตลักษณ์ของย่านให้ชัดเจนและน่าจดจำ เริ่มจากการพัฒนา ศูนย์ฝึกอาชีพ เพื่อยกระดับทักษะของคนในชุมชน สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและรายได้ที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่

พื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าจะถูกพัฒนาเป็น โซนเศรษฐกิจรอบรถไฟฟ้า ผ่านการจัดระเบียบและส่งเสริมกิจกรรมการค้าในรัศมีสถานี ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีชีวิตชีวา ขณะเดียวกัน การดึงเรื่องราวด้าน วัฒนธรรมและอัตลักษณ์ ของย่านพระโขนง–บางนา ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ วิถีชุมชน หรือภูมิทัศน์คลองเมือง จะช่วยสร้างภาพจำและความแตกต่างให้กับพื้นที่

ความร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างโครงการ MQDC ย่านนวัตกรรม ในพื้นที่ปุณณวิถี–อุดมสุข จะช่วยต่อยอดสู่การเป็นย่านสร้างสรรค์และนวัตกรรมแห่งใหม่ ปิดท้ายด้วยการพัฒนา การท่องเที่ยวแนวคลอง ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำเลียบคลองพระโขนง ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชนเข้าด้วยกัน

พื้นที่สุขภาวะที่ตอบ 6 หลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต

ยุทธศาสตร์การพัฒนา “ย่านอยู่ดี เมืองสุขุมวิทใต้” สามารถยกระดับให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วยการบูรณาการหลัก เวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) เข้ามาเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบพื้นที่ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อพฤติกรรมสุขภาพที่ดีในทุกมิติ ประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐาน 6 ประการ คือ พื้นที่ส่งเสริมกิจกรรมขยับกาย  การจัดการความเครียดผ่านพื้นที่สีเขียว การส่งเสริมโภชนาการที่ดีจากฐานราก สังคมที่เกื้อกูลและมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวก สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพักผ่อน และย่านปลอดภัยไร้สารเสี่ยง

ข้อเสนอเชิงพื้นที่และกิจกรรมเพื่อสุขภาวะ
การพัฒนา “ย่านอยู่ดี เมืองสุขุมวิทใต้” มุ่งสร้างเมืองที่เอื้อต่อสุขภาวะของผู้คนในทุกมิติ โดยบูรณาการหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิตเข้ากับการออกแบบพื้นที่และกิจกรรมของชุมชน ภายใต้ความเชื่อว่า สภาพแวดล้อมเมืองที่มีคุณภาพสามารถส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่ดีได้อย่างยั่งยืน  สามารถสรุปได้ดังนี้

นอนเพียง พอกินอาหารที่ดี มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมเมืองที่เอื้อต่อการนอนหลับและโภชนาการที่ดี ผ่านการเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการจัดกิจกรรมชุมชน โครงการ Green Link และ Green Barrier ช่วยลดมลพิษทางเสียงและส่งเสริมการเดินทางที่สะดวก ขณะที่พื้นที่ใต้คลองและริมคลองถูกพัฒนาเป็นศูนย์คมนาคม พื้นที่ออกกำลังกาย และ Pocket Park เพื่อการพักผ่อนและการเคลื่อนไหว ในด้านอาหาร มีการพัฒนา Food Hub ตลาดชุมชน และ Farmer Market ควบคู่การจัดการสุขาภิบาลอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้เมืองสนับสนุนวิถีชีวิตที่สมดุล สุขภาพดี และยั่งยืน

จัดการความเครียด ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายและใจควบคู่กัน โดยเฉพาะการจัดการความเครียดและการลดพฤติกรรมเสี่ยงผ่านกิจกรรมเชิงป้องกันในระดับชุมชน พื้นที่ชุมชนต่าง ๆ ถูกใช้เป็นฐานในการสร้างสุขภาวะทางใจ เช่น ชุมชน 11-18 ท่าเรือคลองเตย ที่จัดกิจกรรมสวดมนต์และปฏิบัติธรรมเพื่อเสริมสมาธิและลดความตึงเครียด ขณะที่ชุมชนวัดบุญรอด ถนนสุขุมวิท 62 ส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุผ่านกิจกรรมร้องเพลงและลีลาศ สร้างความสุขและเสียงหัวเราะ ชมรมหมู่บ้านทับแก้ว 101/1 และชุมชนหมู่บ้านศรัณจิต มุ่งเน้นการออกกำลังกาย การให้ความรู้ด้านสุขภาพ โภชนาการ และการจัดการอาหารในชุมชน โดยรณรงค์การลดหวาน มัน เค็ม ควบคู่กิจกรรมปลูกผักและการมีส่วนร่วมทางสังคม

งดเว้นสารเสี่ยง มุ่งลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพผ่านการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยการงดเว้นสารเสี่ยง เช่น บุหรี่ แอลกอฮอล์ และสารเสพติด ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของคนเมือง การพัฒนาพื้นที่ให้เอื้อต่อการงดเว้นสารเสี่ยงจึงควรมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและสนับสนุนพฤติกรรมเชิงบวก เช่น พื้นที่สาธารณะปลอดบุหรี่ พื้นที่ออกกำลังกาย และลานกิจกรรมชุมชน ซึ่งช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยงและส่งเสริมการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ การมีกิจกรรมชุมชนอย่างต่อเนื่องและสภาพแวดล้อมที่น่าใช้งาน จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมและความรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่ อันเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การลดการพึ่งพาสารเสี่ยง และสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนให้กับชุมชน

มีกิจกรรมทางกาย มุ่งสร้างเมืองที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน ผ่านการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการเชื่อมต่อพื้นที่สาธารณะอย่างเป็นระบบ โดยใช้แนวคิด Green Link เชื่อมท่าน้ำ พื้นที่ชุมชน แยกสำคัญ และสถานีรถไฟฟ้า ด้วยทางเดินเท้าที่ปลอดภัย ร่มรื่น และเข้าถึงได้ทุกวัย พัฒนาพื้นที่เป็นลานออกกำลังกายและพื้นที่อเนกประสงค์ เช่น พื้นที่ราชการ ใต้ทางด่วน พื้นที่รกร้าง และรอบสถานี BTS เพื่อรองรับกิจกรรมออกกำลังกายและการรวมกลุ่มของชุมชน ควบคู่กับแนวคิดสวน 15 นาที เพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการเดิน การใช้พื้นที่ร่วมของวัด โรงเรียน พื้นที่เอกชน และชุมชนผู้สูงอายุ ช่วยขยายโอกาสในการทำกิจกรรมทางกายอย่างทั่วถึง สู่การยกระดับสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของคนในย่านอย่างยั่งยืน

มีปฎิสัมพันธ์กับสังคม มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหว การพบปะทางสังคม และสุขภาพกาย–ใจ การพัฒนาพื้นที่ย่านจึงควรออกแบบให้พื้นที่สาธารณะเชื่อมโยงกิจกรรมชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่นเข้าด้วยกัน ในพื้นที่ท่าเรือสรรพาวุธสามารถพัฒนาเป็นพื้นที่สุขภาวะริมแม่น้ำผ่านตลาดชุมชน ทางเดินริมน้ำ การปรับปรุงบ้านเรือน และการส่งเสริมร้านอาหาร ขณะที่แยกบางนาควรเพิ่ม Sky Walk และลานกิจกรรม เพื่อสนับสนุนการเดินเท้าและกิจกรรมสังคม ในซอยสุขุมวิท 101/2 มีศักยภาพเป็นถนนคนเดินที่มีชีวิตชีวา หากมีการจัดการที่จอดรถอย่างเหมาะสม ส่วนสนามกอล์ฟราชนาวีบางนาควรปรับปรุงภูมิทัศน์ซอยทางเข้าให้สะท้อนอัตลักษณ์กิจกรรม และส่งเสริมการพบปะของผู้ใช้งาน พื้นที่ในซอยอุดมสุข 30 ควรได้รับการฟื้นฟูและพัฒนา โดยเฉพาะลานกีฬาอเนกประสงค์ของชุมชนที่ปัจจุบันมีสภาพทรุดโทรม ให้กลับมาเป็นพื้นที่ศูนย์รวมของคนในชุมชนอีกครั้ง อีกทั้งยังเหมาะกับการพักผ่อน และการพบปะของคนทุกช่วงวัย ช่วยส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความสัมพันธ์อันดีภายในชุมชน

“ย่านอยู่ดี เมืองสุขุมวิทใต้” จึงไม่ได้เกิดจากการพัฒนาพื้นที่เพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นผลจากการออกแบบเมืองที่รับฟังผู้คน เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และกิจกรรมชุมชนเข้าด้วยกันอย่างสมดุล ภายใต้กรอบผังยุทธศาสตร์ 4 แผนงาน 22 โครงการ และการบูรณาการหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต ย่านพระโขนง–บางนาจึงถูกขับเคลื่อนจาก “พื้นที่ที่มีศักยภาพแต่ยังไม่น่าอยู่” สู่การเป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต สุขภาพกาย–ใจ และความสัมพันธ์ทางสังคมในชีวิตประจำวัน อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างเมืองที่น่าอยู่และยั่งยืนในระยะยาว

บทความนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาย่านสุขภาวะในประเทศไทย กรณีศึกษา ย่านพระโขนง-บางนา ย่านเมืองเก่าลำพูน และย่านเมืองเก่าร้อยเอ็ด  ดำเนินการโดยศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านยุทธศาสตร์เมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (UDDC-CEUS) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)


Contributor