13/02/2026
Healthy Cities

ไขโจทย์สุขภาวะเมืองลำพูน: เมื่อสุขภาวะที่ดีเริ่มได้จากย่านที่อยู่ดี

The Urbanis
 


เมืองลำพูน “เมืองเก่าที่ยังคงมีชีวิต” โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม  ประวัติศาสตร์ และภูมิสถาปัตยกรรมที่ยังคงสะท้อนเสน่ห์ของล้านนาไว้ เมืองแห่งนี้ยังคงแสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันระหว่างชุมชนดั้งเดิมและชุมชนใหม่อย่างกลมกลืน พร้อมด้วยศักยภาพด้านเศรษฐกิจ สังคม และโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค พื้นที่สีเขียว และเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง นอกจากนี้ เมืองยังมีนโยบายและแผนพัฒนาที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ด้วยศักยภาพเหล่านี้ เมืองลำพูนจึงไม่ใช่เพียงเมืองเก่าที่อนุรักษ์อดีตไว้ แต่เป็นเมืองที่พร้อมต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะของผู้คนในทุกมิติ เมืองลำพูนจึงมีความพร้อมในการขับเคลื่อนสู่การเป็น “ย่านอยู่ดี” ที่สนับสนุนให้ผู้คนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และมีสุขภาวะที่ดีในวงกว้าง

ในบทความนี้  The Urbanis จะพาทุกท่านมาทำความรู้จัก “เมืองลำพูน” ผ่านการสำรวจสภาพแวดล้อมเมือง ทุนทางวัฒนธรรม พฤติกรรมและสุขภาวะคนเมืองลำพูน ที่สะท้อนโอกาสและความท้าทายในการขับเคลื่อนลำพูนไปสู่ย่านอยู่ดี

“ย่านอยู่ดี” ขับเคลื่อนสุขภาวะเมืองลำพูน

พื้นที่เมืองมีบทบาทสำคัญในการกำหนดการใช้ชีวิตของคนเมือง สภาพแวดล้อมเมืองย่อมส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเมือง ดังนั้น การเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีจึงต้องเริ่มต้นจากพื้นที่เมืองที่ดี

จากการศึกษาและพัฒนากรอบแนวคิด “ย่านอยู่ดี” ประกอบด้วย (1) Place การเปลี่ยนกายภาพด้วยการออกแบบพัฒนาพื้นที่เมือง (2) People การเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมและกิจกรรม และ (3) Promotion การเปลี่ยนทัศนคติด้วยการมองว่าเมืองในฐานะของสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งมีผลกระทบต่อพื้นที่ 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับเมือง ย่าน และระดับบุคคล ที่ผสาน การออกแบบพื้นที่ ให้เข้ากับ การปรับพฤติกรรม ของคนในเมือง ผ่านแนวคิด 3P การส่งเสริมและการสนับสนุน

ดังนั้น การสร้างสุขภาพที่ดีไม่ควรจำกัดอยู่เพียงในเมืองใหญ่ แต่ควรเริ่มจากพื้นที่ชุมชนหรือพื้นที่ละแวกบ้าน  ที่ทำให้ผู้คนใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข สะดวก สบาย สามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการออกแบบย่านให้น่าอยู่และเอื้อต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกัน ต้องมุ่งส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมร่วมกับการเปลี่ยนแปลงด้านกายภาพ โดยเน้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมระดับบุคคล ด้วยหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle medicine) 6 ด้าน ประกอบด้วย การกินอาหารที่ดี การมีกิจกรรมทางกาย การนอนหลับที่เพียงพอ การจัดการความเครียด การงดเว้นสารเสี่ยง และการมีฏิสัมพันธ์ทางสังคม 

สถานการณ์ความเป็นย่านอยู่ดีของเมืองลำพูน

1. สถานการณ์ด้านสภาพแวดล้อมเมือง

เมืองลำพูน หรือ นครหริภุญชัย เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดของภาคเหนือ อายุราว 1,400 ปี เป็นรากฐานความเจริญรุ่งเรืองในทุกด้านต่ออาณาจักรล้านนา ทั้งด้านเศรษฐกิจ การทหาร ประเพณี วัฒนธรรม ปัจจุบันเมืองลำพูนยังคงเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดลำพูน รวมถึงเป็นศูนย์กลางด้านศิลปวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์จากยุคอาณาจักรหริภุญชัย และเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรและหัตถกรรมที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาพบ 4 ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมเมืองที่ส่งผลต่อสุขภาวะที่ดีของชาวเมืองลำพูน ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำคัญในการพัฒนาย่านอยู่ดีเมืองลำพูน 

  • เมืองลำพูนเดินได้ แต่ยังเดินไม่สะดวก ไม่ปลอดภัย ไม่น่าเดิน พื้นที่เมืองลำพูนมีศักยภาพในการเป็นเมืองเดินได้เดินดี มีค่าคะแนน Goodwalk เฉลี่ย 48 คะแนน ทางเท้าโดยรอบเมืองเก่ามีความกว้างเฉลี่ย 1.5-2 เมตร ทำให้พื้นที่กว่า 40% ยังเดินได้ไม่ดี รวมถึงปัญหาด้านสภาพแวดล้อมบริเวณทางเดินเท้า เช่น ความ ความไม่ปลอดภัยจากการสัญจรของพาหนะบนท้องถนนอย่างรวดเร็ว ความร้อนจากการไม่มีร่มเงา
  • เมืองลำพูนเขียวมาก แต่ครึ่งหนึ่งยังไม่ถูกใช้ประโยชน์ พื้นที่สีเขียวของเมืองลำพูนสูงกว่ามาตรฐานโลก 10 เท่า (90 ตารางเมตรต่อคน) เฉพาะพื้นที่สีเขียวที่เป็นสวนสาธารณะคิดเป็น 7.3 ตารางเมตรต่อคน ทว่าพื้นที่สีเขียวส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ขาดกิจกรรมและการเชื่อมต่อของพื้นที่ จึงควรปรับปรุงพื้นที่สีเขียวริมทางเดินหรือริมคูเมือง เพิ่มการใช้ประโยชน์สวนและพื้นที่นันทนาการ และสร้างนิเวศน์ริมน้ำกวง โดยวัด คูเมือง โบราณสถาน สถานที่ราชการ เป็นพื้นที่ศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียวสาธารณะที่สามารถพัฒนาควบคู่ไปกับการส่งเสริมวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของเมืองลำพูน
  • เมืองแห่งต้นทุนทางวัฒนธรรมและเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น โดยรอบเมืองลำพูนมีวัดวาอารามจำนวนมากกว่า 16 แห่ง ในระยะไม่ถึง 500 เมตร และยังมีพิพิธภัณฑ์ใหญ่เล็ก อาคารเก่าทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรม กว่า 130 แห่ง นอกจากมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องได้ ลำพูนยังมีมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้อีกมากมาย ทั้งประเพณีที่โด่งดังไปไกลระดับโลกอย่าง สลากย้อม หรือเทศกาลโคมเเสนดวง หรือแม้กระทั่งงานหัตถศิลป์อย่างผ้าไหมยกดอกลำพูน เป็นต้น เมืองลำพูนจึงเป็นพื้นที่ที่รุ่มรวยมรดกวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น
  • คูเมือง-ย่านเมืองเก่า มัดรวมพื้นที่กลางเพื่อกิจกรรมนันทนาการ จากข้อมูลบันทึกกิจกรรมบน Smart watch/smart phone คนเมืองลำพูนออกกำลังกายในพื้นที่สาธารณะกระจายอยู่ทั่วเมือง เชื่อมโยงด้วยถนนสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณศาลากลางหลังเก่า สวนม่วนใจ๋ สนามกีฬาจังหวัดลำพูน  และยังมีพื้นที่ศักยภาพอีกมากที่รอการพัฒนาให้เมืองลำพูน มีกายภาพที่ส่งเสริมสุขภาวะได้ดียิ่งขึ้น

2. สถานการณ์ด้านพฤติกรรม

  • สัดส่วนเวลาชีวิตและการใช้เวลาสุขภาวะที่จำกัด จากการสำรวจพฤติกรรมของคนเมืองลำพูน พบว่า ในหนึ่งวัน หรือ 24 ชั่วโมง ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ใน พื้นที่บ้านเฉลี่ยกว่า 14 ชั่วโมงต่อวัน และในสถานที่ทำงานหรือสถานศึกษาอีกประมาณ 10 ชั่วโมง ส่วนเวลาที่เหลือสำหรับ “พื้นที่ชีวิต” นอกบ้านมีเพียง 4 ชั่วโมง ในวันธรรมดา และ 5 ชั่วโมงในวันหยุด จึงกล่าวได้ว่าบ้านยังเป็นศูนย์กลางของชีวิตประวัน 

ส่วนพื้นที่นอกบ้านยังมีบทบาทจำกัด โดยเฉพาะในเเง่ของกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การพบปะ หรือใช้เวลาร่วมกับผู้อื่น ซึ่งยังมีสัดส่วนเวลาค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเวลาทำงานและพักผ่อนในบ้านที่นอกบ้าน จึงกล่าวได้ว่า คนเมืองลำพูนส่วนใหญ่ยังคงใช้ชีวิตแบบ “อยู่บ้าน ไปทำงาน กลับบ้าน”

  • การกระจุกตัวของกิจกรรมและข้อจำกัดด้านพื้นที่ใกล้บ้าน กิจกรรมที่คนในเมืองลำพูนทำบ่อยที่สุด คือ ออกกำลังกาย (28%), ซื้อของ (16%), พักผ่อน นั่งเล่น หรือนอนเล่น (10%) และ ไหว้พระ ทำบุญ (9%) พื้นที่ยอดนิยมของคนเมืองลำพูน ได้แก่ วัดพระธาตุหริภุญชัย กาดหนองจอก ถนนคนเดิน ลานพระนางจามเทวี สนามกีฬา เป็นต้น ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ศาสนา วัฒนธรรม พื้นที่ราชการเป็นหลัก และกระจุกตัวอยู่ย่านเมืองเก่า ซึ่งเป็นจุดหมายที่ต้องเดินทางไป ทำให้ย่านที่อยู่อาศัยโดยรอบมีทางเลือกน้อยสำหรับกิจกรรมสุขภาวะใกล้บ้าน ดังนั้น คนเมืองลำพูนยังคงมีข้อจำกัดในการมีพื้นที่ชีวิตใกล้บ้าน หรือพื้นที่ศักยภาพที่สามารถเข้าถึงง่ายและใช้ได้อย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน

สถานการณ์ด้านสุขภาวะ

  • อำเภอเมืองลำพูนเป็นสังคมสูงวัยขั้นสุดยอด เกือบครึ่งของประชากรกว่า 1.4 แสนคน เป็นวัยพึ่งพิง โดยเป็นวัยพึ่งพิงสูงอายุสูงกว่าวัยเด็กเกิน 2 เท่า สอดคล้องกับสถานการณ์ประชากรจังหวัดลำพูน การออกแบบพื้นที่และกิจกรรมต่าง ๆ จึงต้องคำนึงถึงความสำคัญของคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ
  • อายุที่มากขึ้นมาพร้อมกับความเสี่ยงด้านสุขภาพมากขึ้น ในช่วง 3 ปี ชาวจังหวัดลำพูนมีความเสี่ยงเจ็บป่วยเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ทั้งจากความเสื่อมจากอายุที่มากขึ้น และพฤติกรรม ต้นเหตุโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
  • คนลำพูนมีกิจกรรมทางกายน้อยและไม่สม่ำเสมอ จากข้อมูลจากสำนักสถิติแห่งชาติเกี่ยวกับกิจกรรมทางกาย พบว่า 92% ของคนลำพูนออกกำลังกายน้อยมาก (น้อยกว่า 1 วันต่อสัปดาห์) และคนลำพูนเกินครึ่ง (52%) มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ
  • คนลำพูนเกิน 1 ใน 3 มีภาวะ “น้ำหนักเกินและอ้วน” จากข้อมูลกรมกิจการผู้สูงอายุ พบว่า คนลำพูนเกือบ 40% มีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน โดยเฉพาะช่วงวัยทำงาน 30-44 ปี มีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนมากที่สุด ถึง 74%

จากการทำความเข้าใจสถานการณ์สภาพแวดล้อมเมือง  พฤติกรรมและสุขภาวะ แสดงถึงศักยภาพของเมืองลำพูนในการพัฒนาให้เป็นย่านอยู่ดี ที่รอการส่งเสริมและเชื่อมโยงศักยภาพที่มีอยู่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยขั้นตอนต่อไปจะเข้าสู่กระบวนการออกแบบอย่างมีส่วนร่วมที่สะท้อนความต้องการของทุกภาคส่วนในเมืองลำพูน เพื่อขับเคลื่อนให้ “ย่านอยู่ดีเมืองลำพูน” เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

บทความนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาย่านสุขภาวะในประเทศไทย กรณีศึกษา ย่านพระโขนง-บางนา ย่านเมืองเก่าลำพูน และย่านเมืองเก่าร้อยเอ็ด  ดำเนินการโดยศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านยุทธศาสตร์เมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (UDDC-CEUS) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)


Contributor