19/01/2026
Urban Resilience

ออกแบบเมืองให้พร้อมตั้งรับ คนได้ปรับตัว

The Urbanis อดิศักดิ์ กันทะเมืองลี้ พรรณปพร บุญแปง
 


ร่วมออกแบบและพัฒนาเมือง
ให้พร้อมรับปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น

ในโลกที่เมืองต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนรอบด้าน ทั้งภัยพิบัติที่เกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

The Urbanis ชวนตั้งคำถามสำคัญ ปัจจุบันไม่ใช่เพียง “เมืองจะรับมือกับวิกฤตได้หรือไม่” แต่คือ “เมืองจะปรับตัวและเติบโตต่อไปอย่างไรท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้” แนวคิด เมืองพร้อมรับปรับตัว (Urban Resilience) จึงกลายเป็นกรอบคิดสำคัญในการออกแบบและพัฒนาเมืองยุคใหม่ ที่ไม่เพียงมุ่งฟื้นฟูเมืองหลังวิกฤต แต่ยังเน้นการเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว เรียนรู้ และเปลี่ยนแปลง เพื่อรับมือกับความท้าทายในระยะยาวอย่างยั่งยืน

เมืองพร้อมรับปรับตัว (Urban Resilience)

คือเมืองที่มีความสามรถในการรับมือ ปรับตัว เติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าจะเผชิญกับปัญหาเรื้อรัง (chronic stress) หรือปัญหาเฉียบพลัน (acute shock) การเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เศรษฐกิจสังคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (climate change)

3 ระยะเมืองพร้อมรับปรับตัวเพื่อเปลี่ยนแปลง

การฟื้นคืนสภาพ (recovery) เป็นระยะการตอบสนองต่อเหตุการณ์วิกฤต ให้กลับสู่สภาวะเดิมหลังจากเกิดเหตุการณ์วิกฤต เช่น การช่วยเหลือฉุกเฉิน การซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้การฟื้นคืนสภาพไม่เพียงแค่การจัดการเหตุฉุกเฉิน แต่ยังสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระยะยาว เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นและป้องกันผลกระทบในอนาคต 

 การปรับตัว (adaptation) เป็นระยะของการปรับเปลี่ยนวิธีการหรือกลยุทธ์ในการดำเนินการ เพื่อสามารถรับมือกับต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหรือที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เพื่อลดผลกระทบหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น โดยการปรับตัวเกิดขึ้นได้ทั้งในระดับปัจเจกชน ระดับครัวเรือน ระดับชุมชน หรือระดับประเทศ

การเปลี่ยนสภาพ (transformation) เป็นระยะการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานและระบบ เพื่อให้เมืองสามารถรับมือกับความท้าทายในระยะยาว การเปลี่ยนสภาพนี้มักเกิดขึ้นเมื่อสถานการณ์ใกล้ถึงจุดวิกฤต โดยมุ่งการพัฒนาที่ยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงของเมือง 

Chelleri, L and M Olazabal (2012)

4 คุณลักษณะเมืองพร้อมรับปรับตัว

เมืองที่พร้อมรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นสามารถพิจารณาจากคุณลักษณะของเมือง 4 ด้าน นั่นคือ

  1. ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ (health and wellbeing)

มุ่งเสริมสร้างสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับผู้คน ประกอบด้วย 3 เป้าหมาย ได้แก่ 1) การลดความเปราะบางแก่มนุษย์ (minimal human vulnerability) 2) การดำรงชีวิตและการจ้างงานที่หลากหลาย (diverse livelihoods and employment) และ 3) การป้องกันที่มีประสิทธิภาพต่อสุขภาพและชีวิตของมนุษย์ (effective safeguards to human health and life) ในภาพรวม เป้าหมายทั้งสามมุ่งส่งเสริมให้ผู้คนที่อยู่อาศัยในเมืองเข้าถึงความต้องการพื้นฐานทั้งในสภาวะที่เมืองเป็นปกติและตอนที่เมืองเผชิญกับภัยคุกคาม เมืองจำเป็นต้องจัดให้มีการบริการทางการแพทย์ ตลอดจนการส่งเสริมความรู้และทักษะด้านการสร้างอาชีพ เพื่อให้ผู้คนในเมืองมีทุนและความสามารถในการป้องกันและเตรียมพร้อมเมื่อต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

  1. ด้านเศรษฐกิจและสังคม (economy and society)

มุ่งสร้างเศรษฐกิจและสังคมที่เข้มแข็งพร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น ประกอบด้วย 3 เป้าหมาย ได้แก่ 1) อัตลักษณ์ส่วนรวมและการสนับสนุนจากชุมชน (collective identity and community support) 2) การรักษาความปลอดภัยและหลักนิติธรรมที่ครอบคลุม (comprehensive security and rule of law) และ 3) เศรษฐกิจยั่งยืน (sustainable economy) กล่าวอย่างย่อ เป้าหมายทั้งสามมุ่งสร้างสังคมที่เป็นธรรม มีความเข้มแข็ง และมีระบบการบริหารจัดการที่ดี ด้านสังคม เมืองควรออกแบบให้มีหลักนิติธรรมที่มุ่งสร้างความยุติธรรมและเท่าเทียมกันในสังคม ตลอดจนมุ่งเน้นให้มีการสร้างการมีส่วนร่วมจากชุมชนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สำหรับด้านเศรษฐกิจ เมืองควรออกแบบระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพารายได้จากหลายช่องทาง และเสริมสร้างความน่าดึงดูดด้านการลงทุนจากภายนอก และที่สำคัญเมืองต้องมีการจัดสรรแหล่งเงินสำรองเพื่อเตรียมพร้อมรับมือในกรณีเกิดวิกฤตการณ์ต่าง ๆ

  1. ด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศ (infrastructure and ecosystems)

มุ่งไปที่การสร้างระบบนิเวศเมืองให้มีความยืดหยุ่นและยั่งยืน ประกอบด้วย 3 เป้าหมาย ได้แก่ 1) การลดความเสี่ยงและความเปราะบาง (reduced exposure and fragility) 2) การจัดหาระบบบริการในสภาวะวิกฤต (effective provision of critical service) 3) การเคลื่อนที่และการสื่อสารที่เชื่อถือได้ (reliable mobility and communication) ในภาพกว้าง เมืองจำเป็นต้องมีการวางผังเมืองที่เอื้อต่อการป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ โดยอาจใช้โครงสร้างพื้นฐานทางธรรมชาติหรือโครงสร้างพื้นฐานที่มนุษย์สร้างขึ้น เมืองยังต้องให้ความสำคัญของการสร้างระบบบริการที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ สำหรับใช้เป็นแนวทางในการวางแผนเมืองและตั้งรับกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ขณะเดียวกันการสร้างการเชื่อมต่อภายในเมืองก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เมืองจำเป็นต้องมีระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพที่ใช้งานได้ทั้งในสภาวะที่เมืองเป็นปกติหรือเกิดวิกฤต

  1. ด้านความเป็นผู้นำและยุทธศาสตร์ (leadership and strategy)

มุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพโดยเน้นการมีส่วนร่วมและบูรณาการกับทุกภาคส่วน ประกอบด้วย 3 เป้าหมาย ได้แก่ 1) ความเป็นผู้นำและการจัดการที่มีประสิทธิภาพ (effective leadership and management) 2) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีพลัง (empowered stakeholder) 3) การวางแผนพัฒนาแบบบูรณาการ (integrated development planning) เมืองยืดหยุ่นจำเป็นต้องมีผู้นำหรือผู้มีอำนาจในการตัดสินใจที่สามารถสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับผู้คนในเมืองได้ การจัดให้มีการศึกษาหรือศูนย์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ย่อมช่วยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเมืองมีพลังอำนาจในการบริหารจัดการตัวเองมากยิ่งขึ้น เมืองยังต้องมีการบูรณาการแผนการพัฒนาเมืองใช้สำหรับเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเมืองที่ยืดหยุ่น

วัฎจักรการวางแผนแบบมีส่วนร่วม

การวางแผนแบบมีส่วนร่วม เป็นเทคนิควิธีการที่ได้รับความนิยมและเป็นที่แพร่หลาย ในการออกแบบและวางผังเมืองของเมืองชั้นนำทั่วโลก โดยรวบรวมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกระดับเข้ามาระดมความคิดเห็นและเสนอแนวทางในการพัฒนาเมือง ไม่ว่าจะเป็น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น หรือผู้มีส่วนได้ส่วนที่เกี่ยวข้องด้านใดด้านหนึ่ง เครื่องมือชิ้นนี้จึงมุ่งเน้นการสร้างบทสนทนาและแลกเปลี่ยนยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองยืดหยุ่นและน่าอยู่ระหว่างกลุ่มคนที่หลากหลาย

วัฎจักรของการวางแผนอย่างมีส่วนร่วมตั้ง อยู่บนหลักการของการทำอย่างต่อเนื่องของการจัดการและจัดระเบียบการมีส่วนร่วม การทดลอง การปรับตัว ผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน คือ 1) การกำหนดวิสัยทัศน์ (resilience vision) 2) การประเมินและทบทวนสถาฯการณ์ (resilience assessment) 3) การกำหนดยุทธศาสตร์ (resilience strategies) 4) การออกแบบและวางแผน (design and planning) 5) การดำเนินการ (implementing) และ 6) การสะท้อนย้อนกลับ (reflecting)

ตรรกกะเบื้องหลังของการออกแบบขั้นตอนข้างต้นคือ การเน้นไปที่การสร้างบทสนทนาและแลกเปลี่ยนระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ เพื่อดำเนินแนวทางพัฒนาเมืองที่ต่อเนื่องสำหรับการตั้งรับปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความจริงแล้วภายใน 6 ขั้นตอนนี้ ยังมีขั้นตอนย่อย ๆ เพื่อเป็นกรอบชี้นำการกำหนดแนวทางการสร้างเมืองยืดหยุ่นและน่าอยู่ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในขั้นตอนแรกคือ การกำหนดวิสัยทัศน์ อาจสามารถสร้างวิสัยทัศน์ได้ด้วยการวิเคราะห์บริบทและสถานการณ์เมือง การกำหนดพื้นที่และการสร้างการตระหนักรู้ การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการวิเคราะห์และระบุปัญหา

IUCN (2014) A Guiding Toolkit for Increasing Climate Change Resilience

เมืองพร้อมรับปรับตัวที่ออกแบบและวางแผนได้ 

การออกแบบเมืองให้สามารถตั้งรับปรับตัวและเติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลัก 4 ประการที่เป็นคุณลักษณะของเมืองที่พร้อมรับปรับตัวได้ ในการเสริมสร้างสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดี มุ่งสร้างเศรษฐกิจและสังคมที่เข้มแข็งพร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น มีโครงสวร้างพื้นฐานและระบบนิเวศเมืองที่มีความยืดหยุ่นและยั่งยืน รวมทั้งมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพโดยเน้นการมีส่วนร่วมและบูรณาการกับทุกภาคส่วน

ซึ่งต้องอาศัยองค์ประกอบที่สำคัญในการขับเคลื่อนเมือง ใน 4 มิติ นั่นคือ มิติของผู้คนที่อยู่ในเมือง มิติของพื้นที่ มิติขององค์กรหรือระบบ และมิติขององค์ความรู้ วิชาการที่ต้องประสานและบูรณาการร่วมกัน ผ่านกระบวนการที่เรียกว่าเป็นการออกแบบและพัฒนาเมืองแบบมีส่วนร่วม (deliberlative design and planning process)

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถเมืองและธรรมชาติในการตั้งรับปรับตัวต่อผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ (Urban Resilience Building and Nature : URBAN) ภายใต้แผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล (International Climate Initiative: IKI) กระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติ ความปลอดภัยทางปรมาณูและคุ้มครองผู้บริโภค (BMUV) สำนักงานต่างประเทศของรัฐบาลกลาง (AA) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี


Contributor