ออกแบบคอนโด เทรนด์ที่อยู่อาศัยใหม่ของผู้สูงอายุในอนาคตอย่างไรให้ปัง

14/09/2020

เด็กในวันนี้เป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า คนเกินวัยรุ่นก็ย่อมกลายเป็นคนวัยเก๋าเข้าสักวัน ทั้งปัจจัยเรื่องความเปลี่ยนแปลงของครอบครัวที่มีครอบครัวเดี่ยวเพิ่มขึ้น การเป็นคนโสดของคนเมือง และคู่รัก LGBTQ+ นอกจากนี้ราคาที่ดินยังพุ่งสูงขึ้น รวมถึงความต้องการเข้าถึงแหล่งงานและสิ่งอำนวยความสะดวก ทำให้หลายคนตัดสินใจอาศัยอยู่ในคอนโดจนถึงวัยทำงานตอนปลาย และก้าวเข้าสู่วัยชรา แม้ว่าหลายคนจะติดภาพวัยเกษียณใช้เวลาในบ้าน แต่การอาศัยในแนวตั้งก็มีผลดีไม่น้อยสำหรับผู้สูงอายุ ไล่เรียงมาตั้งแต่ความสะดวกในการทำความสะอาด ไม่จำเป็นต้องทำงานบ้านนอกจากห้องของตัวเอง, ลดโอกาสการเกิดอาการบาดเจ็บ เนื่องจากห้องนอนส่วนใหญ่ มีลักษณะราบระนาบเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องขึ้นลงบันได แถมยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยสอดส่องมีนิติบุคคลคอยอำนวยความสะดวก หากเกิดความชำรุดของอุปกรณ์ภายในห้อง โดยไม่ต้องออกแรงซ่อมเอง รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งฟิตเนส สระว่ายน้ำ ร้านสะดวกซื้อ และร้านซักรีดที่เข้าถึงได้ง่าย ปัจจุบันมีคอนโดจำนวนหนึ่งที่หันมาเจาะตลาดผู้สูงอายุ หลังจากเห็นเทรนด์โครงสร้างประชากรที่ประเทศไทยจะขยับเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ หรือมีผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีคิดเป็น 20% ของประชากรทั้งหมดในประเทศในปีพ.ศ.2564 และตัวเลขจะขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเดอ ซองเต้ ประชาอุทิศ-พระราม 3, สวางคนิเวศ จ.สมุทรปราการ, ซีเนียร์ คอมเพล็กซ์ จ.สมุทรปราการ, วิลลา มีสุข เรสซิเดนท์เซส จ.เชียงใหม่ และกมลา ซีเนียร์ ลิฟวิ่ง จ.ภูเก็ต ฯลฯ เรียกได้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยแนวตั้งของผู้สูงอายุถือเป็นโอกาสสำหรับนักพัฒนาในอนาคต The Urbanis […]

ต่อจิกซอว์หาคำตอบเรื่องสถาปนิก เมือง และการสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคม กับคุณณัฐพงษ์ จารุวรรณพงศ์

08/09/2020

บางช่วงบางตอนของชีวิตคนเราคงคล้ายกับบทละครที่โลดแล่น หลายคนพยายามหาคำตอบบางอย่างในชีวิต เหมือนอย่างคุณณัฐพงษ์ จารุวรรณพงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์การออกแบบเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเอง โดยเกริ่นไว้ตอนเริ่มต้นของบทสนทนาว่า “สารภาพว่าตอนเรียนจบไม่ได้รู้เรื่องที่ตอนนี้รู้ ก็ค่อยๆ ลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ ผมก็ลองผิดมากกว่าลองถูก” “สารภาพว่าตอนเรียนจบไม่ได้รู้เรื่องที่ตอนนี้รู้ ก็ค่อยๆ ลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ ผมก็ลองผิดมากกว่าลองถูก” คุณณัฐพงษ์ จารุวรรณพงศ์ ผ่านทั้งบทบาทการเป็นบัณฑิตจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาปนิกไฟแรงในช่วงเริ่มต้นของวัยทำงาน การไปเรียนต่อการวางผังเมืองเชิงนิเวศ (urban ecological planning) ที่ประเทศนอร์เวย์ และกลับมาหยิบจับงานอีกหลากหลายด้านกระทั่งมีบทบาทในการผลักดันพรบ. ส่งเสริมวิสาหกิจแห่งชาติในปีพ.ศ. 2562 จนมาถึงปัจจุบันในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์การออกแบบเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การทำงานหลากหลายวงการที่ผ่านมาเป็นดั่งเส้นทางที่ช่วยให้เขาต่อจิ๊กซอว์ค้นหาคำตอบว่าการทำงานสถาปนิกจะเปลี่ยนแปลงสังคมได้อย่างไร? องค์ที่ 1 สถาปนิก เมือง และการสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคม ความสามารถในการออกแบบ + PERSPECTIVE + ลูกค้าดีมีวิสัยทัศน์ = การเปลี่ยนแปลงทางสังคม คือสมการที่คุณณัฐพงษ์เชื่อมั่นในตอนแรกว่าจะเป็นคำตอบของสิ่งที่เขาตามหา “เริ่มต้นชีวิตด้วยสถาปนิก ผมเหมือนกับทุกคนเลยผมก็เข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงสังคมก็คือใช้ความรู้ที่เราเรียนมา ตอนจบผมก็พุ่งเข้าไปสู่บริษัทใหญ่อยากทำโปรเจกต์ใหญ่ ตอนผมจบมีโครงการ Bangkok Terminal Project (1997) ตรงหมอชิตเก่า ตอนนั้นเศรษฐกิจมันบูมมาก ผมได้ทำทุกอย่างที่อยากทำในขณะที่เพิ่งจบปริญญาตรี […]

5 เคล็ดลับการประกอบธุรกิจด้วยหัวใจของสถาปนิกผังเมือง

27/08/2020

จะมีสักกี่คนที่กล้าตัดสินใจเปิดบริษัทของตัวเองทั้งที่อายุยังน้อย ไม่ได้มีความพร้อมมากนัก และประสบความสำเร็จ หนึ่งในนั้นคือคุณพงษ์พิพัฒน์ ช้างพันธ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เออร์เบิ้น สเปซ จำกัดที่กล้าแผ้วถางทางสถาปนิกผังเมืองด้วยตัวเอง คุณพงษ์พิพัฒน์ ช้างพันธ์ บอกเล่าถึงประสบการณ์การทำงานผังเมืองของตัวเอง โดยเล่าให้ฟังว่าแรงบันดาลใจแรกๆ ที่ทำให้สนใจเกี่ยวกับสถาปนิกเกิดจากความชื่นชอบแปลนเมือง ผังหมู่บ้านที่ปรากฏอยู่ในหน้าปกหนังสือเรียนภาษาไทย หลังจากนั้นความชอบก็พัฒนามาเรื่อยๆ จนตัดสินเลือกเรียนปริญญาตรี คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยรังสิต โดยเข้าเรียนในปีพ.ศ. 2540 ช่วงเวลานั้นคณะสถาปัตยกรรมยังเป็นคณะยอดนิยมที่ติด 1 ใน 5 อันดับ สายงานอสังหาริมทรัพย์รุ่งเรือง หลังจบการศึกษาในปีพ.ศ.2545 เพียงไม่นานจึงเริ่มศึกษาต่อปริญญาโทเกี่ยวกับการวางผังเมือง มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยได้เรียนรู้จากอาจารย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญมากมาย หนึ่งในอาจารย์ที่เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต คือคุณกำธร กุลชล ผู้เขียนหนังสือ “การออกแบบชุมชนเมืองคืออะไร” เมื่อได้ทำงานสักพัก ด้วยความที่โตมากับยุคเพลง Alternative สร้างความรู้สึกของการเป็นผู้ประกอบการ ในช่วงอายุ 28 ปีจึงเริ่มต้นเปิดบริษัทของตัวเองเริ่มแรกในชื่อ ออกแบบท้องถิ่น จนเปลี่ยนชื่อมาเป็นบริษัท เออร์เบิ้น สเปซ จำกัดในปัจจุบัน เส้นทางการเป็นผู้ประกอบธุรกิจด้วยตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย ผ่านทั้งความสมหวังและผิดหวัง และนี่คือ 5 เคล็ดลับการประกอบธุรกิจ 1.ไขว้คว้าทุกโอกาส ในช่วงแรกคุณพงษ์พิพัฒน์ยังไม่ได้มีงานเข้ามามากนักจึงเข้าร่วมการแข่งขันโครงการประกวดแนวคิด […]

ทรงจำในย่านกะดีจีน-คลองสานของวีรพร นิติประภา

25/08/2020

ผมสีดอกเดา ชุดดำ และปากแดง เอกลักษณ์ของวีรพร นิติประภา นักเขียนหญิงดับเบิ้ลซีไรต์ จากนิยาย ‘ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต’ ในปีพ.ศ. 2558 และเรื่อง ‘พุทธศักราชอัสดงกับทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ’ ในปีพ.ศ. 2561 ในผลงานเรื่องหลังเธอบอกเล่าเรื่องราวของชาวจีนโพ้นทะเลบนแผ่นดินสยามที่ต้องดิ้นรน ขยับขยายสถานะผ่านความไม่แน่นอนทั้งทางการเมือง และวัฒนธรรม ซึ่งกว่าจะทำคลอดผลงานชิ้นนี้ เธอเดินย่ำพื้นที่ชุมชนย่านเก่าที่มีประวัติอันยาวนานจนผูกพันและนำไปสู่บทบาทการเป็นที่ปรึกษาฝ่ายศิลปวัฒนธรรมให้กับเทศกาลศิลป์ในซอยครั้งที่ 6 ‘กะดีจีน-คลองสาน ย่านรมณีย์ วิถีเจ้าพระยาในพยับแสง-สี-ศิลป์’ หนึ่งในโปรเจ็กต์ที่ช่วยอนุรักษ์และคืนชีวิตชีวาแก่ชุมชน แสงแดดเริ่มแยงตา เวลาเริ่มสาย เธอใช้เวลาวันอังคารวันหนึ่งในการบอกเล่า“ความงดงามของย่านกะดีจีนคลองสาน” ที่เคยพานพบ ในห้องเรียนวิชาสตูดิโอวางผังชุมชน (NEIGHBORHOOD PLANNING STUDIO) ของนิสิตชั้นปีที่ 4 ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนี่คือ ทรงจำในย่านกะดีจีน-คลองสานของวีรพร นิติประภา เมืองฉากหลังของนิยายสำคัญกับเนื้อเรื่องอย่างไร “เวลาเราเขียนนิยายเราไม่ได้ทำอะไร เราแค่ visualize คอนเซปต์ขึ้นมา เพราฉะนั้นพี่ถึงบอกว่าเราต้องมาเดินตามย่าน ตอนที่ทำเรื่องไส้เดือนตาบอดในเขาวงกตก็ต้องไปที่แม่น้ำนครชัยศรี ตอนที่มาย่าน มาเพื่อที่เราจะ shape ตัวละครมากกว่า ถ้าคุณไม่ไปเดินคุณจะนึกไม่ออกเลยว่าเขาอยู่กันยังไง ห้าโมงเย็นบานเฟี้ยมไล่ปิด อันนี้คือซีนที่อยู่ในหนังสือ เรามีความรู้สึกว่าทุกอย่างมันสงบลง สี่ห้าโมงเย็นร้านใครร้านมันปิด ละแวกก็จะเงียบ ก็จะมีเด็กวิ่งเล่นนิดหน่อย เราก็ต้องจินตนาการเอา […]

ACROS Fukuoka เมื่อเมืองกับป่าเป็นหนึ่งเดียวกันไม่ใช่เรื่องใหม่

19/08/2020

ด้วยเทรนด์รักโลกในปัจจุบันทำให้ตึกรามบ้านช่องนำเอาการปลูกป่าแนวตั้งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ อาคารหลายแห่งเริ่มแซมไปด้วยสีเขียวครึ้มของต้นไม้ใบหญ้า ทั้งจากทางระเบียงตึกหรือบนดาดฟ้า แต่ใครจะรู้ว่า ACROS Fukuoka หรือที่ชาวเมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น รู้จักกันในชื่อ Step Garden จะนำสมัยมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1995 ACROS Fukuoka (Asian Cross-Road Over the Sea – Fukuoka) เป็นอาคาร 14 ชั้นที่สามารถมองได้ทั้งสองด้าน ด้านแรกคล้ายจะเป็นอาคารปกติธรรมดา แต่เมื่อหันมองอีกด้านกลับเป็นตึกขั้นบันไดขนาดใหญ่ที่ปกคลุมด้วยต้นไม้สีเขียว ภายใต้แนวคิด “ตึกกลางเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” โดยอาคารสุดโดดเด่นนี้ถูกออกแบบโดย Emilio Ambasz & Associates ภายในประกอบด้วยร้านค้าชั้นนำและร้านขายสินค้าทำมือ งานศิลปะไอเดียเก๋ ร้านอาหาร และคาเฟ่ ที่สำคัญคือยังเป็นแหล่งรวมกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าเป็นแกลลอรี่, Fukuoka Symphony Hall, สถานที่จัดประชุม International Conference Hall, Cultural Information Center และยังเป็นสถานที่จัดแสดงดนตรีจากทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงนิทรรศการ งานอีเวนท์อยู่เป็นประจำ ตามนโยบายในการเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนด้านศิลปะ วัฒนธรรมของเอเชียสู่สากล […]

โบกมือลารถรา Net City ออกแบบเมืองใหม่ในเซินเจิ้นให้คนเดินถนนเป็นศูนย์กลาง

07/08/2020

“โอ้โฮ นี่หรือบางกอกผิดกับบ้านนอกตั้งหลายศอก หลายวารถราแล่นกันวุ่นวายมากกว่าฝูงควายฝูงวัวบ้านนา” เพลงโอ้โฮบางกอกเป็นอีกหนึ่งเพลงที่สะท้อนอิทธิพลของรถยนต์ในเมืองกรุงได้เป็นอย่างดี ในอดีตรถหรือถนนอาจจะเป็นหลักฐานของความเจริญที่เข้ามาถึง แต่ปัจจุบันและอนาคตอาจไม่ใช่อีกต่อไป หลายประเทศเริ่มออกแบบให้เมืองปราศจากถนนขนาดใหญ่ จำกัดจำนวนรถยนต์ด้วยเหตุผลทั้งทางสิ่งแวดล้อม และเหตุผลเรื่องการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ เหมือนอย่าง Net City เมืองที่จะเกิดขึ้นใหม่ในเซินเจิ้นที่ออกแบบให้คนเดินถนนและนักปั่นจักรยานเป็นศูนย์กลางของเมือง เนื้อที่กว่า 2 ล้านตารางเมตร ส่วนหนึ่งของเมืองเซินเจิ้น หนึ่งในมหานครชื่อดังของโลกถูกออกแบบมาเพื่อเป็นทั้งที่ตั้งสำนักงานของ Tencent บริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ในจีน ผู้อยู่เบื้องหลังแอปพลิเคชัน Wechat และบริการรับ-ส่งข้อความทางอินเทอร์เน็ตอย่าง QQ รวมไปถึงออกแบบให้มีที่พักอาศัย ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ เพื่อรองรับคนกว่า 80,000 คน โดยปกติในหลายเมืองใหญ่ พื้นที่มากกว่าครึ่งจะถูกใช้ไปกับถนนและลานจอดรถยนต์ แต่โจนาธาน วาร์ด พาร์ตเนอร์ผู้ออกแบบจาก NBBJ บริษัทที่ชนะการแข่งขันบอกเล่าว่าเมืองใหม่ที่จะเกิดขึ้นพื้นที่ส่วนใหญ่จะถูกใช้เป็นพื้นที่สำหรับคนเดินเท้า คนปั่นจักรยาน เต็มไปด้วยสวนสาธารณะ พื้นที่สีเขียวที่คนสามารถเข้าถึงธรรมชาติได้ง่ายขึ้น และยังเป็นแก้มลิงเพื่อกักเก็บน้ำในช่วงมรสุม  สำหรับคอนเซปต์พื้นฐานการจำกัดการจราจรในท้องถนนที่จะหยิบมาใช้ในการออกแบบนั้นคล้ายกับซูเปอร์บล็อกในเมืองบาร์เซโลนา “ถ้าคุณแยกส่วนมันจะมองเป็น 6 บล็อก แต่ละบล็อกจะล้อมไปด้วยถนนใหญ่อย่างที่คุณจะเห็นเป็นปกติในเซินเจิ้น แต่พวกเราจะรวมทั้ง 6 บล็อกเข้าด้วยกันเพื่อให้มีพื้นที่ถนนใหญ่เฉพาะรอบนอก ส่วนถนนด้านในจะเปลี่ยนเป็นถนนคนเดินแทน” วาร์ดบอกเล่าว่าตึกยังคงสามารถเขาถึงโดยรถยนต์ในรอบนอก ส่วนที่จอดรถจะอยู่ใต้ใต้ดิน ทำให้การขับรถไม่จำเป็นอีกต่อไป  เพื่อที่จะสร้างพื้นที่ใหม่แห่งนวัตกรรมและพื้นที่แห่งความสุขเพื่อใช้ชีวิตและทำงาน “สิ่งหนึ่งที่จะต้องจำกัดคือจำนวนของรถยนต์” […]

เมื่อ Apple Store ขยับจากร้านค้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ศูนย์กลางเมือง

03/08/2020

เปิดตัวไปแล้วสำหรับแอปเปิ้ลสโตร์ สาขาที่สองในเมืองไทยหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ ต่อจากสาขาแรกที่ไอคอนสยามที่เปิดตัวในปี พ.ศ.2561 แต่สิ่งที่ทำให้สาวกใจเต้นเป็นพิเศษจนคิวเข้ารับชมเต็มในวันแรกๆ คือสาขานี้เป็นหน้าร้านที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ได้รับการออกแบบโดดเด่นด้วยไอเดีย “Tree Canopy” สรรสร้างพื้นที่ให้มีรูปแบบเหมือนแกนลำต้นของต้นไม้ขนาดใหญ่ และโลเกชั่นใหม่ใจกลางกรุงเทพ โดยแอปเปิ้ลเปิดเผยว่าสาขานี้จะเป็น “สี่แยกแห่งความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ” สอดคล้องกับแนวคิดของแอปเปิ้ลที่ต้องการสร้างทาวน์สแควร์ พื้นที่สาธารณะที่ช่วยแบ่งปันประสบการณ์ให้กับผู้คน “เดิมทีเหตุผลที่ร้านค้าของแอปเปิ้ลถูกสร้างขึ้นมาก็เพื่อเสริมสร้างการใช้ชีวิต” Angela Ahrendts “เดิมทีเหตุผลที่ร้านค้าของแอปเปิ้ลถูกสร้างขึ้นมาก็เพื่อเสริมสร้างการใช้ชีวิต” Angela Ahrendts รองประธานอาวุโสฝ่ายค้าปลีกของแอปเปิ้ลเปิดเผยแนวคิดเริ่มแรกของแอปเปิ้ลสโตร์ เธอได้เข้ามามีส่วนดูแลให้มีความเป็นพื้นที่สาธารณะให้คนได้มามีปฏิสัมพันธ์มากยิ่งขึ้น สร้างทาวน์สแควร์ในรูปแบบ Multi-use destinations ดึงคนจากหลากหลายความสนใจเข้ามาในพื้นที่ เป็นศูนย์รวมกิจกรรม ตั้งแต่ช้อปปิ้ง ไปจนถึงพักผ่อนหย่อนใจ โดยบอกเล่าเพิ่มเติมว่า แอปเปิ้ลจะตัดสินความสำเร็จของร้านค้าใหม่ในแบบที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับยอดขาย แต่ขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่เดินเข้ามาใช้บริการ และเวลาที่พวกเขาใช้ไปกับสถานที่นี้ แอปเปิ้ลสโตร์ สาขา Union Square ในซานฟรานซิสโกที่เปิดเมื่อปี พ.ศ.2559 ออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกชื่อดัง Foster+Partners เป็นหนึ่งในตัวอย่างชั้นดี โดยเป็นสาขาแรกที่ออกแบบให้ตรงกับความเป็นทาวน์สแควร์ ตัวสถานที่ตั้งอยู่ตรงข้ามจัตุรัสสำคัญใจกลางเมือง ออกแบบให้กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมของชุมชน โดยมีสนามสีเขียวด้านหลัง พร้อมฟรีไวไฟ ให้คนได้เข้ามาพักผ่อนหย่อนใจ ทำกิจกรรมร่วมกัน นอกจากนี้ยังมี Genius Grove พื้นที่รายล้อมด้วยต้นไม้ที่มีสินค้าของแอปเปิ้ลวางเรียงราย พร้อมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือ […]