รู้จักกับ Urban Forestry เมื่อต้นไม้บนตึกในเมือง คืออนาคตของโลกใบนี้

วันก่อนเพิ่งเคยได้ยินคนพูดว่า “ปลูกต้นไม้สะเทือนถึงดวงดาว” เพื่อกล่าวถึงผลงานของยอดสถาปนิกและนักวางผังเมืองชาวอิตาลี สเตฟาโน โบเอรี ผู้มีโครงการปลูกต้นไม้นับพันต้นบนอาคารหลายแห่งทั่วโลก มีเป้าหมายพิทักษ์ดาวดวงหนึ่งที่กำลังร้อนระอุเกินกว่าจะเยียวยา 

สเตฟาโน โบเอรี เดินทางมาเยือนกรุงเทพฯ เพื่อเป็นวิทยากรในงานสภาสถาปนิก 62 บนเวทีเขามีความเห็นต่อความท้าทายที่เกิดขึ้นกับเมืองภายใต้วิกฤตด้านภูมิอากาศว่า ไม่มีใครเป็นฮีโรกู้โลกได้ นอกจากพวกเราด้วยกันเอง การสร้างพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกต้นไม้และคืนผืนป่าเป็นภารกิจที่ทุกคนต้องช่วยและรอไม่ได้ ความพยายามของโบเอรีที่ทำมาจริงจังและเนิ่นนานนี่เอง ทำให้ชื่อของเขาได้รับความสนใจในวงการสถาปนิกและการออกแบบเมืองทั่วโลก ในนามโครงการ Urban Forestry 

Urban Forestry คืออะไร 

ศูนย์วิจัยนโยบายด้านเศรษฐกิจสีเขียว มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แปล Urban Forestry เป็นคำไทยว่า การป่าไม้ในเมือง มีความหมายกว้างกว่าพื้นที่สีเขียว แต่ว่าด้วยการจัดการต้นไม้ในเมืองอย่างเป็นระบบ คำนึงถึงปัจจัยด้านสังคมและคุณภาพชีวิตประชากรในเขตเมือง บทบาทของการป่าไม้เมืองพัฒนาแล้วจะคำนึงถึงประโยชน์ด้านการยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อม เช่น ควบคุมมลพิษทางอากาศ เสียง และลดก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ด้านทัศนียภาพและเป็นพื้นที่นันทนาการ 

Bosco Verticale ตัวอย่างของโครงการ Urban Forestry แห่งแรกโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียนที่เรากำลังเอ่ยถึง เป็นโครงการที่พักอาศัยขนาดสูง 2 อาคาร ของเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ที่ปลูกต้นไม้บนอาคารสูง 76 และ 100 เมตร รวมมากกว่า 900 ต้น ไม่รวมถึงพืชขนาดเล็กและไม้พุ่มอีกกว่า 20,000 ต้น ย้อนไปเมื่อปี 2015 โครงการแห่งนี้ถือเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นในการออกแบบอาคาร ได้รับรางวัล อาคารสูงที่ดีที่สุดในโลก จาก The Council on Tall Buildings and Urban Habitat

โครงการ Milan Bosco Verticale
ขอบคุณภาพจาก Stefano Boeri Architetti

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าโครงการ Urban Forestry โดยโบเอรีกระจายไปทั่วโลก เช่น ในเมืองหนานจิง ประเทศจีน ที่มีแผนก่อสร้างอาคารเขียวสูงกว่าอาคารแม่ที่มิลานเสียอีก ต้นไม้กว่า 1,100 ต้น 23 สายพันธุ์ท้องถิ่น จะปกคลุมอาคารที่จะเป็นโรงแรมหรู, สำนักงาน, ศูนย์ประชุม, พิพิธภัณฑ์ ฯลฯ และปลูกไว้เพื่อเผชิญปัญหาใหญ่ของเมืองในประเทศจีนอย่างมลภาวะทางอากาศ โดยคาดว่าจะดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 25 ตันต่อปี และผลิตก๊าซออกซิเจนประมาณ 60 กิโลกรัมต่อวัน

อันที่จริง ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 25 ตันต่อปี เทียบได้กับปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์จากท่อไอเสียรถยนต์เพียง 5 คันเท่านั้น จะกล่าวว่าแทบไม่ก่อความเปลี่ยนแปลงให้กับเมืองในจีน ที่ได้ชื่อว่ามีปัญหามลพิษในอากาศสูงในระดับ “เรด อะเลิร์ต” ก็คงไม่ผิดนัก ทั้งนี้ โบเอรีเห็นด้วยกับการเปรียบเปรยดังกล่าวดังที่เขาเคยให้สัมภาษณ์เดอะการ์เดียน หากอีกด้าน เขามองไปไกลกว่านั้นว่า โครงการของเขาจะเป็นโมเดลอาคารสีเขียวที่จะถูก “คัดลอก” และ “วาง” โดยคนอื่นๆ ทั่วทุกมุมเมือง

โครงการในหนานจิง ประเทศจีน
ขอบคุณภาพจาก Stefano Boeri Architetti

ภาวะโลกร้อน สู่ ภาวะคนล้นเมือง

ดังที่ทราบกันว่าศตวรรษที่เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในขณะนี้ ถูกเรียกว่าเป็น “ศตวรรษเมือง” กล่าวคือ ในปี 2030 ประชากรกว่าร้อยละ 60 ของโลกจะอาศัยในเขตเมือง และทรัพยากรโลกกว่า 3 ใน 4 จะถูกบริโภคโดยเมือง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้น เพื่อตั้งรับกับความท้าทายที่จะเกิดขึ้นจากแนวโน้มดังกล่าว เมืองจำเป็นต้องมีแผนการอันเป็นรูปธรรมก่อนที่จะสายเกินไป 

Urban Forestry ของโบเอรีนอกจากจะคำนึงถึงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน ก๊าซเรือนกระจก กระทั่งการละลายของภูเขาน้ำแข็งและความหลากหลายทางชีวภาพที่ลดน้อยลง แต่ยังโฟกัสไปที่ “อาคารแนวตั้ง” ที่จะช่วยลดการกระจายตัวของเนื้อเมืองและการสูญเสียทรัพยากรป่าไม้ ดังเช่น โครงการเคหะสถานในราคาเข้าถึงได้ (affordable housing) อย่าง Trudo Verticle Foresประเทศเนเธอร์แลนด์ โครงการที่อยู่อาศัย 19 ชั้น สำหรับครอบครัวที่มีรายได้ต่ำ

โครงการ Trudo Verticle Forest ประเทศเนเธอร์แลนด์
ขอบคุณภาพจาก Stefano Boeri Architetti

Urban Forestry กับเมืองกำลังพัฒนา 

ต่อเนื่องในประเด็นการกลายเป็นเมือง (Urbanization) จากย่อหน้าบน เมืองในทวีปเอเชียและทวีปแอฟริกา ทวีปที่เต็มไปด้วยเมืองยากจนและเมืองกำลังพัฒนา ถูกคาดการณ์ให้ได้รับผลกระทบจากภาวะการณ์ดังกล่าวสูงที่สุด 

เราจะพูดถึงเมืองกำลังพัฒนาใน ประเทศอียิปต์ ทวีปแอฟริกา 

ขณะนี้ รัฐบาลอียิปต์อยู่ระหว่างดำเนินการสร้างเมืองศูนย์กลางราชการ โดยย้ายจากกรุงไคโรไปยังทะเลทราย ห่างจากกรุงไคโรไปทางทิศตะวันออกราว 50  กิโลเมตร โครงการย้ายเมืองราชการสืบเนื่องจากปัญหาความแออัดของกรุงไคโร ตลอดจนสภาพการจราจรติดขัดและมลภาวะทางอากาศ

โครงการสร้างเมืองใหม่เป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพอียิปต์กับกรมการเคหะแห่งชาติ ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “ไคโรที่เขียวกว่า” (Greener Cairo) นำร่องด้วยโครงการอาคารลูกเต๋า 3 หลังที่จะปลูกต้นไม้ 350 ต้นกับอีกนับหมื่นไม้พุ่ม 100 สายพันธุ์ และแน่นอนนี่คือผลงานของโบเอรีเช่นกัน ไม่เพียงต้องการแก้ไขปัญหาประชากรขาดแคลนที่อยู่อาศัย แต่ยังมองไกลให้เมืองใหม่เป็นฐานกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และกระตุ้นความหลากหลายทางชีวภาพด้วยหลังคาเขียวทั้งเมือง

โครงการในอียิปต์
ขอบคุณภาพจาก Stefano Boeri Architetti
มาสเตอร์แปลนของโครงการ Greener Cairo
ขอบคุณภาพจาก Stefano Boeri Architetti

ย้อนมองกรุงเทพฯ ช่างยากเหลือเกินกับการหาพื้นที่ใหญ่ๆ สักแปลง เนรมิตเป็นสวนสาธารณะสำหรับดูดซับก๊าซเรือนกระจกเพื่อจะเอาชนะวิกฤตโลกร้อน ข้อคิดจากผลงานของโบเอรีในหลายเมืองทั่วโลก ไม่เพียงชวนให้คิดว่า อาคารสูงเป็นทางเลือกในการเผชิญความท้าทายทางสภาวะภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังชวนให้เราสำรวจโครงสร้างทิ้งร้างหรือพื้นที่ที่ยังใช้ประโยชน์ไม่เต็มศักยภาพของเมือง  

หรือกระทั่งเหลือบมองพื้นที่ว่างหน้าบ้าน ริมระเบียง หรือบนดาดฟ้า และจินตนาการว่าหากโครงสร้างทิ้งร้าง พื้นที่ใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ และพื้นที่เพียงเล็กน้อยในปริมณฑลส่วนตัว ได้รับการเชื่อมร้อยต่อกัน ป่าผืนใหญ่อาจเกิดขึ้นในเมืองได้ไม่ยาก หากทุกภาคส่วนเห็นประโยชน์ร่วมกันและตระหนักว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมและวิกฤตโลกร้อนส่งสัญญาณ “ไซเรน” ในทุกวินาทีนับจากนี้ 

ดังที่สถาปนิกผู้ยึดมั่นในแนวคิด Urban Forestry ได้กล่าวไว้เมื่อเยือนกรุงเทพฯว่า 

Let’s plant together. Everywhere. Everyone. Immediately
เราต้องช่วยกันปลูกต้นไม้ ทุกที่ ทุกคน และเราต้องทำเดี๋ยวนี้ด้วย

อ้างอิง
– 
Stefano Boeriar Chitetti Website
China is about to get its first vertical forest, World Economic Forum
Stefano Boeri Proposes Vertical Forests for Cairo, Arch Daily
Stefano Boeri unveils vertical forest apartment blocks for Egypt’s new capital, Dezeen
การทบทวนแนวคิดป่าไม้ในเมือง (URBAN FOREST), คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

Copyright © 2019. All rights reserved.

 

About Us | Advertise | Site Map | Contact

Powered by Magazine Builder
Bitnami