20/02/2026
Environment
ออกแบบย่านอยู่ดี เมืองร้อยเอ็ด: เสียงชุมชนสู่ผังยุทธศาสตร์สุขภาวะเมือง
The Urbanis
จากบทความครั้งก่อน “ไขโจทย์สุขภาวะเมืองร้อยเอ็ด: รากฐานสู่การสร้างย่านอยู่ดี” The Urbanis ได้พาผู้อ่านทำความเข้าใจถึงรากฐานสภาพแวดล้อมของเมือง และพฤติกรรมทางสุขภาวะของชาวเมืองร้อยเอ็ดไปแล้ว
ในบทความนี้ The Urbanis ขอชวนผู้อ่านมาสำรวจศักยภาพและความต้องการของชาวเมืองร้อยเอ็ด สู่ข้อเสนอการสร้างย่านอยู่ดีอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการรับฟังเสียงชาวเมืองจากกระบวนการออกแบบอย่างมีส่วนร่วมที่สะท้อนศักยภาพ ปัญหา และความต้องการของทุกภาคส่วน ต่อยอดสู่การพัฒนาผังยุทธศาสตร์เพื่อเป็นกรอบในการขับเคลื่อน “ย่านอยู่ดี เมืองร้อยเอ็ด” ทั้งในเชิงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทางกายภาพและการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาวะของชาวเมือง
ศักยภาพและปัญหาของเมือง
เมืองเก่าร้อยเอ็ดมีต้นทุนที่เข้มแข็งจากการมีนโยบายการพัฒนาที่ต่อเนื่อง ทำให้เมืองมีประสทธิภาพในการบริหารจัดการพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน ครอบคลุม 6 พื้นที่ศักยภาพ ได้แก่ 1) พื้นที่แหล่งน้ำ จากบึงพลาญชัยและคูเมืองโดยรอบ 2) พื้นที่สีเขียว ใจกลางเมืองเปรียบเสมือนปอดของเมือง 3) พื้นที่วัฒนธรรม ที่ร่วมสมัย มีหอโหวดเป็นแลนด์มาร์คและวัดสำคัญหลายแห่ง 4) พื้นที่ราชการ เป็นศูนย์กลางบริการและสถานศึกษา 5) พื้นที่ถนน ที่เชื่อมโยงเป็นโครงข่ายอย่างครอบคลุม และ 6) พื้นที่รอการพัฒนา ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ซึ่งสามารถต่อยอดได้ในอนาคต
ส่วนด้านปัญหาและจุดอ่อนนั้น เมืองร้อยเอ็ดยังประสบปัญหาระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่ครอบคลุม และมี ปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งระบบจัดการน้ำเสียรอบบึงพลาญชัยที่ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากจากระบบระบายน้ำที่ไม่สมบูรณ์ รวมถึงการขาดจุดทิ้งขยะที่ชัดเจนจนเกิดปัญหาขยะตกค้างในแหล่งชุมชน

จากความต้องการของชาวเมือง สู่ยุทธศาสตร์ 4 ด้าน
หลักจากที่เข้าใจถึงศักยภาพและปัญหาของพื้นที่แล้วนั้น ชาวร้อยเอ็ดได้ร่วมเสนอแนวทางและความต้องการผ่านกระบวนการออกแบบอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งสามารถสรุปเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองร้อยเอ็ดสู่การเป็นย่านอยู่ดี ผ่านการยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของเมือง ด้วยเสาหลักสำคัญ 4 ยุทธศาสตร์ คือ ส่งเสริมการเชื่อมโยงบริการสาธารณะ ส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่สีเขียวเพื่อสุขภาวะเมือง การบูรณาการด้านวัฒนธรรมและกิจกรรมเมือง พร้อมทั้งเชื่อมโยงเศรษฐกิจการค้ากับการท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน

สู่ 4 แผนงาน 23 โครงการ
ยุทธศาสตร์ทั้ง 4 ด้าน สะท้อนความคิดเห็นและความต้องการของชาวเมือง สามารถถ่ายทอดสู่แผนงานการพัฒนาพื้นที่ 4 แผนงานหลัก รวมทั้งสิ้น 23 โครงการ ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่คูเมืองและพื้นที่วัด ที่ถือเป็นต้นทุนทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเดิมให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตและสร้างเสริมสุขภาวะที่ดี รวมถึงการปรับปรุงกายภาพของเมืองให้เอื้อต่อการเชื่อมโยงถึงกันด้วยโครงข่ายการเดินเท้าที่สะดวกและปลอดภัย ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
การเชื่อมต่อที่ครอบคลุม และโครงสร้างพื้นฐานที่ทั่วถึง
ด้านคมนาคมและการเชื่อมต่อ มุ่งเน้นการปรับปรุงระบบการสัญจรให้คล่องตัวและหลากหลาย ประกอบด้วยการพัฒนาถนนรอบคูเมืองให้สมบูรณ์ การจัดระเบียบทางเดินรถและพื้นที่จอดรถ รวมถึงการเพิ่มทางเลือกใหม่ด้วยการพัฒนาเส้นทางสัญจรและท่องเที่ยวทางน้ำ
ส่วนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เน้นการพัฒนาทางเท้าและเส้นทางเพื่อสุขภาพ เช่น การปรับปรุงทางเท้าเลียบคลองคูเมืองและโครงข่ายเส้นทางวิ่งออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังมีโครงการเพิ่มพื้นที่พักผ่อนสำหรับผู้สูงอายุ การฟื้นฟูที่อยู่อาศัยให้เป็นระเบียบ และการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสียในคลองคูเมือง

สิ่งแวดล้อมที่รื่นรมย์ และการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน
ด้านสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวสาธารณะในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น บริเวณวัดสระแก้ว พื้นที่สถานีตำรวจ และบริเวณวัดบูรพาภิราม รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ริมคลองกุดขวางและคูเมืองให้เป็นสวนสุขภาพที่สอดแทรกงานศิลปะ (Street Arts) และสร้างเส้นทางที่ร่มรื่นเพื่อส่งเสริมการเดินและปั่นจักรยาน
ส่วนด้านการท่องเที่ยว มุ่งเน้นการอนุรักษ์และสร้างมูลค่าเพิ่มจากทุนทางวัฒนธรรม เช่น การอนุรักษ์ย่านเมืองเก่าบริเวณวัดราษฎร์ศิริ การพัฒนาวัดให้เป็นแหล่งเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์และพื้นที่กลางในการทำงานร่วมกัน พร้อมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนผ่านการขยายตลาดเทศบาล พัฒนาตลาดน้ำ และศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP บริเวณหอโหวด

พื้นที่สุขภาวะที่ตอบ 6 หลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต
ยุทธศาสตร์การพัฒนา “ย่านอยู่ดี เมืองร้อยเอ็ด” สามารถยกระดับให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วยการบูรณาการหลัก เวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) เข้ามาเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบพื้นที่ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อพฤติกรรมสุขภาพที่ดีในทุกมิติ ประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐาน 6 ประการ คือ พื้นที่ส่งเสริมกิจกรรมขยับกาย การจัดการความเครียดผ่านพื้นที่สีเขียว การส่งเสริมโภชนาการที่ดีจากฐานราก สังคมที่เกื้อกูลและมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวก สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพักผ่อน และย่านปลอดภัยไร้สารเสี่ยง

ข้อเสนอเชิงพื้นที่และกิจกรรมเพื่อสุขภาวะ
เพื่อพัฒนา “ย่านอยู่ดี เมืองร้อยเอ็ด” ที่สมบูรณ์ โดยบูรณาการหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต ผ่านข้อเสนอของชาวร้อยเอ็ด ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่กับการส่งเสริมกิจกรรมควบคู่กัน เพราะเชื่อว่า พื้นที่ที่มีคุณภาพย่อมส่งเสริมให้เกิดการพฤติกรรมสุขภาวะ สามารถสรุปได้ดังนี้
นอนเพียง พอกินอาหารที่ดี เน้นการปรับปรุงพื้นที่สำคัญเพื่อส่งเสริมการกินอาหารที่ดีและการนอนหลับที่เพียงพอ เช่น การเพิ่มเมนูชูสุขภาพและร้านอาหารที่ปลอดภัยในย่านการค้า การพัฒนาข้าวหอมมะลิเป็นเครื่องดื่ม O-TOP พร้อมจัดการพื้นที่ตลาดให้มีระเบียบและปลอดภัย ควบคู่กับการกวดขันสุขอนามัยของผู้ประกอบการร้านอาหารเป็นประจำเพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืนของคนในชุมชน รวมถึงการกำกับดูแลและควบคุมเสียงรบกวนยามค่ำคืนเพื่อให้เหมาะแก่การพักผ่อน
จัดการความเครียด ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในชุมชนที่แออัดและสวนสาธารณะให้ร่มรื่นปลอดภัย และเป็นพื้นที่บำบัดจิตใจของชุมชน นอกจากนี้ยังเสนอให้ใช้พื้นที่สำคัญใน้มือง เช่น หอโหวด สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมศิลปะ ดนตรี กีฬา และมีโรงพยาบาลเป็นจุดให้บริการคำปรึกษาด้านสุขภาพจิต เพื่อสร้างเมืองที่เอื้อต่อการพักผ่อนและสุขภาวะที่ดีของประชาชนอย่างครบวงจร
งดเว้นสารเสี่ยง มุ่งเน้นการแก้ปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงและการมั่วสุม ผ่านการเพิ่มความเข้มงวดทางกฎหมายโดยเฉพาะในพื้นที่จุดอับของเมือง โดยเสนอให้เพิ่มพื้นที่สีเขียว ปรับปรุงแสงสว่าง และเพิ่มลานกิจกรรมรอบบึงพลาญชัยกับคลองคูเมืองเพื่อดึงดูดเยาวชนเข้าสู่กิจกรรมนันทนาการ ควบคู่กับการให้ความรู้เรื่องการป้องกันสารเสี่ยงเพื่อสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืน
มีกิจกรรมทางกาย การปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพสถานที่สำคัญ 5 แห่ง ได้แก่ บึงพลาญชัยและหอโหวด เสนอให้เพิ่มกิจกรรมสำหรับคนทุกวัยและปรับเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ริมคลองและคูเมือง เน้นเรื่องความปลอดภัยในยามค่ำคืน และการเพิ่มพื้นที่ออกกำลังกายและเชื่อมต่อเส้นทางเดิน/วิ่งและเลนจักรยาน เพื่อขยายพื้นที่กิจกรรมทางกายให้ครอบคลุมทั้งในและนอกเมือง
มีปฎิสัมพันธ์กับสังคม กระจายการพัฒนาพื้นที่สาธารณะเป็นเสมือนพื้นที่กลางตามแหล่งชุมชน ทั้งในพื้นที่คูเมืองและนอกคูเมือง เพื่อส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมร่วมกัน ที่สามารถเข้าถึงได้สะดวก เป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุออกจากบ้านและเกิดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
จากข้อเสนอทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการรับฟังเสียงของชาวเมือง ถ่ายทอดสู่ยุทธศาสตร์และโครงการอย่างเป็นรูปธรรม และตอบรับการพัฒนาเพื่อสุขภาวะในทุกมิติ สามารถนำไปส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทางกายภาพในบางจุดของเมืองหรือสนับสนุนให้เกิดพฤติกรรมทางสุขภาวะอย่างยั่งยืน
บทความนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาย่านสุขภาวะในประเทศไทย กรณีศึกษา ย่านพระโขนง-บางนา ย่านเมืองเก่าลำพูน และย่านเมืองเก่าร้อยเอ็ด ดำเนินการโดยศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านยุทธศาสตร์เมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (UDDC-CEUS) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)