23/03/2020
Economy

แรงงานนอกระบบ ชีวิตที่แสนเปราะบาง

กัญรัตน์ โภไคยอนันต์


แรงงานนอกระบบ ชีวิตที่แสนเปราะบาง

“ทุกเช้าหนี้สินก็เพิ่มไปเรื่อยๆ รายจ่ายก็ยังรออยู่ตอนสิ้นเดือน”

สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้สังคมได้รับรู้ความเปราะบางของเหล่าคนทำงานนอกระบบมากขึ้น ทั้งคนทำงานรูปแบบเศรษฐกิจกิ๊กเวิร์กเกอร์ (gig worker) ฟรีแลนซ์ คนที่ไม่ได้ทำงานเต็มเวลา (part-time)  คนเหล่านี้ไม่ได้รับการคุ้มครองจากค่าจ้างขั้นต่ำ การลาป่วย หรือประกันสุขภาพที่จะช่วยได้ในยามวิกฤติ

เป็นที่รับรู้กันดีว่า อาชีพคนหาเช้ากินค่ำ ลูกจ้างรายวันที่ได้ค่าจ้างแค่พอประทังชีวิตกำลังเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักจากวิกฤติการณ์ครั้งนี้ ด้วยสถานะบุคคลชายขอบของสังคม ทั้งการเป็นแรงงานนอกระบบที่ไม่มีหลักประกันสังคมนอกจากบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ถึงแม้จะมีประกันสังคม ม.40 สำหรับผู้ทำอาชีพอิสระก็ตาม แต่ท่ามกลางวิกฤติโรคระบาดที่องค์การอนามัยโลกประกาศว่าเป็นโรคระบาดใหญ่ (Pandemic) คือ การะบาดอย่างเป็นวงกว้างไปทั่วโลกนั้น หน้าที่ของรัฐบาลคือการให้การรักษา และประชาชนมีสิทธิในการป้องกันโรค การคัดกรอง และการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมกัน

แต่ถึงอย่างนั้น นอกเหนือจากการรักษาตามสิทธิที่พึงจะได้ สิ่งที่แรงงานนอกระบบกำลังเผชิญคือ รายจ่ายที่ไม่เคยลดน้อยลง ทั้งค่าเช่าบ้าน ค่าอาหารของสมาชิกในครอบครัวไปจนถึง ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการซื้ออุปกรณ์ป้องกันตัวเองที่แสนจะหายาก ณ เวลานี้ อย่าง หน้ากากอนามัย หรือ เจลแอลกอฮอล์ ทุกอย่างล้วนมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น  

นิยามของแรงงานนอกระบบ คือ แรงงานที่ทํางานแต่ไม่ได้รับความคุ้มครอง หรือไม่มีหลักประกันทางสังคมจากการทํางาน ดังเช่นแรงงานในระบบ ปัจจุบันแรงงานนอกระบบถือเป็นแรงงานกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ผลจากการสำรวจแรงงานนอกระบบล่าสุดในปี 2562 ข้อมูลจากสำนักสถิติแห่งชาติ ระบุว่า กรุงเทพมหานคร มีแรงงานนอกระบบร้อยละ 26.3 เป็นพนักงานภาคบริการกว่าร้อยละ 60.9 หรือประมาณ 4.58 ล้านคน  คนกลุ่มนี้ คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสก่อนใครเพราะภาคบริการในกรุงเทพมหานครนั้นเป็นแรงงานหลักในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่หยุดชะงักลงมาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2563  

ทำงานอิสระ บนแพลตฟอร์มก็ไม่รอด

ก่อนที่จะเกิดวิกฤติ เหล่าคนทำงานผ่านแพลตฟอร์มหรือกิ๊กเวิร์กเกอร์ไม่ว่าจะเป็น ขับรถขนส่งอาหาร  รถรับส่งผู้โดยสาร แม่บ้านทำความสะอาดรับงานจากแพลตฟอร์ม หรือแม้เแต่เหล่าครีเอทีพ กราฟฟิคดีไซน์ ที่รับงานเป็นโปรเจค กำลังเป็นกลุ่มคนที่ใช้เทคโนโลยีในการสร้างโอกาสได้มากกว่าและกำลังมีการเติบโตสูง ด้วยความคล่องตัวและยืดหยุ่นจากการทำงานที่ไม่ต้องยึดโยงผูกติดกับพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ในเมื่อทุกที่สามารถรับงานและสร้างรายได้

การเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่างโรคระบาดก็ส่งผลกระทบต่อเหล่าคนทำงานในกิ๊กเวิร์กเกอร์ไม่ต่างจากคนหาเช้ากินค่ำ เพราะการป่วยไข้ไม่เลือกอาชีพ ไม่เลือกสถานะ ไม่เลือกพื้นที่ ตามปกติการทำงานผ่านแพลตฟอร์มส่วนใหญ่จะไม่ได้รับการดูแลหรือสวัสดิการเทียบเท่ากับแรงงานในระบบอยู่แล้วโดยเฉพาะสวัสดิการสุขภาพอย่าง การลาป่วย เป็นต้น นี่อาจกำลังเป็นผลกระทบที่รุนแรงสำหรับเหล่าคนทำงานผ่านแพลตฟอร์ม

ความรับผิดชอบจากนายจ้างบริษัทแพลตฟอร์ม Gig Worker อันดับต้นของฝั่งตะวันตก

New York Times ได้ทำการสำรวจ สถานะของเหล่าคนทำงานกิ๊กเวิร์กเกอร์ในบริษัทขนาดใหญ่อย่าง Uber และ Lyft ที่ได้ให้ความหมายของการทำงานในบริษัทของตนเองว่า เป็นการทำงานที่มีความยืดหยุ่น ก็ยังเจอกับปัญหานี้เช่นกัน ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำไปทุกอาชีพเช่นนี้  จากการสัมภาษณ์กับคนขับรถส่วนบุคคลร่วมโดยสาร (Ride – Hailing Service) กว่า 20 คน ที่ให้บริการจัดส่งอาหารในยุโรปและสหรัฐอเมริกาในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา พบว่าผลกระทบจากการแพร่กระจายของ COVID-19 นั้นทำให้รายได้ของคนงานกิ๊กลดลงและหลายคนยังไม่ได้รับการดูแลด้านสวัสดิการสุขภาพ

การปลดหรือเลิกจ้างพนักงานเกิดจากผลกระทบของประกาศปิดสถานบริการต่างๆ ทั้ง ร้านค้าปลีก สายการบิน โรงแรม ร้านอาหารและฟิตเนส ที่ต้องปิดชั่วคราว ในขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขทุกประเทศต่างประกาศคำแนะนำให้ ทิ้งระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อป้องกันผู้คนจากไวรัส แต่เหล่าบรรดากิ๊กเวิร์กเกอร์ยังคงต้องทำงานใกล้ชิดกับคนอื่นเพื่อหารายได้มาเลี้ยงชีพ ทั้ง การขับรถขนส่งอาหาร พนักงานขับรถโดยสาร

ในสหรัฐอเมริกา บริษัทกิ๊กขนาดใหญ่อย่าง uber และ lyft ได้ออกมาตรการช่วยพนักงานด้วยการให้หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และจ่ายค่าชดเชยรายได้ 14 วัน หากพนักงานพบว่าตัวเองติดโรคร้ายแรงนี้และจำเป็นต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน รวมทั้งยังมีนโยบาย “งดการติดต่อ” เมื่อส่งอาหารให้กับลูกค้าด้วยการแขวนอาหารไว้ที่ประตูบ้าน นี่คือตัวอย่างความรับผิดชอบต่อพนักงานในธุรกิจแพล์ตฟอร์มเลยก็ว่าได้ 

ถึงแม้หลายประเทศจะออกมาตรการเยียวยาพนักงานที่ธุรกิจบริการต้องหยุดชะงักหรือได้ผลกระทบ เช่น สหราชอาณาจักรออกมาตรการจ่ายรายได้ชดเชย 80% ของเงินเดือน แต่ขณะเดียวกันเหล่าบรรดา กิ๊กเวิร์กเกอร์ หรือคนทำอาชีพอิสระ กลับไม่ได้เข้าข่ายที่จะได้รับความช่วยเหลือ

ตัวอย่างการรวมกลุ่มของเหล่าศิลปิน ครีเอทีฟ นักดนตรีที่ได้รับผลกระทบจากการปิดสถานบันเทิงในแคนาดาหรือสหราชอาณาจักรต่างอออกมาเรียกร้องมาตราการเยียวยาและเกิดการรวมกลุ่ม ตัวอย่างเช่น หน่วยงาน Independent Professionals and the Self Employed (ISPE) ที่เป็นหน่วยงานที่ปรึกษาให้กับเหล่าฟรีแลนซ์หรือคนที่เป็นนายจ้างตัวเองได้มีการเขียนจดหมายถึงเลขาธิการสาธารณสุขถึงการคำนึงถึงการขาดรายได้ของฟรีแลนซ์และข้อเรียกร้องในการจัดตั้งกองทุนบรรเทาสาธารณภัยสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เพื่อครอบคลุมการสูญเสียรายได้ จนมีการประกาศใช้มาตรการเยีวยาที่ว่า สำหรับทุกคนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจาก COVID-19 ซึ่งหมายรวมถึงผู้ที่ทำงานเป็นเจ้านายตนเองสามารถเข้าถึงเครดิตสากลในอัตราที่เทียบเท่ากับการจ่ายเงินตามกฎหมายสำหรับพนักงานได้ หรือ ประมาณ 95 ปอนด์ต่อสัปดาห์

สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมากในประเทศไทย หากยังขาดการคำนึงถึงความเป็นธรรมในการเข้าถึงสวัสดิการขั้นพื้นฐานและความเสี่ยงที่ต้องแบกรับไว้ รัฐจำเป็นต้องทบทวนและคำนึงถึงความเหลื่อมล้ำที่กำลังขยายความกว้างมากขึ้น ถึงแม้ตอนนี้คนทำงานอิสระจะใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นเครื่องมือประกอบอาชีพได้อยู่ โดยเฉพาะงานขับรถส่งอาหารกำลังเป็นตัวช่วยในยามที่ทุกคนต้องเว้นระยะห่างทางสังคม กักตัวอยู่ที่พักแต่ไม่ควรชะล่าใจกับความเสี่ยงที่แลกมากับรายได้ ในเมื่อประเทศไทยยังขาดมาตรการเยียวยารองรับและชัดเจนของชีวิตนอกระบบที่แสนเปราะบางในสังคมนี้ 

ที่มาข้อมูลจาก
ทำไมประเทศไทยยังมี แรงงานนอกระบบค่อนข้างสูง?, ฐานเศรษฐกิจ
รายงาน: สถานการณ์แรงงานนอกระบบสูงวัยในไทย, Knowledgefarm
Pandemic Erodes Gig Economy Work, The New York Times
Coronavirus: what IPSE is doing and advice for freelancers and the self-employed, IPSE

 

Copyright © 2019. All rights reserved.

 

About Us | Advertise | Site Map | Contact

Powered by Magazine Builder
Bitnami