Shannon: การสร้างเมืองด้วย Airport Duty-Free แห่งแรกของโลก

การเดินทางไปต่างประเทศของหลายๆ คน มักแวะซื้อของที่ Duty-Free Shops หรือ ร้านค้าปลอดภาษีในสนามบิน จนทำให้ผู้รับสัมปทานร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินกลายเป็นมหาเศรษฐีในระดับโลก และการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ให้สิทธิการงดเว้นภาษีบางอย่าง เพื่อจูงใจนักลงทุนกลายเป็นโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจยอดฮิต

เราขอพาย้อนกลับไปสู่การเกิดขึ้นของเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีร้านค้าปลอดภาษีและพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรมในเขตสนามบินแห่งแรกของโลก 

สภาพเศรษฐกิจการเมืองไอร์แลนด์หลังประกาศอิสรภาพ

หลังจากที่ไอร์แลนด์ได้ประกาศอิสรภาพแยกตัวจากสหราชอาณาจักรในปี ค.ศ. 1922 เศรษฐกิจการเมืองโลกก็เข้าสู่การถดถอย สายพานการผลิตหยุดชะงัก แรงงานถูกเลิกจ้าง สินค้าที่ผลิตก็ขายไม่ได้  

การว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกกระทบถึงไอร์แลนด์อย่างมาก รัฐบาลพยายามหารายได้เพื่อนำงบประมาณมากระตุ้นการจ้างงานอย่างเร่งด่วน เพราะเกรงว่าชาวไอร์แลนด์จะอพยพไปตั้งรกรากในสหรัฐอเมริกาจนเป็นกระแสทิ้งประเทศ 

แต่ก็ดูเหมือนนโยบายการกระตุ้นการจ้างงานของรัฐบาลไม่ได้ผล จึงเป็นโอกาสให้กลุ่มทุนเข้ามามีบทบาทการพัฒนาเศรษฐกิจโดยตรงมากขึ้น ในการผลักดันโครงการที่หลุดไปจากกรอบคิดเดิมๆ

ภาพจาก https://www.flickr.com/photos/35814052@N06/3401795031

จาก Seaplane สู่ Airport 

ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง การเดินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมักใช้ Seaplanes หรือ เครื่องบินแบบสะเทินน้ำสะเทินบก บินจากฝั่งอเมริกาลงแวะจอดเติมน้ำมันที่ชายฝั่งตะวันตกของไอร์แลนด์ จึงจะเดินทางต่อไปยังเกาะอังกฤษหรือยุโรปภาคพื้นทวีปได้ 

ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการบินที่ต้องการสร้างเครื่องบินขนาดใหญ่ สามารถบรรทุกผู้โดยสารและสิ่งของได้มากกว่าเดิม ทำให้ต้องการ Runway ที่รองรับน้ำหนักเครื่องบินขนาดใหญ่และได้มาตรฐานองค์กรการบินพลเรือน (ICAO) 

รัฐบาลไอร์แลนด์ได้อนุมัติงบก่อสร้าง Shannon Airport จนแล้วเสร็จในปี 1942 แน่นอนว่าสนามบินไม่ได้เป็นเพียงที่แวะจอดเครื่องบินอีกต่อไป เพราะตระกูล O’Regan ได้รับเหมาจัดทำห้องอาหารสำหรับรับรองผู้โดยสารและลูกเรือจนเป็นที่กล่าวขานถึงการบริการชั้นเยี่ยม อาหารรสเลิศ จนทำให้สนามบินชันเนนเป็นที่รู้จักในหมู่นักเดินทาง

Brendan O’Regan เจ้าพ่อร้านค้าปลอดภาษี

Brendan O’Regan ไม่เพียงแต่จะเป็นนักธุรกิจที่สืบทอดหลายกิจการจากบิดา แต่ยังเป็นผู้บุกเบิกการสร้างนิคมอุตสาหกรรมในเมืองชันเนน ซึ่งเป็นนิคมที่ได้รับการยกเว้นภาษี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุน 

ในระหว่างที่ O’Regan เรียนการโรงแรม เขาได้มีโอกาสเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อดูการบริหารโรงแรม ทำให้เขาได้ไอเดียการซื้อสินค้าในบางมลรัฐที่ไม่บวกภาษีการขายเพิ่ม (Sales Tax) เมื่อกลับมายังไอร์แลนด์ O’Regan พยายามชี้ให้เห็นถึงข้อดีของการยกเว้นภาษีและขายไอเดียนี้ให้กับข้าราชการ นักการเมือง และนายทุน แต่หลายฝ่ายก็ไม่เห็นด้วย

ในสภาก็ได้มีการโต้เถียงถึงข้อดีของการผ่อนปรนพิธีการศุลกากร ที่จะช่วยแก้ปัญหาของผู้เดินทางโดยเครื่องบิน ซึ่งมักใช้เวลาในการตรวจกระเป๋านานกว่าการเดินทางด้วยเรือหรือรถทัวร์ การผ่อนปรนการตรวจตราก็จะช่วยร่นระยะเวลาลงได้ 

จนกระทั่งสภาผ่านกฎหมายงดเว้นภาษีศุลกากรในเขตสนามบิน (Free-Customs Airport Act) ในปี 1947 O’Regan ได้เปิดร้านค้าปลอดภาษีแห่งแรกในสนามบินชันเนน โดยเริ่มจากการนำวิสกี้ไอริชมาวางขายให้กับผู้โดยสารขาออกที่จะเดินทางไปยังเมืองอื่น 

ต่อมาเขาได้เพิ่มรายการสินค้าอื่นๆ ที่มาจากท้องถิ่น เช่น กาแฟไอริช รวมไปถึงการเปิดสั่งจองสินค้าปลอดภาษีล่วงหน้าทางไปรษณีย์ ที่ O’Regan ได้ส่งแคตตาล็อกสินค้าไปตามห้องพักของโรงแรมต่างๆ ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ

จนกระทั่งแนวคิดร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินได้แพร่กระจายไปยังอัมสเตอร์ดัม อังกฤษ ฮาวาย และสนามบินอื่นๆ ทั่วโลก 

จากร้านค้าปลอดภาษีสู่เขตภาษีพิเศษ

หลังจากที่ร้านค้าปลอดภาษีประสบความสำเร็จอย่างมาก O’Regan ได้ไอเดียใหม่จากการทำเขตการค้าเสรี Colón ในปานามา บุกเบิกการทำเขตอุตสาหกรรมปลอดภาษีในพื้นที่สนามบินชันเนน เพื่อเปิดพื้นที่การลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจและความคึกคักให้กับสนามบิน 

O’Regan เสนอให้สร้างอาคารโรงงานโดยไม่เก็บค่าเช่า โดยเชื่อว่าเมื่อสร้างโครงการสำเร็จนักลงทุนก็จะตาม สภาก็ได้อนุมัติให้ทำได้ยกเว้นการเก็บภาษี Shannon Free Zone หรือ เขตการค้าปลอดภาษีซึ่งได้เริ่มในปี 1959 รายได้จากการผลิตและส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ จะไม่ถูกนำมาคิดภาษีเงินได้นิติบุคคล จนถึงปี 1983

โชคดีที่ความคิดของ O’Regan นั้นเป็นจริง ผู้ผลิตเปียโน เครื่องใช้ไฟฟ้า และอัญมณี ได้มาลงทุนตั้งโรงงานใน Shannon Free Zone นอกจากนั้น O’Regan ยังได้ทำโครงการบ้านที่แรงงานสามารถซื้อได้ ซึ่งถือเป็นโมเดลการทำนิคมอุตสาหกรรมที่หลายประเทศได้ยึดเป็นแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ

กล่าวกันว่า O’Regan ว่ามีแนวคิดแบบ Practical Patriotism ที่เจ้าตัวมองว่า สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต คือ การทำให้คนมีงานทำมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ “the most important thing about life is to create work for others, if you can” 

อ้างอิงข้อมูล
– Giblin, T., Kennedy, K., & McHugh, D. (2013). The economic development of Ireland in the twentieth century. Routledge. 
– Sweeney, V. (2004). Shannon Airport: A Unique Story of Survival. Valerie Sweeney.
– Soulsby, J. A. (1965). The Shannon Free Airport scheme: a new approach to industrial development. Scottish Geographical Magazine, 81 (2), 104-114.
In Committee on Finance. – Customs-Free Airport Bill, 1947—Second Stage.
The Irish ‘father of duty free’ and saviour of Shannon, Fiona Reddan, The Irish Times

นักเรียนเศรษฐศาสตร์การเมืองตลอดชีวิต ทำวิจัยด้าน Governance บ้าง และพยายามวิพากษ์การพัฒนาเมือง การขนส่ง และทุนนิยม

นักเรียนเศรษฐศาสตร์การเมืองตลอดชีวิต ทำวิจัยด้าน Governance บ้าง และพยายามวิพากษ์การพัฒนาเมือง การขนส่ง และทุนนิยม