ดัชนีเมืองสุขภาวะรองรับสังคมสูงวัย (Healthy Age Friendly City and Community : HAFCC-SHiP)

03/02/2026

“เมืองจำเป็นต้องมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ เพื่อใช้สร้างเสริมสุขภาพที่ดีแก่ประชากรในเมืองเป็นพื้นฐาน ก่อนจะต่อยอดไปสู่การพัฒนาระบบและบริการต่างๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของสังคมสูงวัยในยุคปัจจุบัน“ กรอบแนวคิดพื้นฐานของดัชนี การก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยสมบูรณ์” (Completely Aged Society) อย่างเต็มรูปแบบของประเทศไทย นำมาซึ่งความท้าทายใหม่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการพัฒนาเมือง  ภาครัฐ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ถือเป็นหัวใจสำคัญและเป็นกลไกหลักเชิงพื้นที่ ในส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุ โดยเฉพาะในบริบทของพื้นที่เมือง  พื้นฐานแนวคิดที่ใช้ในการพัฒนาดัชนี พัฒนามาจากแก่นสำคัญร่วมกันระหว่างแนวคิดเมืองสุขภาวะ (Healthy City) และแนวคิดการสูงวัยอย่างมีพฤฒพลัง “Active Aging” ที่มุ่งเน้นขยายความภาพปัจจัยที่มีผลหรือมีส่วนสำคัญในการกำหนดสุขภาพ (Health determinants) ของคนเมืองอันมีผลต่อการใช้ชีวิตและกระบวนการชราอย่างมีคุณภาพในระยะยาว ร่วมกับแนวคิดความต้องการพื้นฐานของมาสโลว์ (Maslow’s Hierarchy of Needs) ที่ช่วยในการพิจาณาบทบาทของตัวชี้วัดที่สอดคล้องไปกับบริบทของการตอบสนองความจำเป็นของการมีวิถีชีวิตสุขภาวะอย่างเป็นลำดับขั้น จากแนวคิดดังกล่าว นำไปสู่การจัดวางองค์ประกอบตามลำดับความสำคัญ โดยเริ่มจากฐานราก (Foundation) ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ หรือก็คือปัจจัยจำเป็นที่สุดสำหรับการดำรงชีวิตของคนเมือง เปรียบเสมือนเสาเข็มและพื้นดินที่มั่นคงหากขาดความแข็งแรงบ้านก็ไม่สามารถคงอยู่ได้  นี่คือ “บริการจำเป็นพื้นฐาน” (Essential Basic Services) หรือปัจจัยสภาพแวดล้อมด้านกายภาพ (Physical Environment) ที่ทุกเมืองจำเป็นต้องจัดเตรียมไว้อย่างครอบคลุมและมีคุณภาพซึ่งหมายความรวมถึงการมีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ ระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมและเข้าถึงได้ การเข้าถึงน้ำสะอาด […]

สังคมสูงวัย: ผลกระทบและแนวทางการรับมือ

27/01/2026

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไปสู่สังคมสูงวัยส่งผลกระทบทั้งในระดับเมืองและระดับประเทศ บทความนี้ชวนสำรวจผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งสองระดับอย่างสังเขป พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางการรับมือกับสังคมสูงวัยที่มาพร้อมกับความท้าทายหลายด้าน เมืองหด คือ อะไร?  ในระดับเมือง ปรากฏการณ์เมืองหดเป็นสัญญาณสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเมืองขนาดกลางและขนาดเล็กที่กำลังสูญเสียบทบาทของตนเองในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมระดับภูมิภาค ประชากรมีการย้ายเข้าเมืองขนาดใหญ่ไม่ได้มาจากพื้นที่ชนบทตามแนวโน้มเดิมเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงคนที่เกิดและเติบโตในเมืองขนาดรองลงมา โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยแรงงานที่เลือกย้ายไปแสวงหาโอกาสในเมืองหลัก (อภิวัฒน์ รัตนวราหะ, 2563)  เมืองหดจึงเป็นภาพตรงข้ามของเมืองใหญ่ โดยจะมีความหงอยเหงา ตลาดและร้านค้าในห้องแถวตามย่านพาณิชยกรรมที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าและการบริการในพื้นที่ชนบทรอบเมืองจำนวนมากต้องปิดตัวลง โรงเรียนและสถานประกอบการต่าง ๆ สูญเสียผู้ใช้บริการจนต้องลดขนาดหรือปิดตัว รวมไปถึงการมีบ้านร้างมากยิ่งขึ้นเช่นที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น (สุภา ปัทมานันท์, 2565) ที่มา https://www.ddproperty.com/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2/%E0%B8%95%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%B2-63430 ปรากฏการณ์เมืองหดมักเกิดขึ้นพร้อมกับความถดถอยของฐานเศรษฐกิจของเมือง รวมไปถึงการที่เมืองใหญ่ขยายตัวและเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องและดึงดูดประชากรเข้าไป ทำให้เกิดการย้ายถิ่นฐานมากยิ่งขึ้น ประกอบกับเมืองขนาดเล็กไม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อความต้องการ ตัวอย่างของเมืองขนาดเล็กในประเทศไทยที่เริ่มเผชิญภาวะเมืองหด ได้แก่ เมืองพะเยา ชัยนาท พัทลุง รวมถึงเขตเทศบาลหรือพื้นที่ตัวอำเภอในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวนประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน เมืองขนาดกลางบางแห่ง เช่น นครสวรรค์และลำปาง ก็มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะเดียวกัน (อภิวัฒน์ รัตนวราหะ, 2563) ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการคลัง ในระดับประเทศ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรส่งผลกระทบต่อประเทศทั้งในเชิงเศรษฐกิจและการคลัง ในด้านหนึ่งเมื่อจำนวนประชากรเกิดน้อยทำให้โครงสร้างแรงงานเปลี่ยนไปทั้งอายุเฉลี่ยของแรงงานสูงขึ้น ผู้เกษียณอายุเพิ่มมากขึ้น และอัตราการพึ่งพิงของผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้น ระบบเศรษฐกิจที่ขาดแรงงานวัยประชากรส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศหรือผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ซึ่งมีสาเหตุจากการลดลงของกำลังการซื้อและการบริโภคที่มีแนวโน้มเติบโตช้าลง […]

ความเปราะบางของผู้สูงวัยไทยในยุคสังคมสูงวัย

15/01/2026

เมื่อเราพูดถึงสังคมสูงวัย ภาพที่มักผุดขึ้นในใจคือผู้สูงอายุที่มีเวลาพักผ่อนหลังเกษียณ ใช้ชีวิตท่ามกลางความสงบสุข และได้รับการดูแลจากครอบครัวหรือรัฐ แต่ในความจริงของเมืองไทยและอีกหลายเมืองทั่วโลก การแก่ตัวลงไม่ได้หมายถึงการได้ใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีเท่ากันสำหรับทุกคน ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านสิทธิ รายได้ และสุขภาพที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เมืองกลายเป็นพื้นที่ที่เผยให้เห็นความเปราะบางของผู้สูงอายุแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกันไป บทความนี้จะทบทวนภูมิทัศน์ความเปราะบางของผู้สูงวัยไทยผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ กายภาพ เศรษฐกิจ และสังคม ความเหลื่อมล้ำของโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพ โครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพระหว่างเมืองกับชนบทมีความเหลื่อมล้ำอย่างเห็นได้ชัด การกระจายตัวของบุคลากรและเครื่องมือทางการแพทย์ที่มักกระจุกตัวอยู่ในเขตเมือง โดยกรุงเทพมหานครและหัวเมืองใหญ่ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ สมุทรสาคร พิษณุโลก ขอนแก่น ชลบุรี สงขลา นนทบุรี และนครปฐม มีอัตราส่วนแพทย์ต่อประชากรสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ  เช่นเดียวกับที่เครื่องมือการแพทย์ที่ทันสมัยอย่างเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) เครื่องตรวจอวัยวะด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรือเครื่องอัลตราซาวด์ ก็กระจุกตัวอยู่แต่ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของเมืองหลัก ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ชนบทหรือห่างไกลไม่สามารถเข้าถึงระบบบริการสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ หรือจำเป็นต้องเดินทางระยะไกลเพื่อรับบริการพื้นฐานที่คนเมืองสามารถเข้าถึงได้ในเวลาไม่กี่นาที (สิรินาฏ ศิริสุนทร, 2568) ปัญหาดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบกับคนหลายกลุ่ม สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ปัญหาการขาดแคลนกำลังคนในพื้นที่ชนบทกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง โรงพยาบาลหลายแห่งมีจำนวนบุคลากรไม่เพียงพอ มีภาระงานที่หนัก และได้รับค่าตอบแทนที่ไม่สอดคล้องกับภาระงาน เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้แพทย์และพยาบาลจำนวนหนึ่ง ตัดสินใจลาออกหรือย้ายไปทำงานในเมืองใหญ่ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ป่วย […]

การรับมือสังคมสูงวัยต้องเริ่มที่เมือง

14/01/2026

ปัจจุบันแนวโน้มประชากรทั่วโลกมีอายุยืนยาวขึ้น เนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์และเทคโนโลยี การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ รวมถึงลักษณะวิถีชีวิตที่แตกต่างจากในอดีต ทุกประเทศในโลกกำลังเผชิญกับการเติบโตทั้งในด้านขนาดและสัดส่วนของผู้สูงอายุในประชากรทั้งหมด  ภายใน พ.ศ. 2573 ประชากรโลก 1 ใน 6 จะมีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มขึ้นจาก 1 พันล้านคนใน พ.ศ. 2563 เป็น 1.4 พันล้านคน และภายใน พ.ศ. 2593 ประชากรโลกที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มเป็นสองเท่า (2.1 พันล้านคน)  นอกจากนี้มีการคาดการณ์ว่าจำนวนประชากรอายุ 80 ปีขึ้นไปจะเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าระหว่าง พ.ศ. 2563-2593 เป็น 426 ล้านคน (World Health Organization, 2025) สังคมสูงวัยไทย ปัจจุบันสังคมไทยก้าวสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์ใน พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา โดยพบว่าประเทศไทยมีผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปทั่วประเทศจำนวน 13,064,929 คน […]