09/10/2019
Featured

หนีไปจากกรุงเทพฯ

Editorial Team


หนีไปจากกรุงเทพฯ

สำรวจ The New Suburbanism เมื่อคนรุ่นใหม่รักบ้านชานเมืองมากกว่าเมือง

อนาคตที่ว่าเราจะทำงานเก็บเงินเยอะๆ เพื่อสักวันจะซื้อบ้านหลังใหญ่เป็นของตัวเอง บ้านที่มีสนามหญ้า สระว่ายน้ำ หรือเพื่อนบ้านรสนิยมดี ยังคงเป็นความฝันที่ขับเคลื่อนให้คนเมืองรุ่นใหม่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอยู่วันยังค่ำ

โดยเฉพาะเทรนด์การมีบ้านชานเมืองที่เริ่มกลับมาได้รับความนิยม ด้วยภาพลักษณ์ของการมีสภาพแวดล้อมที่ดี บวกกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสำหรับการอยู่อาศัยและการทำงาน โครงการก่อสร้างบ้านจัดสรรชานเมืองใหม่ๆ จึงผุดขึ้นมาให้เห็นอยู่ทุกปี

ท่ามกลางกระบวนกลายเป็นเมือง (urbanization) ที่ประชากรส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑลอาศัยอยู่ในพื้นที่เมือง ประเด็นเกี่ยวกับเมือง การใช้ชีวิตภายในเมือง และปัญหาของเมืองกลายเป็นเรื่องที่หลายคนในสังคมกำลังให้ความสนใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

นโยบายและแนวคิดเกี่ยวกับการฟื้นฟูเมืองถูกนำกลับมาพูดคุยกันอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น เช่น แนวคิดเมืองกระชับ (compact city) แนวคิดเมืองอัจฉริยะ (smart city) และแนวคิดการสร้างความสมดุลระหว่างแหล่งงานและที่อยู่อาศัย (job and housing balance) เป็นต้น

ด้วยกระแสการเติบโตของพื้นที่เมืองที่ดูเหมือนจะยังไม่สิ้นสุดในเร็ววันนั้น ส่งผลให้การพัฒนาพื้นที่ชานเมืองดูเหมือนจะกลายเป็นจำเลยของคนในสังคม ในฐานะตัวการที่ทำให้เกิดต้นทุนทางสังคมและความไม่เท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นการรุกล้ำพื้นที่เกษตรกรรมชั้นดีจากการขยายพื้นเมืองอย่างไร้ขอบเขต การลงทุนโครงสร้างพื้นที่ฐานที่ไม่คุ้มค่า เพราะเพียงเพื่อเชื่อมโยงการเคลื่อนที่ระหว่างพื้นที่เมือง การก่อปัญหามลพิษทางอากาศและเสียงจากการใช้รถยนต์ส่วนตัว ฯลฯ

แม้ว่ากระแสของการฟื้นฟูเมืองทั่วโลกจะทำให้หลายๆ เมืองหันกลับมาสนใจพื้นที่เมืองมากยิ่งขึ้น แต่เมืองเหล่านั้นกลับยังคงขยายตัวออกไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมืองในอเมริกาที่พื้นที่กลางเมืองมีราคาสูงจนคนส่วนใหญ่ต้องย้ายออกไป หรือเลือกที่จะเริ่มต้นสร้างครอบครัวใหม่ในพื้นที่ชานเมือง

โจเอล คอทกิน นักเขียนและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า 

“คนย้ายออกไปอยู่ชานเมืองเพราะต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โรงเรียนที่มีคุณภาพ สวนสาธารณะที่ดี และมีเพื่อนบ้านที่แบ่งปันความสุขกันได้ คนไม่ได้อยู่ชานเมืองเพราะชอบขับรถ แต่คนรักที่จะอยู่อาศัยและมีคุณภาพชีวิตในแบบที่หาไม่ได้ในพื้นที่เมือง” 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มคนยุคใหม่หรือ Gen Y ที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นและจะกลายเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ในสังคมโลกในปี 2025 

จากรายงานเรื่อง The Suburb of the Future, Almost Here ของนิตยสารไทม์ และ เดฟ ฮาร์ดี้ จาก Institute For New Suburbanism ชี้ให้เห็นผลจากการเพิ่มขึ้นของกลุ่มประชากรยุคใหม่ที่เริ่มเข้ามาเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ชานเมือง นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงความต้องการการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่

โดยในรายงานระบุว่า แม้คนกลุ่มใหม่นี้จะชอบพื้นที่กลางเมือง หลายคนเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์กลางเมือง แต่กลุ่มคนเหล่านี้ก็รักพื้นที่ชานเมืองด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อกลุ่มคนเหล่านี้แต่งงาน และไม่ต้องการให้ลูกเติบโตเมืองที่มีแต่คอนโดมิเนียมหรืออาคารสูง แต่ต้องการพื้นที่ชานเมืองที่มีคุณภาพในแบบที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมือง ที่ไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่ในพื้นที่กลางเมืองอีกต่อไป

จากสถานการณ์ของพื้นที่ชานเมืองในข้างต้น แนวคิดใหม่ที่ชื่อว่า ‘The New Suburbanism’ ได้ปรากฏขึ้นในระบบสถาปัตยกรรมผังเมือง

The Institute for New Suburbanism (NIS) ระบุว่า แนวคิด The New Suburbanism ไม่ใช่แนวคิดที่สนับสนุนให้เมืองขยายตัวอย่างไร้ทิศทาง (urban sprawl) ไม่ได้ปฏิเสธแนวคิด The New Urbanism และไม่ใช่แนวคิดที่พยายามเปลี่ยนแปลงชุมชนเดิม หรือสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ในระบบการวางผัง 

แต่ The New Suburbanism คือแนวคิดที่ ‘สนับสนุน’ ให้เกิดการวางแผนและออกแบบเพื่อ ‘ยกระดับ’ คุณภาพชีวิตของชุมชนและการอยู่อาศัยในพื้นที่ชานเมืองบนหลักการที่ว่า คนรักที่จะอยู่อาศัยในพื้นที่ชานเมือง และในยุคปัจจุบันพื้นที่ชานเมืองคือพื้นที่ที่สามารถวางแผนและออกแบบให้มีคุณภาพได้เช่นเดียวกับพื้นที่กลางเมืองนั่นเอง

นอกจากนี้ การปฏิวัติระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิต ไม่เพียงจะส่งผลให้รูปแบบการใช้ชีวิตของคนเมืองเปลี่ยนแปลงแล้ว ยังส่งผลให้คนในพื้นที่ชานเมืองมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย

อาทิ การทำงานที่บ้านผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ทำให้ไม่ต้องเดินทางเพื่อเข้ามาทำงานในเมืองทุกวัน ในขณะที่ระบบขนส่งมวลชนครอบคลุมพื้นที่ปริมณฑลของกรุงเทพฯ มากขึ้น รถยนต์ไฟฟ้าหรือพลังงานทางเลือก รวมถึงระบบรถยนต์ไร้ขับเข้ามามีบทบาทในการขนส่งมากขึ้น ทำให้การจัดสรรพื้นที่อยู่อาศัยเปลี่ยนไปพร้อมๆ กับการลดลงของมลพิษที่เกิดจากการเดินทาง สิ่งสำคัญคือระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับเมืองถูกพัฒนาบนแนวคิดของการกระจายการจัดการ (decentralization) มากขึ้น 

พูดง่ายๆ คือชุมชนชานเมืองยุคใหม่สามารถ ‘จัดการ’ ตัวเองได้มากขึ้น และพึ่งการบริการต่างๆ จากส่วนกลางลดลง ทั้งในแง่ของการระบบสาธารณูปโภคและการเชื่อมโยงกับพื้นที่กลางเมือง

เช่นเดียวกับกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่แม้กระแสเรื่องเมืองจะกำลังเป็นที่สนใจของสังคม แต่การขยายตัวไปยังพื้นที่ชานเมืองยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอันจะเห็นได้จากการรายงานของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (ศขอ.) และศูนย์วิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทยพบว่าแม้ปี 2559 จะมีโครงการที่อยู่อาศัยชานเมืองที่เปิดขาย ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2558 แต่กลับมีจำนวนขายภาพรวมที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับการพัฒนาย่านธุรกิจ ย่านพาณิชยกรรม ที่สร้างแหล่งงานและตอบสนองการใช้ชีวิตใหม่ในพื้นที่ชานเมืองก็ทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ สถานการณ์ของการเติบโตของกลุ่มคนยุคใหม่ก็ดำเนินไปตามแนวโน้มโลก คือกลุ่ม Gen Y กลายเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ และเป็นผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ที่สุดในตลาดไทย ผลการศึกษาของโครงการกรุงเทพฯ 250 ยังชี้ให้เห็นอีกว่าการใช้ชีวิตของคนในปี 2575 จะเปลี่ยนแปลงไป ในทิศทางที่สอดคล้องกับการบริโภคของ The Millennials กรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังกำลังก้าวเข้าสู่การปฏิวัติการขนส่งใหม่ที่มีแนวโน้มที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ด้วยโครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางของภาครัฐกว่า 10 สาย และนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดจ์ ที่จะทำคนลดการเดินทางระยะไกล ในขณะที่สามารถเดินทางได้สะดวกและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

จะว่าไปการออกแบบชุมชนชานเมืองก็เปรียบเสมือนการทำให้คนชานเมืองกลายเป็นคนเมืองนั่นแหละ อนาคตเมื่อคนชานเมืองสามารถดำรงชีวิตในพื้นที่ตัวเองได้ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเดินทางหลายชั่วโมงเพื่อเข้ามาใจกลางเมืองอีกต่อไป

ดังนั้นด้วยข้อได้เปรียบของชานเมืองที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า และมีราคาที่ย่อมเยากว่า ทำให้คนรุ่นใหม่ที่กำลังจะสร้างครอบครัวหรือกำลังจะลงทุนซื้อบ้านหลังแรก เริ่มหนีจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ และหันมาสนใจการอยู่อาศัยในชานเมืองเพิ่มมากขึ้น

อ้างอิง
– Joel Kotkin (2016). The Human City: Urbanism for the Rest of Us.
– U.S. Census Bureau (2015). Population Estimates.
– Alan M. Berger (2017). The Suburbs of the Future, Almost Here. The New Your Times (SEP 15, 2017).
– The Institute for New Suburbanism (2016). What is New Suburbanism.
– Samuel Greengard (2015). The Internet of Things. MIT
– Patrick Sisson (2016). 5 trends shaping the future of suburbs. Curbed (DEC 6, 2016).
– SCB Economic Intelligence Center (2558). Insight กลยุทธมัดใจผู้บริโภค Gen Y.
– สำนักงานผังเมือง กรุงเทพมหานคร (2558). เทรนด์การใช้ชีวิตของคนกรุงเทพฯ 2575. โครงการกรุงเทพฯ 250.
– สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (2559). การพัฒนาการขนส่งทางรางและการจัดตั้งกรมการขนส่งทางราง.
– ราชกิจจานุเบกษา (2560). ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ลดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ๑๓๘).
– ปัญญา หมีทอง และวันเพ็ญ เจริญตระกูลปีติ (2553). พฤติกรรมการเดินทางกับมลพิษทางอากาศ ในพื้นที่ที่มีความสมดุลระหว่างที่อยู่อาศัย และแหล่งงานต่างกัน.

 

Copyright © 2019. All rights reserved.

 

About Us | Advertise | Site Map | Contact

Powered by Magazine Builder
Bitnami