The Gamer Changer เมืองเปลี่ยนรถเมล์ รถเมล์เปลี่ยนเมือง

รถติดที่สุด

มลพิษทางอากาศเลวร้ายที่สุด

เมืองเสี่ยงจมน้ำที่สุด

เมืองขยายออกไปในทางราบที่สุด ฯลฯ 

คือบางส่วนของ “ที่สุด” ปัญหาเมืองอันเรื้อรังของกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย  – ไม่ต่างกับกรุงเทพฯ เลยสักนิด

กระทั่งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา นายโจโก วีโดโด ประธานาธิบดีแห่งอินโดเซียเสนอรัฐสภา ประกาศย้ายเมืองหลวงไปยังเกาะกาลิมันตัน ที่มีที่ตั้งไกลกว่าเมืองหลวงเดิมกว่า 1,400 กิโลเมตร 

แม้แผนการย้ายเมืองหลวงยังไม่เป็นรูปธรรมและได้ข้อสรุป หากปัญหาอันเรื้อรังทั้งหลายประกอบกับวิกฤตการณ์ด้านภูมิอากาศของโลก ก็ใช่ว่าจะหยุดนิ่งรอความชัดเจนของแผนการดังกล่าว ซ้ำร้ายยังไล่ล่าและทำลายคุณภาพชีวิตชาวจาการ์ตาอย่างไม่ลดละ 

ดังนั้น เพื่อตั้งรับกับวิกฤตการณ์ด้านภูมิอากาศก่อนจะสายเกินไป “จาการ์ตา” จึงประกาศแผนเชิงรุกเพื่อเปลี่ยนเมืองให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (eco-friendly) โดยส่วนหนึ่งของแผนการดังกล่าว คือการทดลองให้บริการขนส่งมวลชนพลังงานไฟฟ้านั่นเอง

จาการ์ตา… มหานครแห่งรถเมล์ที่ใหญ่สุดในโลก 

จาการ์ตามีพื้นที่ประมาณ 750 ตร.กม. หรือเล็กกว่ากรุงเทพฯประมาณ 1 เท่าตัว ทว่าเป็นที่อยู่ของประชากรกว่า 10.6 ล้านคน (ข้อมูลล่าสุดเมื่อปี 2019) แม้รถยนต์ส่วนบุคคลจะเป็นทางเลือกในการเดินทางของชาวจาการ์ตาจนทำให้เมืองประสบปัญหาการจราจรติดขัดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก อย่างไรก็ตาม รถโดยสารประจำทางก็ยังเป็นทางเลือกการเดินทางยอดนิยม แต่ละปีรถเมล์โดยสารที่วิ่งให้บริการในจาการ์ตา รองรับการใช้งานของผู้โดยสารรวมเกือบ 200 ล้านคน นับเป็นโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เพื่อใส่เกียร์เดินหน้าสร้างมหานคร eco-friendly ตามเป้าหมาย รัฐบาลอินโดนีเซียเห็นว่า “รถเมล์” เป็นเป้าหมายที่ควรแก้ไขลำดับแรกๆ จึงสั่งการให้ บริษัท ทรานส์จาการ์ตา (Transjakarta) ซึ่งดูแลโดยรัฐบาลท้องถิ่นกรุงจาการ์ตา ทดลองวิ่งรถเมล์ไฟฟ้าเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านมา มีรถเมล์ไฟฟ้า 3 คันนำร่องทดสอบระบบ

รถเมล์ดังกล่าวมีขนาด 18 ที่นั่ง สามารถบรรทุกผู้โดยสาร 33 คน ด้วยการชาร์จไฟเพียงครั้งละ 4 ชั่วโมง ก็จะสามารถวิ่งได้ 300 กิโลเมตร คาดว่าในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ จะทราบผลการทดสอบเพื่อนำไปต่อยอดโครงการต่อไป

พลังงานไฟฟ้ากำลังขับเคลื่อนขนส่งมวลชนทั่วโลก 

ข้อมูลของ Climate and Clean Air Coalition พบว่า ทุกๆ วันประชากรกว่า 4,000 ล้านคนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือกว่า 92 % ของประชากรทั้งภูมิภาค – รวมถึงประเทศไทยและอินโดนีเซีย – ปล่อยมลพิษทางอากาศในระดับที่เป็นอันตรายต่อการดำรงชีวิต

แน่นอนว่าต้นทางของมลพิษดังกล่าวส่วนหนึ่งก็มาจากท่อไอเสียของยานพาหนะนั่นเอง สวนทางกับแนวทางของ UN Environment ซึ่งกำหนดให้เมืองที่ตั้งเป้าแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ จำเป็นต้องส่งเสริมการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า เป็น 1 ใน 25 มาตรการสำคัญ

ขอบคุณภาพจาก Bloomberg New Energy Finance / World Economics Forum

นับเป็นข่าวดีที่หลายเมืองทั่วโลกพร้อมใจหันมาใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยเริ่มต้นที่รถโดยสารสาธารณะ เห็นได้จากผลสำรวจของสำนักข่าวบลูมเบิร์กเกี่ยวกับยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดจีน ยุโรป และสหรัฐฯ พบว่า รถบัสไฟฟ้ามียอดขายสูงสุดเมื่อเทียบกับรถประเภทอื่นๆ และมียอดขายพุ่งสูงขึ้นจากปีก่อนกว่า 32% ทั้งยังคาดการณ์ว่ายอดขายจะยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับรถประเภทอื่นๆ

ตั้งแต่ปี 2020 เมืองลอนดอนจะปรับให้รถบัสโดยสารประจำทางคันสีแดงประเภทชั้นเดียวทุกคัน เป็นรถโดยสารปลอดมลพิษ ส่วนรถโดยสารสองชั้นที่จัดซื้อใหม่ก็จะเป็นรถไฮบริด (Hybrid) คือขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด สลับกันระหว่างพลังงานไฟฟ้าและพลังงานไฮโดรเจน ทั้งนี้ รัฐบาลอังกฤษตั้งเป้าให้รถโดยสารทั้ง 9,200 คัน ที่วิ่งให้บริการทั่วประเทศ ปล่อยมลพิษเป็น 0 ให้ได้ภายในปี 2037 หรืออีก 18 ปีข้างหน้า 

ขณะที่ มหานครนิวยอร์ก ซึ่งได้ชื่อว่ามีโครงข่ายรถโดยสารสาธารณะใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ มีแผนปรับรถโดยสารเป็นรถพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด ภายในปี 2040 เช่นเดียวกับ เมืองแคลิฟอร์เนียร์ที่ตั้งเป้าไว้ที่ปี 2040 เช่นกัน ส่วนเมืองที่ชื่อคุ้นหูคนไทยอย่าง เซินเจิ้น ประเทศจีน ซึ่งประกาศตัวเป็นเมืองขนส่งมวลชนรักษ์โลกก่อนประเทศใดๆ ปัจจุบันมีรถเมล์ไฟฟ้าให้บริการถึง 16,000 คัน เรียกว่ามากที่สุดในโลกในปัจจุบัน

รถเมล์ไฟฟ้ากรุงเทพฯ คืบหน้าถึงไหนแล้วหนอ

ควันดำจากท่อไอเสียรถเมล์หลายคันในกรุงเทพฯ อาจทำให้หลายคนอาจคิดว่า การมีรถเมล์พลังงานไฟฟ้าอาจเป็นเรื่องไกลเกินฝัน

แต่ถ้าย้อนไปเมื่อปีที่ผ่านมา องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (ขสมก.) เคยนำรถโดยสารไฟฟ้าของบริษัท Edison Motors จำกัด ประเทศเกาหลีใต้ จำนวน 1 คัน มาทดลองวิ่งให้บริการในเส้นทางเดินรถของ ขสมก. 6 เส้นทาง ระหว่างเดือนสิงหาคม 2561 – มีนาคม 2562 เพื่อศึกษาข้อมูลอัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน และสมรรถนะของรถโดยสารใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน 100% ตามแผนฟื้นฟู (ในขณะนั้น) ขสมก. ต้องมีการจัดหารถไฮบริด 1,400 คัน และมีรถไฟฟ้า 35 คัน ภายใน 4 ปี

คำถามคือผ่านไปแล้ว 1 ปี แผนการเปลี่ยนรถเมล์เป็นรถพลังงานสะอาดคืบหน้าถึงไหนแล้วหนอ

ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อกรุงเทพฯ มีฤดูกาลใหม่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีอย่าง “ฤดูฝุ่น” แผนการเปลี่ยนรถเมล์พลังงานสะอาดเพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จะกลายเป็นจริงในเมืองแห่งนี้หรือไม่?

ขนส่งมวลชนคุณภาพเพื่อเมืองไร้ฝุ่นพิษ

ผศ.ดร. นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) ได้ให้สัมภาษณ์ใน a day online เมื่อครั้งกรุงเทพฯ กำลังจมอยู่ในมวลมหาฝุ่นละออง PM 2.5 ช่วงต้นปีที่ผ่านมา

โดยผู้อำนวยการ UddC กล่าวว่า ต้นเหตุสำคัญของวิกฤตการณ์ “ฝุ่นพิษ” เกิดจากการสันดาปโดยไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ พร้อมกับเสนอให้ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และส่งเสริมระบบขนส่งมวลชนที่มีคุณภาพและไม่สร้างมลพิษ

“คุณต้องลดการใช้รถยนต์ และถ้าต้องการส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชน ก็ต้องสร้างระบบฟีดเดอร์ที่มีคุณภาพ ราคาถูก ไม่สร้างมลพิษ อย่างวินมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และสำคัญที่สุดคือปรับปรุงระบบทางเดินเท้าให้มีคุณภาพ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่กระตุ้นให้คนหันมาเดินเท้า สอดคล้องกับผลการศึกษาของ UddC ที่พบว่า คนกรุงเทพฯ ยอมเดินเท้าเป็นระยะทางกว่า 800 เมตร หากทางเท้าเดินได้และเดินดี” ผศ.ดร. นิรมลกล่าว

เมืองเปลี่ยนรถเมล์ เพื่อ รถเมล์เปลี่ยนเมือง 

หากภาครัฐโดย ขสมก. สามารถปรับเปลี่ยนระบบขนส่งมวลชน โดยเฉพาะ “รถเมล์” ซึ่งให้บริการกว่า 2,700 คันเป็นรถพลังงานไฟฟ้าได้จริง แน่นอนว่าจะช่วยลดมลภาวะทางอากาศของกรุงเทพฯ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของวิกฤตโลกร้อน และแน่นอนว่าการเกิดขึ้นของรถเมล์พลังงานไฟฟ้าย่อมเกิดขึ้นควบคู่กับวางระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า เช่น สถานีชาร์จพลังงาน กระทั่งเกิดผู้เชี่ยวชาญในระบบยานยนต์ไฟฟ้า  ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนมั่นใจต่อระบบและหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้จริงในอนาคต นับเป็นการส่งเสริมให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะผู้รถยนต์ ร่วมด้วยช่วยกันป้องกันวิกฤตการณ์โลกร้อน… ก่อนที่จะสายเกินไป

อ้างอิงข้อมูล
Indonesia’s planning minister announces capital city move, BBC News
Jakarta Population 2020, World Population Review
The world’s largest bus system is starting to go electric, World Economic Forum
ขสมก.ดีเดย์ทดสอบรถไฟฟ้า 1 คันให้บริการ 6 เส้นทาง, ไทยโพสต์
ลดฝุ่นด้วยเมืองที่บ้านและงานอยู่ไม่ไกลกัน คุยเรื่องทางของฝุ่นกับ ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล​, a day magazine
สำรวจบริการรถเมล์ ขสมก. ใช้งานได้ 2,700 คัน รับผู้โดยสารกรุงเทพ-ปริมณฑล 1.7 แสนคน/เที่ยว – สาย 520 มีรถบริการแค่ 1 คัน, Thai Publica

 

Copyright © 2019. All rights reserved.

 

About Us | Advertise | Site Map | Contact

Powered by Magazine Builder
Bitnami