เมื่อการเดินกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

เบรนท์ ชเลนเดอร์ เคยเขียนเรื่องราวของ สตีฟ จอบส์ ตีพิมพ์ลงใน Fortune และ The Wall Street Journal เป็นเรื่องราวที่เปิดเผยเบื้องหลังพฤติกรรมบางอย่างที่นำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมเปลี่ยนโลกมากมายในนาม “แอปเปิ้ล” 

พฤติกรรมที่ว่าไม่ใช่เรื่องซับซ้อนหรือลึกลับใดๆ แต่เป็นเรื่องพื้นฐานของพวกเราทุกคน 

พฤติกรรมที่ว่าก็คือ – การเดิน

เขาเล่าว่า สตีฟ จอบส์ เชิญเขาไปที่บ้านและสร้างบทสนทนาด้วยการเดินคุยกัน สอดคล้องกับที่หลายๆ คนรอบตัวของศาสดาแห่งแอปเปิลผู้นี้ บอกว่า เขามักเชิญให้ทีมงานระดมความคิดใหม่ๆ ด้วยการเดินรอบๆ แอปเปิลแคมปัส เดินไป คุยไป เพื่อสร้างสรรค์ความคิดใหม่ๆ 

เมื่อพูดถึงการเดินและความคิดสร้างสรรค์ก็ชวนให้คิดถึง แมริลี ออพเพซโซ่ นักวิทยาศาสตร์ด้านพฤติกรรมและการเรียนรู้ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐฯ เธอเคยขึ้นเวที TED Talk ในหัวข้อ “Want to be more creative? Go for a walk” หรือ อยากมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นเหรอ? ออกไปเดินสิ! 

แมริลี เล่าให้ฟังถึงงานวิจัยของเธอที่ตีพิมพ์ในวารสารการทดลองทางจิตวิทยาเมื่อปี 2015 โดยศึกษาระดับความคิดสร้างสรรค์ เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างนั่งและเดิน ผลปรากฎว่าผู้ที่เดินคิด ไม่ว่าจะเดินนอกสถานที่หรือเดินบนลู่วิ่งในร่ม จะมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าที่นั่งคิดเฉลี่ยมากกว่า 60 เปอร์เซนต์ 

การทดลองของเธอเกิดขึ้นกับกลุ่มตัวอย่างนักศึกษา 176 คน ทุกคนได้รับโจทย์ที่เหมือนกัน นั่นคือ ให้ทุกคนคิดวิธีการใช้งานสิ่งของธรรมดาๆ ในชีวิตประจำวันให้ได้มากที่สุด แตกต่างมากที่สุด และต้องสามารถนำมาปฏิบัติได้จริง ยกตัวอย่างเช่น กุญแจ ที่มีผู้ตอบว่าเอากุญแจขีดเขียนชื่อฆาตกรบนพื้นก่อนที่ตัวเองจะตาย

ทุกคนจะได้ทำแบบทดสอบ 2 ครั้ง ในเวลาเท่ากัน 4 นาที แต่ทุกคนจะถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 

กลุ่มที่ 1 นั่งทำแบบทดสอบทั้ง 2 ครั้ง

กลุ่มที่ 2 นั่งทำแบบทดสอบครั้งแรก และ เดินบนลู่วิ่งในครั้งที่ 2

กลุ่มที่ 3 เดินบนลู่วิ่งครั้งแรก และ นั่งทำในครั้งที่ 2 

ผลปรากฏว่า กลุ่มที่ 1 (นั่งทั้ง 2 ครั้ง) สามารถคิดได้ 20 ไอเดีย ทว่า กลุ่มที่ 2 และ 3 คิดได้มากกว่า 2 เท่า !

กลุ่มแรกซึ่งนั่งคิดทั้งสองครั้งได้ประมาณ 20 ไอเดีย ส่วนกลุ่มสองและกลุ่มสามที่เดินสายพาน คิดไอเดียได้เกือบสองเท่า ! ใช่แล้ว กลุ่มที่ 3 แม้จะนั่งคิดในรอบที่ 2 แต่ความคิดก็ยังพรั่งพรู อันสรุปได้ว่า เพราะเป็นผลมาจากการเดินกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ในรอบที่ 1 นั่นเอง ! 

อย่างไรก็ตาม การทดสอบดังกล่าวไม่ใช่คำตอบของการทำงานบางประเภทที่ยังจำเป็นต้องโฟกัสและใช้สมาธิ ข้อเท็จจริงสนับสนุนโดยการทดสอบอีกชิ้นของเธอ นั่นคือ การให้กลุ่มตัวอย่างเติมคำในช่องว่าง ผลปรากฎว่า คนนั่งคิดได้ถูกต้องแม่นยำกว่านั่นเอง 

อย่างไรก็ตาม แมริลีเคยให้สัมภาษณ์ว่า แม้ไม่ใช่ทุกงานจะสำเร็จได้เพราะการเดิน แต่ที่แน่ๆ คือ ถ้าคุณอยากได้ไอเดียสดใหม่สำหรับเริ่มต้นงาน… การเดินเท่านั้นที่ช่วยได้

สอดคล้องกับแนวคิดของ บาร์บารา โอกลีย์ ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมแห่งมหาวิทยาลัยโอกแลนด์ ผู้เคยตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการเรียนรู้ ซึ่งหนึ่งในวิธีเสริมประสิทธิภาพการเรียนรู้ก็คือการเดิน 

เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า เป็นความเข้าใจผิดมาเสมอว่า การเรียนรู้ เท่ากับ การนั่งโฟกัสอย่างตั้งใจ แต่ความจริงแล้วการปล่อยให้ตัวเองเดินไปเรียนรู้ไปก็เป็นอีกหนทางที่ทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพเช่นกัน

แนวคิดดังกล่าวยังสอดรับการที่ เคลย์ ค็อกเรลล์ นักจิตบำบัดชื่อดังที่เปิดคลินิกให้คำปรึกษาที่นิวยอร์ก มีผู้ขอคำปรึกษาเฉลี่ยสัปดาห์ละ 35-40 คน 

วิธีการรับฟังและให้คำปรึกษาของเขาไม่ใช่การนั่งบนโซฟาคนละตัว แต่คือการออกไปเดินตามพื้นที่สาธารณะของเมือง ซึ่งบางครั้งก็ไร้หัวข้อสนทนาตายตัว แต่เขาเชื่อว่ามันทำให้ผู้ขอคำปรึกษารู้สึกเป็นอิสระ กล้าเปิดเผย ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นผลจากการเดินนั่นเอง 

จะเห็นว่า การเดินช่วยปลุกให้ความคิดสร้างสรรค์ของเราทำงานได้ในหลายมิติ

เพราะฉะนั้น – มาเดินกันเถอะ!

อ้างอิง
Want to be more creative? Go for a walk, TEDxStanford
Stanford study finds walking improves creativity (2014), Stanford
How Does the Brain-Body Connection Affect Creativity? (2017), Big Think
– Devin C. Hughes,
Stanford Study Finds Walking Improves Creativity (2018), The Medium
Research backs up the instinct that walking improves creativity (2016), Quartz

 

Copyright © 2019. All rights reserved.

 

About Us | Advertise | Site Map | Contact

Powered by Magazine Builder
Bitnami