16/10/2019
Featured

กรุงเทพฯ : เมืองใหญ่ ถนนน้อย ทางเท้าด้อยคุณภาพ

อดิศักดิ์ กันทะเมืองลี้


กรุงเทพฯ : เมืองใหญ่ ถนนน้อย ทางเท้าด้อยคุณภาพ

กรุงเทพฯ เมืองโตเดี่ยวตลอดกาลของประเทศไทยและจะยังคงเป็นเฉกเช่นนี้ไปอีกนาน ด้วยขนาดของเมืองในระดับมหานคร (Mega Cities) ที่ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาอยู่อาศัยกว่า 10 ล้านคน หรือ 1 ใน 6 ของคนทั้งประเทศ ไม่แปลกที่กรุงเทพฯ จะมีความพลุกพล่านของผู้คนและการสัญจร

เคยมีผลการสำรวจคนกรุงเทพเรื่องของกราใช้เวลาในการเดินทาง พบว่า เราใช้เวลาอยู่ในรถนานกว่า 800 ชั่วโมงต่อปี (1 เดือนต่อปี) หรือคิดเป็นกว่า 1 ปี ในรอบ 12 ปี และนี่คือผลของการจราจรที่ติดขัดและเป็นปัญหาเรื้อรังของกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน

ในขณะที่มีการเพิ่มขึ้นของยอดจดทะเบียนรถยนต์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในปี 2559 เพิ่มขึ้นจากปี 2558 กว่า 350,000 คัน แต่ทว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมากรุงเทพฯ แทบไม่มีพื้นที่ถนนเพิ่มขึ้นเลย การสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับรถยนต์มากกว่าการเดินเท้า ในขณะที่เรามีทางสัญจรน้อยเช่นนี้คงไม่ใช่ทางออกที่ดีของเมืองกรุงเทพฯ แน่ๆ

เพราะฉะนั้น “การสร้างเมืองให้เดินได้-เดินดี” คือคำตอบ !!!

สัดส่วนพื้นที่ถนน คือ ดัชนีชี้วัดคุณภาพเมือง

มาตรฐานเมืองที่ดีที่จะทำให้เกิดการจราจรที่สะดวกและไม่เกิดปัญหารถติด เราเชื่อว่าต้องมีสัดส่วนพื้นที่ถนนต่อพื้นที่เมืองไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20-25 หลายเมืองจึงใช้เกณฑ์มาตรฐานของสัดส่วนพื้นที่ถนนต่อพื้นที่เมืองเป็นตัวชี้วัดคุณภาพเมืองด้านโครงสร้างสัณฐานเมือง

เพราะนอกจากถนนจะเป็นพื้นที่สำหรับการสัญจรด้วยรถยนต์แล้ว พื้นที่ถนนในที่นี้ยังหมายรวมถึงพื้นที่ในส่วนเขตทางทั้งหมด อันประกอบไปด้วยพื้นผิวจราจรและพื้นผิวทางเท้า ซึ่งถือเป็นพื้นที่สาธารณะของเมืองอีกด้วย

และสำหรับเมืองที่ขาดแคลนพื้นที่สาธารณะที่ดีอย่างกรุงเทพ ก็คงต้องยิ่งให้ความสำคัญกับสัดส่วนพื้นที่ถนนและเขตทางนี้ให้เป็นพิเศษ เพราะสัดส่วนของพื้นที่ถนนต่อพื้นที่เมืองนี้ นอกจากจะสะท้อนความสะดวกในแง่ของการสัญจรแล้ว อีกมิติหนึ่งยังสะท้อนของการมีพื้นที่สาธารณะของเมืองอีกด้วย

และมากไปกว่านั้นการมีระบบโครงข่ายถนนที่ดีและมีความพรุนสูง หรือมีสัดส่วนพื้นที่ถนนต่อพื้นที่เมืองสูงนั้นยังเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงการเชื่อมต่อ และการเพิ่มโอกาสการพบปะของผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองอีกด้วย

ตัวอย่างของเมืองต่างๆ ทั่วโลก ที่มีค่าสัดส่วนพื้นที่ถนนต่อพื้นที่เมืองที่สูงกว่าค่ามาตรฐาน เช่น กลุ่มเมืองในสหรัฐอเมริกา, ชิคาโก, บอสตัน, พอร์ตแลนด์, นิวยอร์ก หรือกลุ่มเมืองในยุโรป เป็นต้นว่า มหานครปารีสของฝรั่งเศส, กรุงเวียนนาของออสเตรีย หรือกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น เมืองเหล่านี้ล้วนมีสัดส่วนของพื้นที่ถนนต่อพื้นที่เมืองสูงกว่ากรุงเทพทั้งสิ้น

กรุงเทพฯ เมืองใหญ่ถนนน้อย แต่ทางเท้ามีน้อยกว่า

กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ทั้งหมด 1,569 ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็นพื้นที่ถนน 113.06 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็นเพียง ร้อยละ 7.2 ของพื้นที่กรุงเทพมหานครเท่านั้นซึ่งต่ำกว่าค่ามาตรฐานกว่า 3 เท่า โดยเขตที่มีสัดส่วนพื้นที่ถนนมากที่สุด 5 อันดับคือ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 16.7% เขตบางรัก 15.4% เขตราชเทวี 14.3% เขตปทุมวัน 14.1% และเขตพระนคร 13.5%

ซึ่งใน 7.2% นี้มีพื้นที่ถนนที่อยู่ในความดูแลของกรุงเทพมหานครประมาณ 58.46 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 51.7 ของพื้นที่ถนนทั้งหมด (ร้อยละ 3.7 ของพื้นที่กรุงเทพมหานคร) 

โดยแบ่งเป็นพื้นที่ผิวจราจร (ทางที่ให้รถสัญจร) จำนวน 84.85 ตารางกิโลกเมตรหรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.41 และคิดเป็นพื้นที่ทางเท้าเพียง 22.55 ตารางกิโลเมตรหรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.44 ของสัดส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมด

หรือจะพูดให้ชัดเจนขึ้นคือ พื้นที่เมืองกว่า 1,569 ตารางกิโลเมตร เรามีพื้นที่ถนนรวมเพียง 7.21% และใน 7.21% นั้นมีเพียง 1.44% ที่เป็นทางเดินเท้า

โดยหากจำแนกสัดส่วนพื้นที่ถนนรายเขตตามข้อมูลที่กองนโยบายและแผน สำนักผังเมืองกรุงเทพมหานคร ได้เก็บรวมรวบไว้ จะพบว่า เขตราชเทวี มีสัดส่วนถนนเมื่อเทียบกับพื้นที่ทั้งหมดของเขตมากที่สุด คิดเป็นกว่าร้อยละ 52.10 รองลงมาคือ เขตป้อมปรามศัตรูพ่าย คิดเป็นร้อยละ 15.77 เขตพระนครคิดเป็นร้อยละ 13.48 เขตสัมพันธวงศ์ คิดเป็นร้อยละ 12.18 และเขตดุสิตคิดเป็นร้อยละ 11.61

หากเปรียบเทียบสัดส่วนของพื้นที่ทางเท้ารายเขตในพื้นที่กรุงเทพมหานครโดยเปรียบเทียบระหว่างพื้นที่ทางเท้ากับพื้นที่ถนนในแต่ละเขต ผลที่ได้จากการศึกษาพบว่า เขตพระนครมีสัดส่วนพื้นที่ทางเท้ามากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 35.75 ของพื้นที่ถนนทั้งหมดในเขต รองลงมาเขตสาทร คิดเป็นร้อยละ 34.61 ของพื้นที่ทั้งหมดในเขต  เขตบางรัก คิดเป็นร้อยละ 34.08 ของพื้นที่ทั้งหมดในเขต เขตบางคอแหลม คิดเป็นร้อยละ33.36 ของพื้นที่ถนนทั้งหมดในเขต และเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ร้อยละ 33.05 ของพื้นที่ถนนทั้งหมดในเขต

และเมื่อเราต้องเดิน…ทางเท้าก็ยังด้อยคุณภาพอีก

และคำถามแรกๆ ที่ผุดขึ้นเมื่อชวนใครสักคนเดินไปที่ใดที่หนึ่งก็คือ

“ทำไมต้องเดิน?”

ในเมื่อเรามีวิธีการสัญจรอื่นที่เร็วกว่า สะดวกกว่า และปลอดภัยกว่าการเดินบนทางเท้าที่เป็นประหนึ่งบททดสอบความแข็งแกร่งของชีวิตคนเมืองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน 

ผลการศึกษาจากโครงการเมืองเดินได้-เมืองเดินดี ในระยะที่ 1 พบว่าเหล่ามนุษย์เมืองโหวตให้สิ่งที่พวกเขาต้องประสบดังต่อไปนี้เป็น 5 อุปสรรคสำคัญที่เกิดขึ้นจากการเดินเท้าในกรุงเทพมหานคร ที่ทำให้ “ไม่อยากเดิน”

อันดับที่ 5 ทางเท้าเป็นหลุมเป็นบ่อ 

อันดับที่ 4 ทางเท้าสกปรก มีขยะมูลฝอย 

อันดับที่ 3 ทางเดินมีแสงสว่างไม่เพียงพอ

อันดับที่ 2 ขาดร่มเงาบังแดดบังฝน

และ อันดับที่ 1 มีสิ่งกีดขวาง เดินไม่สะดวก 

ที่เรามีสัดส่วนถนนน้อยในเมืองที่ใหญ่โตขนาดนี้ ส่งผลถึงปัญหารถติด การจราจรเป็นอัมพาต ทางเท้าก็มีน้อยตามไปด้วย และยิ่งไปกว่านั้น ทางเท้าที่มีอยู่ก็ยังเต็มไปด้วยปัญหาที่กำลังรอการแก้ไข ดูเหมือนว่าการเดินเท้าในเมืองกรุงเทพ ช่างเป็นวิธีการเคลื่อนที่ที่แสนยากลำบากเสียจริง ทั้งๆ ที่มันควรจะเป็นเรืองพื้นฐานที่เมืองควรให้บริการแก่เราได้อย่างอิสระ 

ไม่มากก็น้อย ทุกคนคงผ่านพบกับปัญหาการเดินเมืองเหล่านี้มาบ้าง มาร่วมกันแชร์ประสบการณ์ #เดินเท้า ของคุณเพื่อร่วมสะท้อนเรื่องที่เกิดขึ้นจนเราอาจจะเผลอชาชินได้ที่นี่หรือร่วมโพสต์รูปวิถีเดินเท้าใกล้ตัวคุณพร้อมติดแฮชแท็ก #GoodWalkThailand เพื่อร่วมติดตามการเปลี่ยนแปลงเมืองที่จะเกิดขึ้นผ่านการสนับสนุนให้เกิดวัฒนธรรมการเดินเท้าไปกับเรา โครงการเมืองเดินได้-เมืองเดินดี ในระยะที่ 3 ที่กำลังจะกลับมาอีกครั้ง เร็วๆ นี้

อ้างอิง
– สำนักงานจราจรและการขนส่ง กรุงเทพมหานคร
– การวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์

บทความเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2560

 

Copyright © 2019. All rights reserved.

 

About Us | Advertise | Site Map | Contact

Powered by Magazine Builder
Bitnami